วัดราชโพนเงิน ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หัตถีนาค และ ราชาแห่งนาค

  13 ตุลาคม 2559 21:50    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 3778  

วัดราชโพนเงิน

 

วัดราชโพนเงิน

 

มีปัจจัย 3 อย่าง ที่ทำให้กระผมจะต้องเดินทางมาที่ วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ ได้แก่ เห็นภาพคนต่างถิ่นเขาถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างตลิ่ง ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขง กระแสผู้คนถูกหวย และอยากรู้ความเป็นมา หรือ ประวัติศาสตร์ของการสร้างพญานาคที่แลดูแปลกตา ดังกล่าวนี้

 

กระผมขออธิบายในประเด็นกระผู้คนถูกหวยก่อนนะครับ ต้องขอบอกก่อนว่า วัดราชโพนเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้เลขเด็ดแต่อย่างใด หากแต่เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน (ตามความเชื่อ และศรัทธาของชาวบ้าน) ที่เล่าต่อกันมาว่า…มีร่างทรง ขอเลขเด็ดกับพญานาค จนกระทั่งชาวบ้านถูกหวยติดต่อกันถึง 5 งวด เนื่องจากกระผมเป็นคนที่ชีวิตไม่ชอบเสี่ยง จึงทำได้เพียงหลบลี้กระแสคนถูกหวย ตะเวนถ่ายภาพ และเขียนเรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านไปเรื่อยๆ

 

วัดราชโพนเงิน

ประวัติศาสตร์ ณ วัดราชโพนเงิน

 

เรื่องราวที่กระผมอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความเป็นมาของพญานาคที่แลดูแปลกตาดังกล่าวนี้ ครั้งแรกที่เดินทางไปถ่ายภาพ ผมแลหาผู้ที่พอจะให้คำตอบไม่เจอเลย อีกทั้งก็ไม่มีลายลักษณ์อักษรให้เราได้อ่านความเป็นมาของการสร้างพญานาคทั้งแบบดั้งเดิม และรูปปั้นพญานาคที่สร้างขึ้นใหม่นี้ แหล่งข้อมูลที่ผมพอจะสืบค้นได้คือ หลังจากที่มีการสร้างตลิ่งใหม่ จากเดิมหางของพญานาคทั้ง 2 จะปัดมาทางด้านหลัง แต่ด้วยเหตุผลจำเป็นเพื่อความสะดวกตลอดแนวทางเดิน ตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโพนแพง ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสร้างในส่วนหางให้ปัดไปทางด้านข้างแทน

 

เดินทางสู่ วัดราชโพนเงิน ครั้งที่ 2 คราวนี้ผมโชคดี ได้พูดคุยกับผู้รู้ท่านหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) ท่านได้เล่าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรูปปั้นของพญานาคทั้ง 2 ว่า ครั้งหนึ่งมีพญานาค 2 ตน เกิดแรงศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธศาสนา ระหว่างที่พระพุทธเจ้าฉันภัตตาหารอยู่ที่วัดโพนฉัน สปป.ลาว (ปัจจุบันได้เพี้ยนเป็น วัดโพนสัน สปป.ลาว) จากความเลื่อมใสศรัทธาดังกล่าว พญานาคทั้ง 2 ตน จึงขอบวชในพุทธศาสนา

 

แต่ ด้วยเหตุที่ทั้งสองเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไม่สามารถบวชใต้ร่มพระพุทธศาสนาได้ พระพุทธเจ้าจึงไม่อนุญาตให้บวช แม้นว่าจะเหตุผลที่องค์พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว แต่นาคทั้ง 2 ก็ไม่ยอมลดละความเลื่อมใสศรัทธาให้มอดดับลงได้ จึงขอ ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา และตั้งมั่นแรงศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาตลอดไป

 

สำหรับนาคทั้ง 2 ตน นั้น ประกอบด้วย หัตถีนาค (ด้านขวา) ลักษณะเป็นส่วนผสมระหว่างช้าง และพญานาค (มีงา มีหู เหมือนช้าง แต่ลำตัวเป็นพญานาค) และ ราชาแห่งนาค (ซ้าย) ความหมายตรงตัว คือ เป็นผู้เป็นใหญ่ที่สุดในมวลนาคทั้งหลาย ทั้ง 2 หันหน้าไปทางที่ประทับของพระพุทธเจ้า ณ วัดโพนสัน สปป.ลาว ฤ อีกฝั่งโขง ณ วัดราชโพนเงิน นั่นเอง

 

ท่านผู้รู้ยังกล่าวอีกว่า…เหตุการณ์ยังทำให้พระพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ที่พระธาตุโพนสัน สปป.ลาว อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วัดดโพนสัน บ้านโพนสัน เมืองพะบาด แขวงบ่อลิคำไซ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแขวงบ่อลิคำไซ ในปัจจุบัน

 

ความน่าสนใจของวัดโพนสัน สปป.ลาว คือ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ และมีเจดีย์เก่าแก่ ที่สำคัญภายในวัดยังมีจุดชมวิวแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นวิวเมืองโพนเงิน หรือ บริเวณ วัดราชโพนเงิน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย แบบมุมกว้าง และชัดเจน

 

วัดราชโพนเงิน

โซนออกกำลังกาย และชมวิว ณ วัดราชโพนเงิน

 

บริเวณตลิ่ง วัดราชโพนเงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ถือได้ว่าเป็นจุดที่ชาวบ้านระแวกนี้ใช้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย ชมทัศนียภาพยามเย็น มีเรือประมงน้ำจืด เรือข้ามฟากฝั่งไทย-สปป.ลาว ให้มองสะท้อนแสงทองเติมความสุขสมได้เป็นอย่างดี

 

จุดท่องเที่ยว วัดราชโพนเงิน

 

ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการก่อสร้างตลิ่งบริเวณ วัดราชโพนเงิน เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากมีการจารึกประวัติศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราว ตลอดจนเผยแพร่สิ่งที่น่าสนใจของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 ตนนี้ และความสำคัญของวัดแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จัก คาดว่า…วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ จะกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

กระผมในฐานะ คนทำงานในพื้นที่แห่งนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรูปปั้นพญานาคทั้ง 2 คือ หัตถีนาค และราชาแห่งนาค ไว้เพื่อจารึกว่า…

 

ครั้งหนึ่ง…กระผมเคยเดินทางมากราบพระ ชอพรพญานาคทั้ง 2 นี้ และร่วมระลึกถึงความเชื่อ ความเป็นมาของอารยธรรมแห่งพุทธของทั้งเราชาวไทย และ สปป.ลาว

 

นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชม รูปปั้นพญานาคทั้ง 2 สามารถเดินทางไปได้ที่ ริมฝั่งโขงบ้านโพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย (รถยนต์สามารถเข้าได้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล – รถตู้ เท่านั้น)

 

ท้ายที่สุด…ขอให้ทุกท่านประสบสุข เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ นะครับ

บทความ
ภูห้วยอีสัน อ.สังคม ทะเลหมอกใกล้บ้าน ท้าความเสียวด้วยรถอีแต๊กๆ
ภูห้วยอีสัน อ.สังคม ทะเลหมอกใกล้บ้าน ท้าความเสียวด้วยรถอีแต๊กๆ

ภูห้วยอีสัน   “ปีใหม่นี้ขอให้มีหมอกทีเถอะ สาธุ สาธุ สาธุ แรงปรารถนาของเหล่าผู้นำ และชาวบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ที่ร่วมทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อตีแผ่แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ติดปาก ติดกระแส อย่างน่าจับตามอง ในนาม ภูห้วยอีสัน “   มีเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จเกี่ยวกับการยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เกิดขึ้นมากมาย  สิ่งที่ชัดเจนมากๆ คือ เหล่าสังคมออนไลน์บอกต่อกันอย่างไม่ขาดสาย  โดยเฉพาะเหล่าตากล้องขั้นเทพในจังหวัดหนองคาย และใกล้เคียง ต่างบุกมาถ่ายภ ...

ล่องแพ อ่างน้ำพาน อ.สร้างคอม สัมผัสวิถีเสมือนหมู่บ้านกลางน้ำ
ล่องแพ อ่างน้ำพาน อ.สร้างคอม สัมผัสวิถีเสมือนหมู่บ้านกลางน้ำ

ล่องแพ อ่างน้ำพาน สร้างคอม   จะว่าไปแล้ว…ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินทางไป ล่องแพ อ่างน้ำพาน เพื่อที่จะนำข้อมูลมาเขียนให้ท่านได้อ่านหรอกนะครับ ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น หากแต่เขียนตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ผนวกกับแรงหนุนนำของผู้คนจำนวนมากที่ต่างแสวงหาแหล่งท่องเที่ยว ในอุดมคติ  กล่าวคือ ไม่ได้ต้องการความหรูเลิศอะไรมากมายนัก ขอเพียงแต่มีสถานที่ที่ OK ในระดับหนึ่ง สามารถกินข้าวนอกบ้านได้ก็เกินพอ ว่ากันสั้นๆ ง่ายๆ   คือ ผู้คนไม่อยากอยู่บ้านนั่นเอง  ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่ไม่ชอบอยู่บ้านดูละคร….ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผนวกกับพักหลัง ...

“ร้านกาแฟ พรเจริญ” ภาคาร์แฟ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
“ร้านกาแฟ พรเจริญ” ภาคาร์แฟ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

  บ่อยครั้งที่ตั้งคำถามในใจว่า…ทำไมผู้คนส่วนใหญ่ถึงชอบที่จะเหยียบเบรค แล้วพิงพัก ณ ร้านกาแฟ ลองๆ นึกดูนะครับว่า…ถ้าหากเราเหยียบเบรค และคลัช ลงลองไปนั่งที่ร้านข้าวแกง แล้วสั่งอาหารตามสั่ง 1 ชุด (พอเรารับประทานเสร็จ ลองนั่งหน่วงเวลาสักพัก สิ่งที่ตามมาก็คือกระแสอำมหิต…จะส่งผ่านมายังรูขุมขนของเราทันที) อันนี้ผมก็พูดเกินไป จริงๆ…เราเข้าใจ และเห็นใจซึ่งกันเป็นอย่างดี (ความเป็นไทย) เราสอนให้มีความเกรงใจเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว….แต่   บางครั้ง…เราก็อยากที่จะนั่งนาน (ไม่ใช่ว่าท้องผูก) แต่เรามีความจำเป็นจะต้องนั่งเผาเวลา ท่ามกลางบรรย ...

รับโอนย้ายข้าราชการ การขอย้าย สับเปลี่ยน สถานที่ปฏิบัติราชการ
รับโอนย้ายข้าราชการ การขอย้าย สับเปลี่ยน สถานที่ปฏิบัติราชการ

รับโอนย้ายข้าราชการ   “ใครทำงานในที่ทำงานแห่งเดิมเกิน 2-4 ปี ไม่พัฒนา” เป็นคำพูดที่แสลงใจอยู่เนืองๆ ผมลองนำแนวคิด และกลไกการได้มาซึ่งผลงานคุณภาพ ที่กล่าวว่า หากเราทำงานเดิมซ้ำๆ คุณภาพของผลงานย่อมดีขึ้นตามลำดับ เผลอๆ แถมนวตกรรมต่างๆ ติดมือมาโดยไม่ได้ตั้งใจซะอีก…^^   สำหรับเพื่อนๆ ที่ค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับ รับโอนย้ายข้าราชการ การโยกย้าย สับเปลี่ยน ทั้งในจังหวัด (ส่วนราชการเดิม) ย้ายนอกจังหวัด ทั้งในกรมเดิม หรือ ต่างกรม อย่างพึ่งบ่นกันนะครับ ผมขอเกริ่นเรื่องราวผ่อนคลายไปพรางๆ ก่อน   เรื่องราวเกี่ยวกับการ


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน