วัดราชโพนเงิน ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หัตถีนาค และ ราชาแห่งนาค

  13 ตุลาคม 2559 21:50    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 3268  

วัดราชโพนเงิน

 

วัดราชโพนเงิน

 

มีปัจจัย 3 อย่าง ที่ทำให้กระผมจะต้องเดินทางมาที่ วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ ได้แก่ เห็นภาพคนต่างถิ่นเขาถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างตลิ่ง ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขง กระแสผู้คนถูกหวย และอยากรู้ความเป็นมา หรือ ประวัติศาสตร์ของการสร้างพญานาคที่แลดูแปลกตา ดังกล่าวนี้

 

กระผมขออธิบายในประเด็นกระผู้คนถูกหวยก่อนนะครับ ต้องขอบอกก่อนว่า วัดราชโพนเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้เลขเด็ดแต่อย่างใด หากแต่เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน (ตามความเชื่อ และศรัทธาของชาวบ้าน) ที่เล่าต่อกันมาว่า…มีร่างทรง ขอเลขเด็ดกับพญานาค จนกระทั่งชาวบ้านถูกหวยติดต่อกันถึง 5 งวด เนื่องจากกระผมเป็นคนที่ชีวิตไม่ชอบเสี่ยง จึงทำได้เพียงหลบลี้กระแสคนถูกหวย ตะเวนถ่ายภาพ และเขียนเรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านไปเรื่อยๆ

 

วัดราชโพนเงิน

ประวัติศาสตร์ ณ วัดราชโพนเงิน

 

เรื่องราวที่กระผมอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความเป็นมาของพญานาคที่แลดูแปลกตาดังกล่าวนี้ ครั้งแรกที่เดินทางไปถ่ายภาพ ผมแลหาผู้ที่พอจะให้คำตอบไม่เจอเลย อีกทั้งก็ไม่มีลายลักษณ์อักษรให้เราได้อ่านความเป็นมาของการสร้างพญานาคทั้งแบบดั้งเดิม และรูปปั้นพญานาคที่สร้างขึ้นใหม่นี้ แหล่งข้อมูลที่ผมพอจะสืบค้นได้คือ หลังจากที่มีการสร้างตลิ่งใหม่ จากเดิมหางของพญานาคทั้ง 2 จะปัดมาทางด้านหลัง แต่ด้วยเหตุผลจำเป็นเพื่อความสะดวกตลอดแนวทางเดิน ตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโพนแพง ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสร้างในส่วนหางให้ปัดไปทางด้านข้างแทน

 

เดินทางสู่ วัดราชโพนเงิน ครั้งที่ 2 คราวนี้ผมโชคดี ได้พูดคุยกับผู้รู้ท่านหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) ท่านได้เล่าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรูปปั้นของพญานาคทั้ง 2 ว่า ครั้งหนึ่งมีพญานาค 2 ตน เกิดแรงศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธศาสนา ระหว่างที่พระพุทธเจ้าฉันภัตตาหารอยู่ที่วัดโพนฉัน สปป.ลาว (ปัจจุบันได้เพี้ยนเป็น วัดโพนสัน สปป.ลาว) จากความเลื่อมใสศรัทธาดังกล่าว พญานาคทั้ง 2 ตน จึงขอบวชในพุทธศาสนา

 

แต่ ด้วยเหตุที่ทั้งสองเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไม่สามารถบวชใต้ร่มพระพุทธศาสนาได้ พระพุทธเจ้าจึงไม่อนุญาตให้บวช แม้นว่าจะเหตุผลที่องค์พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว แต่นาคทั้ง 2 ก็ไม่ยอมลดละความเลื่อมใสศรัทธาให้มอดดับลงได้ จึงขอ ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา และตั้งมั่นแรงศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาตลอดไป

 

สำหรับนาคทั้ง 2 ตน นั้น ประกอบด้วย หัตถีนาค (ด้านขวา) ลักษณะเป็นส่วนผสมระหว่างช้าง และพญานาค (มีงา มีหู เหมือนช้าง แต่ลำตัวเป็นพญานาค) และ ราชาแห่งนาค (ซ้าย) ความหมายตรงตัว คือ เป็นผู้เป็นใหญ่ที่สุดในมวลนาคทั้งหลาย ทั้ง 2 หันหน้าไปทางที่ประทับของพระพุทธเจ้า ณ วัดโพนสัน สปป.ลาว ฤ อีกฝั่งโขง ณ วัดราชโพนเงิน นั่นเอง

 

ท่านผู้รู้ยังกล่าวอีกว่า…เหตุการณ์ยังทำให้พระพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ที่พระธาตุโพนสัน สปป.ลาว อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วัดดโพนสัน บ้านโพนสัน เมืองพะบาด แขวงบ่อลิคำไซ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแขวงบ่อลิคำไซ ในปัจจุบัน

 

ความน่าสนใจของวัดโพนสัน สปป.ลาว คือ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ และมีเจดีย์เก่าแก่ ที่สำคัญภายในวัดยังมีจุดชมวิวแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นวิวเมืองโพนเงิน หรือ บริเวณ วัดราชโพนเงิน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย แบบมุมกว้าง และชัดเจน

 

วัดราชโพนเงิน

โซนออกกำลังกาย และชมวิว ณ วัดราชโพนเงิน

 

บริเวณตลิ่ง วัดราชโพนเงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ถือได้ว่าเป็นจุดที่ชาวบ้านระแวกนี้ใช้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย ชมทัศนียภาพยามเย็น มีเรือประมงน้ำจืด เรือข้ามฟากฝั่งไทย-สปป.ลาว ให้มองสะท้อนแสงทองเติมความสุขสมได้เป็นอย่างดี

 

จุดท่องเที่ยว วัดราชโพนเงิน

 

ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการก่อสร้างตลิ่งบริเวณ วัดราชโพนเงิน เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากมีการจารึกประวัติศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราว ตลอดจนเผยแพร่สิ่งที่น่าสนใจของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 ตนนี้ และความสำคัญของวัดแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จัก คาดว่า…วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ จะกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

กระผมในฐานะ คนทำงานในพื้นที่แห่งนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 คือ หัตถีนาค และราชาแห่งนาค ไว้เพื่อจารึกว่า…

 

ครั้งหนึ่ง…กระผมเคยเดินทางมากราบพระ ชอพรพญานาคทั้ง 2 นี้ และร่วมระลึกถึงความเชื่อ ความเป็นมาของอารยธรรมแห่งพุทธของทั้งเราชาวไทย และ สปป.ลาว

 

นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชม รูปปั้นพญานาคทั้ง 2 สามารถเดินทางไปได้ที่ ริมฝั่งโขงบ้านโพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย (รถยนต์สามารถเข้าได้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล – รถตู้ เท่านั้น)

 

ท้ายที่สุด…ขอให้ทุกท่านประสบสุข เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ นะครับ

บทความ
พระอาจารย์ฝั้น ประวัติ วัดป่าอุดมสมพร พิพิธภัณฑ์
พระอาจารย์ฝั้น ประวัติ วัดป่าอุดมสมพร พิพิธภัณฑ์

พระอาจารย์ฝั้น   เรื่องราวที่ พระอาจารย์ฝั้น ที่ท่านได้สอนชาวบ้านด้วยวิธีการปลูกหน่อกล้วยบนไหล่เขา ซึ่งลักษณะของดินขังอยู่ระหว่างก้อนหิน เป็นสิ่งที่ พระอาจารย์ฝั้น ทำให้ชาวบ้านได้เห็นความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า การคิดว่าสิ่งนั้นก็ทำไม่ได้ สิ่งนี้ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ลงมือทำเป็นความโง่เขลา เช่นเดี่ยวกับ ความเกียจคร้านที่นำมาความทุกข์ ความยากจนมาสู่ตน ในขณะเดียวกันหากคนเราขยันทดลอง ลองผิดลองถูก แม้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ล้วนแล้วจะนำความสุขมาแก่ตน เกิดสติปัญญา   เรื่องราวดังกล่าว หากมองประเด็นความคาดหวังของชาวบ้านกับผลลัพธ์ในการปลูกกล ...

โรงแรมบุศยรินทร์ (อพาร์ทเม้นท์) โปรโมชั่นลดราคาห้องพัก 15%
โรงแรมบุศยรินทร์ (อพาร์ทเม้นท์) โปรโมชั่นลดราคาห้องพัก 15%

โรงแรมบุศยรินทร์   “ชาวต่างชาติแบกกระเป๋าใบใหญ่…สุภาพบุรุษ ฤ สุภาพสตรี สัมภาระเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว ในขณะที่ คนไทยอีสานนิดๆ หอบข้าวของพะรุงพะรัง…2-3 รอบกว่าจะพอมีของใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกประทังชีวีตตลอดค่ำคืน”   แม้ว่า…เราจะไม่สามารถนำเหตุการณ์ทั้ง 2 มาเปรียบเทียบกันได้ แต่ปัจจัยที่เห็นได้อย่างชัดเจน (แนวคิดส่วนตัว) คือ การที่เรามีรถยนต์ส่วนตัว ทำให้อิสรภาพในการเลือกสรร วิ่งทะลักเข้าซะจนเต็มเบาะหลัง กระโปรงรถ โดยไม่รู้ตัว  สาวๆ มักจะแย้งเบาๆว่า…เผื่อเลือก เสียอย่างนั้น &nb ...

ศาลาแก้วกู่ สถาปัตยกรรม เทวลัยปางต่างๆ เล่าเรื่องราวในสมัยพุทธกาล
ศาลาแก้วกู่ สถาปัตยกรรม เทวลัยปางต่างๆ เล่าเรื่องราวในสมัยพุทธกาล

ศาลาแก้วกู่   ศาลาแก้วกู่ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ กล่าวคือ ภายใน ศาลาแก้วกู่จะมีสถาปัตยกรรมเทวลัยปางต่างๆ มากมายหลายร้อยปาง ซึ่งเทวลัยแต่ละปางจารึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โอกาสนี้ขอนำเรื่องราวที่พอจะเก็บรายละเอียดมาได้ นำมาฝากเพื่อนๆ ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนเดินทางมายัง ศาลาแก้วกู่ จริงๆ ในเร็วๆ นี้ ดังนี้   ก่อนที่ผมจะเดินทางมายัง ศาลาแก้วกู่ ตั้งใจว่าจะถ่ายภาพทุกภาพ และเรื่องราวทุกคำมาเขียนในเว็บแห่งนี้ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่อาจจะทำได้ ฤ แม้ผมจะทำได้จริงๆ ก็เห็นว่าไม่เป็นกา ...

อินโฟกราฟฟิค 10 ข้อดีของการประยุกต์ใช้ INFOGRAPHIC
อินโฟกราฟฟิค 10 ข้อดีของการประยุกต์ใช้ INFOGRAPHIC

  นานแล้ว…ที่สมองของผมไม่ได้โลดแล่น สนุกสนาน เพลินจนลืมเวล่ำเวลา (ขณะที่กำลังเขียนโพสนี้ก็ไม่รู้ว่าแล่นไปไกลถึงไหนละ เหอะๆ) เหตุเพราะเจ้า อินโฟกราฟฟิค (จุลสาร สคร. 7 ขอนแก่น ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 เดือนมกราคม-มีนาคม 2559) ได้จุดประกายรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ กล่าวคือ การประมวลผลความรู้เพื่อสื่อสารให้เข้าใจง่ายๆ โดยใช้งานศิลป์สร้างสรรค์  เพื่อให้ผู้คนสนใจ และเลือกอ่าน อินโฟกราฟฟิค มากกว่าอ่านหนังสือ ตามหลักการเรียนรู้ของสมองที่ว่า สมองเข้าใจรูปภาพได้เร็วกว่าการอ่านข้อความ 60,000 เท่า นั่นเอง   ข้อดีของการประยุก ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน