ภูลังกา บึงกาฬ พิกัดวัดถ้ำพวงมุ่งสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์

  16 ตุลาคม 2559 14:33    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 5082  

ภูกองข้าว

 

พระธาตุกองข้าว…ภาพติดตาของผมเมื่อกล่าวถึง

 

ภูลังกา บึงกาฬ

 

หลายท่านสงสัยว่าภูลังกาอยู่ในพื้นที่ไหนกันแน่…เท่าที่สอบถามพระอาจารย์ที่จำพรรษาอยู่บนภูลังกา ท่านเล่าให้ฟังว่า ภูลังกาจะแบ่งจุดสำคัญๆ ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือ พิกัดพระธาตุกองข้าว (จุดนี้จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีบรรไดขึ้นค่อนข้างสะดวก แต่ต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนระอุ) ส่วนที่ 2 คือ ตลอดแนว ภูลังกา บึงกาฬ ที่ขนาบพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ (จุดนี้สามารถขึ้นได้หลายเส้นทาง อาทิ วัดถ้ำพระขาว วัดพระธาตุภูลังกา วัดถ้ำพวง ฯลฯ)

 

ถ้ำพวง

 

วันนี้…ผมใช้เส้นทางวัดถ้ำพวง…ทยานขึ้นสู่ ภูลังกา บึงกาฬ  ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มงคลชีวิตด้วยแรงศรัทธาที่เต็มเปี่ยม…บริเวณวัดถ้ำพวงร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ โขดหินสลับซับซ้อน แนบติดกับภูลังกา เส้นทางสู่วัดแห่งนี้ทุกท่านไม่ต้องตกใจ เพราะจะวิ่งผ่านสวนยางพาราของชาวบ้านพอสมควร สภาพถนนเป็นทางลูกรัง (สามารถเดินทางได้ดีในฤดูแล้ง และฤดูหนาว) นอกจากนั้นวัดแห่งนี้ยังมีพระธาตุกองข้าวจำลองอีกด้วย

 

ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หลังสอบถามชาวบ้านว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถึงหลัง ภูลังกา บึงกาฬ …โดยปกติชาวบ้านที่นี่จะใช้เวลาเพียง 30 นาที จะถึงหลังภูลูกแรก (เอาเข้าจริงๆ ผมใช้เวลาประมาณ 50 นาที พักหายใจ 5 ครั้ง) เนื่องจากเส้นทางการขึ้นภูลังกา ณ วัดถ้ำพวงแห่งนี้ มีความสูงชันพอสมควร ต้องใช้ความระมัดระวังควบคู่ไปกับสมาธิเสมอๆ มีบรรไดเหล็กสลับกับช่องทางดินหินตามสภาพทางธรรมชาติ ความน่าสนใจของเส้นทางนี้ คือ มีร่มเงาของต้นไม้ป่า และคำสอนช่วยเตือนสติตลอดเส้นทาง ทำให้ลดความเหนื่อยล้าของเราได้ดีพอสมควร…

 

เมื่อถึงหลังภูลังกา จะต้องเดินลัดเลาะตามเส้นทางแนวป่าไผ่ ป่าไม้ธรรมชาติ สักพักก็จะถึงลานกว้าง…เมื่อเดินทางมาถึงจุดนี้เชื่อได้ว่า ทุกท่านเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว สามารถกางแขนรับลมเย็นๆ ได้ตามสะดวก และสามารถมองเห็นภูกองข้าวสีทองอร่ามอีกฝั่งฟาก

 

ถ้ำพวง

 

ช่่วงก่อนเดินทางต่อเราก็มีเวลาเก็บภาพพันธุ์ไม้ป่านานาได้อย่างเต็มที่ (โดยส่วนตัวแล้ว…ผมถ่ายภาพตอนกลับ) เมื่อหายเหนื่อยแล้ว…เดินทางต่อขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง เพื่อมุ่งหน้าสู่เจดีหลวงปู่วัง และเจดีย์หลวงปู่เสาร์

 

เดินสักพักใหญ่…จะเจอกุฎิพระอาจารย์ หรือจะเรียกว่าถ้ำก็คงไม่ผิดนัก บริเวณกุฎิแห่งนี้เย็นเงียบสงัด มองเผินๆ คล้ายกับวัดวาทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือ สถาปัตยกรรมที่ไม่ได้ใช้เหล็ก หิน ปูนอะไรมากมายนัก (เสาของกุฎิที่่เติมแต่งรับมุมกับหลืบถ้ำใช้ไม้ไผ่โอบด้วยดิน) หัวใจสำคัญของความอยู่รอดของพระสงฆ์ที่นี่ คือ น้ำ ถึงแม้จะมีภาชนะรองน้ำระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องสร้างแหล่งรับน้ำสำรอง คือ ขุดเจาะบริเวณโขดหินเพื่อรับน้ำระบบหยด พระอาจารย์บอกว่า…ถ้าฝนจะตกน้ำจะหยุด ถ้าฝนไม่ตกน้ำก็จะหยดไปเรื่อยๆ

 

ถ้ำพวง

 

ระหว่างนี้ก็นั่งสนทนาธรรม พรางดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย…วันนี้ผมโชคดีมาก นอกจากพระอาจารย์จะให้แก่นสาระทางธรรมะแล้ว ยังอาสานำทางสู่เจดีย์หลวงปู่วัง และเจดีย์หลวงปู่เสาร์ สิ่งที่ใช้เป็นตัวชี้วัดแรงศรัทธา คือ ภูลังกาทั้ง 2 ลูกที่เราก้าวเดินผ่านมานั่นเอง

 

เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดของ ภูลังกา บึงกาฬ

 

…เราจะได้เจอะพระเจดีย์บรรจุอัฐิของครูบาวังเป็นอันดับแรก ทำให้นึกถึงเรื่องราวการเจริญภาวนาขั้นอุกฤษฏ์ของครูบาวัง ที่เล่าลือกันทั่วไปในหมู่พวกสหธรรมิกด้วยกัน กล่าวคือ ครูบาวังชอบไปนั่งบำเพ็ญเพียรที่ชะง่อนผาอันสูงลิบลิ่วบนยอดภูลังกา (ชะง่อนกว้างประมาณ 2 ศอก) เวลานั่งถ้าหากเอียงซ้าย หรือเอียงขวานิดเดียวอาจร่วงลงไปในเหวลึก ด้วยเหตุที่ครูบาวังเป็นพระป่านักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานศิษย์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาเรื่อยมา โดยจัดงานพิธีพุทธาภิเษกรูปเหมือนครูบาวัง ฐิติสาโร และพิธีบวงสรวงสร้างบันไดขึ้นสู่ยอดภูลังกาเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อให้ผู้มีจิตใฝ่ธรรม หรือสูงอายุทั้งหลายสามารถเดินขึ้นเขาไปกราบไหว้สักการะได้โดยสะดวกขึ้น (ผมสอบถามพระจารย์ที่นำทาง ทำกล่าวว่า…จุดวัดถ้ำพวง สถิติผู้ที่มีอายุสูงสุดที่ขึ้นมาสักการะพระเจดีย์พระอาจารย์วัง อยู่ที่ 70 ปี)

 

ภูลังกา

 

เมื่อสักการะพระเจดีย์พระอาจารย์วังแล้ว…เราได้เดินทางต่อไปที่บริเวณถ้ำครูบาวัง จะต้องเดินอ้อมภูลังกาไปอีกฝั่งฟากของเจดีย์ ระหว่างทางจะต้องใช้สมาธิ และสติตลอดเวลา เพราะมีเหลือบเขาสลับโขดหิน ไม่่นานนักจะเข้าสู่บริเวณถ้ำที่ต่อเติมทำเป็นระเบียงไม้ (อย่าลืมถอดรองเท้า หรือ ถือหากจำเป็นต้องเดินผ่าน) บริเวณถ้ำแห่งนี้สามารถบรรจุผู้แสวงบุญได้กว่า 200 คน บริเวณถ้ำมีผู้ที่ขึ้นมาคอยดูแล และทำความสะอาดไว้เป็นอย่างดี พระอาจารย์บอกว่า…บริเวณถ้ำครูบาวังแห่งนี้จะใช้สำหรับแสดงธรรม และเป็นพื้นที่ที่บรรจุผู้คนได้มากที่สุด รองจากหลังภูลังกา…พระอาจารย์ยังทิ้งปมให้ผมตามหาคำตอบ กับภาพถ่ายติดวิญญาณของพระนางรูปหนึ่งในภาพ…

 

ผมรู้สึกว่ากำลังเดินตามเข็มนาฬิกาวกวนเวียนกลับมาด้านล่างของพระเจดีย์พระอาจารย์วัง มีบ่อน้ำเล็กๆ แต่มีความลึกและความกว้างในเบื้องล่าง พระอาจารย์บอกว่าบ่อน้ำพระอินทร์แห่งนี้ไม่เคยเืหือดแห้ง เห็นไหมโยม..มีพญานาคตัวน้อยด้วย (คล้ายๆ งู คล้ายๆ ปลาไหล) ออกมาทักทาย

 

ระหว่างเส้้นทางผมสังเกตุเห็นพระส่วนใหญ่จะไม่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว อย่างน้อยจะมีพระนั่งซ้อนกันมากกว่า 3 องค์ พระอาจารย์บอกว่า…ไม่มีอะไรหรอกโยม มีคนขึ้นมาเจอเห็นท่านอยู่องค์เดียวก็เลยทำเพิ่มเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าผมกำลังเสพกลิ่นไอของความเพิ่มพูนตั้งแต่อย่างก้าวขึ้นสู่ภูแห่งนี้

 

ความเชื่ออีกอย่างที่สามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทางก็คือ การนำเศษหินมาเรียงต่อกัน ชาวบ้านเชื่อว่าจะอุดมด้วยความสุขสม อุดมสมบูรณ์ลาภ ยศ ทำนองเดียวกับการก่อเจดีย์ทรายในวัดนั่นแล

 

เราใช้เวลาเดินอย่างรวดเร็ว…อากาศร้อนมาก อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่าปกติก็อาจเป็นได้ ถึงพระเจดีย์หลวงปู่เสาร์ตั้งตระหง่านอยู่่บริเวณหน้าผา สาเหตุที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาเข้าใจว่าต้องการให้อุบาสก อุบาสิกา ที่เดินทางผ่านภูลังกาแห่งนี้ได้มองเห็น และระลึกถึงบารมีแห่งความดีของหลวงปู่เสาร์

 

ภูลังกา บ้านแพง

 

ข้างพระเจดีย์มีพระพุทธรูป 2 องค์ องค์แรกเราไม่สามารถกราบด้านหน้าได้เลย…

อีกองค์เยื้องไปทางด้านหลังของกุฎิ สามารถกราบได้เพียงด้านข้าง….

การเดินทางขึ้นสู่ ภูลังกา บึงกาฬ แห่งนี้…

 

ไม่ใช่แค่การเดินป่า และความท้าทายอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจ แต่ในความเป็นจริงกลับเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง สิ่งลึกลับหลายๆ อย่าง ผมตอบไม่ได้ว่าคืออะไร แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ การก้าวเดินไปอย่างมีสติ ความตั้งมั่นของจิตผู้ใฝ่กุศล เชื่อเหลือเกินว่า…ภูลังกา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนพระอรหันต์แห่งนี้…จะช่วยหนุนนำความสุข นำมาซึ่งสิริมงคลครั้งใหญ่ในชีวิตของทุกท่านเป็นแน่แท้

 

ติดตามอ่านเรื่องราวเพิ่มเติม….กับการขึ้นสู่ภูลังกา ครั้งที่ 2 ณ จุด วัดถ้ำชัยมงคล อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ต่อได้ที่ลิงค์นี้นะครับ

บทความ
เจ้าแม่สองนาง และความเชื่อเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำ
เจ้าแม่สองนาง และความเชื่อเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำ

เจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ   คนไทยกับความเชื่อที่สืบทอดเล่าขานต่อๆ กันมาที่เรียกว่าตำนานนั้น เป็นเรื่องราวดึกดำบรรพ์ ที่คนเชื่อก็เชื่อ และมักจะมีเรื่องราวบางอย่างที่ส่งเสริมให้ความเชื่อนั้นคงอยู่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็อาจมีบางกลุ่มที่ไม่เชื่อ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องของความเชื่อ ศรัทธา ควรเป็นเรื่องที่งดเว้นการวิจารณ์ และให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละคน คนอื่นไม่ควรก้าวล่วงหรือละเมิดความเชื่อของคนอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีอะไรผิด ตราบใดที่ไม่สร้างความเสียหายให้แก่สังคมโดยรวม เช่นเดียวกับเรื่องราวของเจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ แห่งนี้

แต่งบ้านให้รวย หนึ่งในหนังสือในงานมหกรรมหนังสือ เซนทรัล
แต่งบ้านให้รวย หนึ่งในหนังสือในงานมหกรรมหนังสือ เซนทรัล

มหกรรมหนังสือ เซนทรัล อุดรธานี   “มหกรรมหนังสือ เซนทรัล อุดรธานี 2557” แม้ว่าช่วงเวลาในการจัดงานดังกล่าวจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น … แต่ผมมองว่าช่วงเวลาดังกล่าว เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ามาก  รู้สึกเสียดายแทนหลายๆ ท่านที่ไม่ได้ไปเดินชม เดินฟัง ตลอดจนเรื่องราวดีๆ จากเหล่านักเขียนผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านงานเขียนหลายๆ ท่าน…มีหนังสือหลายเล่มที่ผมสนใจ และหยิบขึ้นมายืนอ่านบ้าง เดินชำเลืองมองบ้าง ผลสุดท้ายได้หนังสือติดมือกลับบ้าน 3 เล่ม(ที่ชอบที่สุด) สิ่งที่เป็นไปตามความคาดหมายก็คือ ผมได้หนังสือนวนิยายราวๆ 20 กว่าเล่ม…(คนข้าง ...

วัดราชโพนเงิน ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หัตถีนาค และ ราชาแห่งนาค
วัดราชโพนเงิน ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หัตถีนาค และ ราชาแห่งนาค

  วัดราชโพนเงิน   มีปัจจัย 3 อย่าง ที่ทำให้กระผมจะต้องเดินทางมาที่ วัดราชโพนเงิน แห่งนี้ ได้แก่ เห็นภาพคนต่างถิ่นเขาถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างตลิ่ง ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขง กระแสผู้คนถูกหวย และอยากรู้ความเป็นมา หรือ ประวัติศาสตร์ของการสร้างพญานาคที่แลดูแปลกตา ดังกล่าวนี้   กระผมขออธิบายในประเด็นกระผู้คนถูกหวยก่อนนะครับ ต้องขอบอกก่อนว่า วัดราชโพนเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้เลขเด็ดแต่อย่างใด หากแต่เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน (ตามความเชื่อ และศรัทธาของชาวบ้าน) ที่เล่าต่อกันมาว่า…มีร่างทรง ขอเลขเ ...

ถ้ำดินเพียง ณ วัดถ้ำศรีมงคล อำเภอสังคม  ตามรอยประตูเมืองพญานาคฯ
ถ้ำดินเพียง ณ วัดถ้ำศรีมงคล อำเภอสังคม ตามรอยประตูเมืองพญานาคฯ

ถ้ำดินเพียง   ตำนานแห่งความเชื่อ ศาสตร์ที่สะท้อนความเกี่ยวโยงระหว่าง พุทธศาสนา พญานาค และชาวบ้าน ดังจะเห็นได้จากร่องรอยในสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวิถีพุทธ และที่สำคัญผู้คนทั่วประเทศต่างหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชม บ้างก็ท้าพิสูจน์ (ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคในช่วงเทศกาลออกพรรษา นั่นเอง) อย่างไรก็ดีแม้ความรู้สึกในเชิงบวกดังกล่าวจะยากต่อการพิสูจน์ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า…หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง และล้วนแล้วเจริญรุ่งเรืองอันเกิดจากความเชื่อนี้  อาทิ ภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ,คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุด ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน