วัดราชโพนเงิน ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หัตถีนาค และ ราชาแห่งนาค

  13 ตุลาคม 2559 21:50    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 3660  

วัดราชโพนเงิน

 

วัดราชโพนเงิน

 

มีปัจจัย 3 อย่าง ที่ทำให้กระผมจะต้องเดินทางมาที่ วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ ได้แก่ เห็นภาพคนต่างถิ่นเขาถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างตลิ่ง ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขง กระแสผู้คนถูกหวย และอยากรู้ความเป็นมา หรือ ประวัติศาสตร์ของการสร้างพญานาคที่แลดูแปลกตา ดังกล่าวนี้

 

กระผมขออธิบายในประเด็นกระผู้คนถูกหวยก่อนนะครับ ต้องขอบอกก่อนว่า วัดราชโพนเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้เลขเด็ดแต่อย่างใด หากแต่เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน (ตามความเชื่อ และศรัทธาของชาวบ้าน) ที่เล่าต่อกันมาว่า…มีร่างทรง ขอเลขเด็ดกับพญานาค จนกระทั่งชาวบ้านถูกหวยติดต่อกันถึง 5 งวด เนื่องจากกระผมเป็นคนที่ชีวิตไม่ชอบเสี่ยง จึงทำได้เพียงหลบลี้กระแสคนถูกหวย ตะเวนถ่ายภาพ และเขียนเรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านไปเรื่อยๆ

 

วัดราชโพนเงิน

ประวัติศาสตร์ ณ วัดราชโพนเงิน

 

เรื่องราวที่กระผมอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความเป็นมาของพญานาคที่แลดูแปลกตาดังกล่าวนี้ ครั้งแรกที่เดินทางไปถ่ายภาพ ผมแลหาผู้ที่พอจะให้คำตอบไม่เจอเลย อีกทั้งก็ไม่มีลายลักษณ์อักษรให้เราได้อ่านความเป็นมาของการสร้างพญานาคทั้งแบบดั้งเดิม และรูปปั้นพญานาคที่สร้างขึ้นใหม่นี้ แหล่งข้อมูลที่ผมพอจะสืบค้นได้คือ หลังจากที่มีการสร้างตลิ่งใหม่ จากเดิมหางของพญานาคทั้ง 2 จะปัดมาทางด้านหลัง แต่ด้วยเหตุผลจำเป็นเพื่อความสะดวกตลอดแนวทางเดิน ตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโพนแพง ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสร้างในส่วนหางให้ปัดไปทางด้านข้างแทน

 

เดินทางสู่ วัดราชโพนเงิน ครั้งที่ 2 คราวนี้ผมโชคดี ได้พูดคุยกับผู้รู้ท่านหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) ท่านได้เล่าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรูปปั้นของพญานาคทั้ง 2 ว่า ครั้งหนึ่งมีพญานาค 2 ตน เกิดแรงศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธศาสนา ระหว่างที่พระพุทธเจ้าฉันภัตตาหารอยู่ที่วัดโพนฉัน สปป.ลาว (ปัจจุบันได้เพี้ยนเป็น วัดโพนสัน สปป.ลาว) จากความเลื่อมใสศรัทธาดังกล่าว พญานาคทั้ง 2 ตน จึงขอบวชในพุทธศาสนา

 

แต่ ด้วยเหตุที่ทั้งสองเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไม่สามารถบวชใต้ร่มพระพุทธศาสนาได้ พระพุทธเจ้าจึงไม่อนุญาตให้บวช แม้นว่าจะเหตุผลที่องค์พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว แต่นาคทั้ง 2 ก็ไม่ยอมลดละความเลื่อมใสศรัทธาให้มอดดับลงได้ จึงขอ ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา และตั้งมั่นแรงศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาตลอดไป

 

สำหรับนาคทั้ง 2 ตน นั้น ประกอบด้วย หัตถีนาค (ด้านขวา) ลักษณะเป็นส่วนผสมระหว่างช้าง และพญานาค (มีงา มีหู เหมือนช้าง แต่ลำตัวเป็นพญานาค) และ ราชาแห่งนาค (ซ้าย) ความหมายตรงตัว คือ เป็นผู้เป็นใหญ่ที่สุดในมวลนาคทั้งหลาย ทั้ง 2 หันหน้าไปทางที่ประทับของพระพุทธเจ้า ณ วัดโพนสัน สปป.ลาว ฤ อีกฝั่งโขง ณ วัดราชโพนเงิน นั่นเอง

 

ท่านผู้รู้ยังกล่าวอีกว่า…เหตุการณ์ยังทำให้พระพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ที่พระธาตุโพนสัน สปป.ลาว อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วัดดโพนสัน บ้านโพนสัน เมืองพะบาด แขวงบ่อลิคำไซ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแขวงบ่อลิคำไซ ในปัจจุบัน

 

ความน่าสนใจของวัดโพนสัน สปป.ลาว คือ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ และมีเจดีย์เก่าแก่ ที่สำคัญภายในวัดยังมีจุดชมวิวแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นวิวเมืองโพนเงิน หรือ บริเวณ วัดราชโพนเงิน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย แบบมุมกว้าง และชัดเจน

 

วัดราชโพนเงิน

โซนออกกำลังกาย และชมวิว ณ วัดราชโพนเงิน

 

บริเวณตลิ่ง วัดราชโพนเงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ถือได้ว่าเป็นจุดที่ชาวบ้านระแวกนี้ใช้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย ชมทัศนียภาพยามเย็น มีเรือประมงน้ำจืด เรือข้ามฟากฝั่งไทย-สปป.ลาว ให้มองสะท้อนแสงทองเติมความสุขสมได้เป็นอย่างดี

 

จุดท่องเที่ยว วัดราชโพนเงิน

 

ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการก่อสร้างตลิ่งบริเวณ วัดราชโพนเงิน เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากมีการจารึกประวัติศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราว ตลอดจนเผยแพร่สิ่งที่น่าสนใจของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 ตนนี้ และความสำคัญของวัดแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จัก คาดว่า…วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ จะกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

กระผมในฐานะ คนทำงานในพื้นที่แห่งนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 คือ หัตถีนาค และราชาแห่งนาค ไว้เพื่อจารึกว่า…

 

ครั้งหนึ่ง…กระผมเคยเดินทางมากราบพระ ชอพรพญานาคทั้ง 2 นี้ และร่วมระลึกถึงความเชื่อ ความเป็นมาของอารยธรรมแห่งพุทธของทั้งเราชาวไทย และ สปป.ลาว

 

นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชม รูปปั้นพญานาคทั้ง 2 สามารถเดินทางไปได้ที่ ริมฝั่งโขงบ้านโพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย (รถยนต์สามารถเข้าได้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล – รถตู้ เท่านั้น)

 

ท้ายที่สุด…ขอให้ทุกท่านประสบสุข เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ นะครับ

บทความ
ลิ้มรส และ ติดต่อแฟรนไชส์ ชายสี่ อุดรธานี ณ สำนักงาน ชายสี่ บะหมี
ลิ้มรส และ ติดต่อแฟรนไชส์ ชายสี่ อุดรธานี ณ สำนักงาน ชายสี่ บะหมี

ชายสี่ อุดรธานี   หลังจากที่ลิ้มรสบะหมี่เกี๋ยว บริเวณด้านหน้าสำนักงานชายสี่ บะหมี่เกี๋ยว จังหวัดอุดรธานี (ชายสี่ อุดรธานี) เป็นครั้งที่ 2 ทำให้นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมากระบวนการตัดสินใจเลือกเมนูอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตลำพังภารกิจทำงานประจำ มักจะมีความเคยชิน ความสะดวก และความไว้วางใจ หนึ่งในนั้นคือ แฟรนไชส์ “ชายสี่ บะหมี่เกี๋ยว” ที่เจอที่ไหน…หากคิดอะไรไม่ออก เป็นต้องอิ่ม อร่อย เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสกลมกล่อมทุกครั้งไป   ระหว่างนั่งรอบะหมี่ กระผมเดินไปถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของสำนักงานชายสี่ อุดรธาน ...

ผีตาโขน เรียนรู้วิธีการทำหน้ากากง่ายๆ พิพิธภัณฑ์ (วัดโพนชัย)
ผีตาโขน เรียนรู้วิธีการทำหน้ากากง่ายๆ พิพิธภัณฑ์ (วัดโพนชัย)

ผีตาโขน   “จมูกงวงช้าง ลวดลาย หลากสีสัน ตระการตา…อันเกิดจากการละเล่น ผีตาโขน ของชาวบ้านที่ร่วมสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาล และปัจจุบันยังคงเหนียวแน่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งช่วยสร้างสีสันให้กับงานบุญหลวง ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย”   ก่อนที่จะเขียนโพสนี้…ผมลองๆ ค้นหา “ผีตาโขน 2558” เพราะอยากจะทราบว่างานประเพณีดังกล่าวปีนี้จะจัดขึ้นในช่วงไหน?   เผื่อจะได้วางแผนการเดินทางย้อนรอยประเพณีอันลือเลื่องของชาวอำเภอด่านซ้ายสักหน่อย…แต่สิ่งที่ได้ร ...

หนองถิ่น กับ 8 กิจกรรม ตามชอบใจ ณ สวนสาธารณะ หนองถิ่น หนองคาย
หนองถิ่น กับ 8 กิจกรรม ตามชอบใจ ณ สวนสาธารณะ หนองถิ่น หนองคาย

หนองถิ่น หนองคาย   เป็นสวนสาธารณะ ที่ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ หรือ เป็นหน้าเป็นตาให้กับจังหวัดหนองคาย สำหรับความรู้สึกส่วนตัวของกระผมแล้วมองว่า…สวนสาธารณะเป็นเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ และเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงานด้านสุขภาพในภาพรวม ทั้งนี้ก็ต้องวัดจำนวนคนที่มาออกกำลังกายด้วยนะครับ เหอะๆ   หนองถิ่น จุด พักผ่อน ออกกำลังกาย และจับจ่าย   แนวคิดทางด้านเศรษฐกิจที่มีความเกื้อหนุนกันระหว่าง สวนสาธารณะ กล่าวคือเป็นความสำเร็จจากการผสมผสานรูปแบบทั้ง 3 ได้แก่ การพักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย และการจับจ่ายใช้สอย ในระแวกใกล้เคียงจังหวัด ...

พระอาจารย์ฝั้น ประวัติ วัดป่าอุดมสมพร พิพิธภัณฑ์
พระอาจารย์ฝั้น ประวัติ วัดป่าอุดมสมพร พิพิธภัณฑ์

พระอาจารย์ฝั้น   เรื่องราวที่ พระอาจารย์ฝั้น ที่ท่านได้สอนชาวบ้านด้วยวิธีการปลูกหน่อกล้วยบนไหล่เขา ซึ่งลักษณะของดินขังอยู่ระหว่างก้อนหิน เป็นสิ่งที่ พระอาจารย์ฝั้น ทำให้ชาวบ้านได้เห็นความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า การคิดว่าสิ่งนั้นก็ทำไม่ได้ สิ่งนี้ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ลงมือทำเป็นความโง่เขลา เช่นเดี่ยวกับ ความเกียจคร้านที่นำมาความทุกข์ ความยากจนมาสู่ตน ในขณะเดียวกันหากคนเราขยันทดลอง ลองผิดลองถูก แม้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ล้วนแล้วจะนำความสุขมาแก่ตน เกิดสติปัญญา   เรื่องราวดังกล่าว หากมองประเด็นความคาดหวังของชาวบ้านกับผลลัพธ์ในการปลูกกล ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน