หลวงพ่อองค์ตื้อ ประวัติ ปาฎิหาริย์ การเดินทางสู่ ท่าบ่อ หนองคาย

  15 ตุลาคม 2559 20:52    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 5095  

หลวงพ่อองค์ตื้อ

หลวงพ่อองค์ตื้อ

 

การเดินทางสู่อำเภอท่าบ่อ ซึ่งเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดหนองคาย ในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อท่องเที่ยว ฤ เก็บภาพ และเรื่องราวเกี่ยวกับ วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ แต่อย่างใด หากแต่เดินทางมาปฏิบัติราชการบางอย่าง แต่บังเอิญมีบางสิ่งดลใจให้ขับรถวนเวียนอยู่ในตัวอำเภอหลายรอบ (หลงทาง) ประการที่หนึ่งเพื่อตระเวนหาตู้กดเงินอัตโนมัติ ประการที่สองตามหาเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เพื่อนกำลังใจจดจ่อรอทำเมนูเด็ดที่บ้าน และบางสิ่งดลใจให้เดินทางไปยัง วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ กระนั้น

 

ว่าไปแล้ว…ตอนแรกกระผมเข้าใจว่า วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ อยู่อีกอำเภอหนึ่ง…ไม่คิดว่าอยู่ในอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย จำได้ว่าก่อนที่จะเข้ามาทำงานในจังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.2550 ทีมหัวหน้างานได้พาตระเวนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในจังหวัด หลวงพ่อองค์ตื้อ คือหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้น

 

ก่อนที่จะนำทุกท่านเข้าสู่เรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงพ่อองค์ตื้อ สิ่งสำคัญที่ผมในฐานะผู้มาเยือนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่ควรศึกษา นั่นคือ ความสบสนของเส้นทางในตัวอำเภอท่าบ่อ กล่าวคือ มี 3 เส้นทางหลักๆ ได้แก่ เส้นเลาะริมฝั่งโขง เส้นตลาด และย่านการค้า และเส้นหลัก ถนนแต่ละจุดมีทั้งต่างระดับ ทางแยกหลายจุดที่ดูแปลกๆ ดังนั้นขอให้ท่านเดินทางแบบใจเย็นๆ

 

ตามที่เกริ่นนำในเบื้องต้น กระผมจอดรถซื้อของฝาก เลยถือโอกาสถามไถ่ คุณยาย เจ้าของร้านของฝากท่าบ่อ ว่า…คุณยายครับ อำเภอท่าบ่อส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ไหนกัน คุณยายตอบสั้นๆว่า…ท่าบ่อไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมากราบสักการะหลวงพ่อองค์ตื้อ (ศักดิ์สิทธิ์นะลูก) เสร็จแล้วก็จะเดินทางไปยัง ตลาดท่าเสด็จ ว่างั้น…

 

ผมถามต่ออีกว่า…แล้วถ้าผมจะไปกราบหลวงพ่อองค์ตื้อ ไปทางไหน? ครับ คุณยายตอบ…ตรงไปเลย ตรงอย่างเดียว ประมาณ 1 กิโลเมตรจะชนประตูวัดหลวงพ่อองค์ตื้อเลย…

 

สู่วัด หลวงพ่อองค์ตื้อ  แม้นว่าวัดจะอยู่ในหมู่บ้านศรีชมภู แต่บรรยากาศโดยรวมถือว่าเงียบสงบ…อาณาบริเวณกว้างขวาง โดยเฉพาะลานจอดรถ


สิ่งที่ผมคิดว่าทำได้ดี และเหมาะสมอย่างยิ่ง คือ การเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา บูชาดอกไม้ ธูปเทียน ตามจิตศรัทธาบริจาค โดยกำหนดจุดให้จุดธูปเทียน และจัดให้มีแท่นสำหรับกราบบริเวณด้านหน้า ซึ่งสะดวกมากๆ สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหากระดูกสันหลัง เป็นต้น

 

นอกจากนั้นยังมีจุดน่าสนใจ ได้แก่ บูชาวัตถุมงคล ปล่อยนก ปล่อยปลา ใต้ร่มโพธิ์ริมแม่น้ำ และอาหาร เครื่องดื่ม (ปลอดแอลกอฮอล์) ซึ่งจัดโซนได้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ โดยจัดโซนอาหาร เครื่องดื่มไว้ทางด้านซ้ายของศาลาการเปรียญ และจุดบูชาวัตถุมงคล ปล่อยนก ปล่อยปลา ไว้ทางด้านหน้า…

 

ที่ผมประทับใจมากๆ คือ ในพระวิหารมีการที่จัดให้มีผู้เฒ่าผู้แก่คอยให้คำแนะนำในการกราบสักการะ ขอพร หลวงพ่อองค์ตื้อ แถมยังผูกข้อต่อแขนอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง เดินทางโดยสวัสดิภาพอีกต่างหาก (มีทุกวันเลยทีเดียว) ผมไม่พลาดที่จะผูกข้อต่อแขน แถมท่านยังฝากฝ้ายผูกแขนมงคลติดมือมาฝากคนที่บ้านอีกหลายสิบเส้น…

ประวัติ หลวงพ่อองค์ตื้อ

 

กระผมสืบค้นข้อมูล ร่วมกับการเดินอ่านประวัติความเป็นมาของ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐาน หลวงพ่อองค์ตื้อ ขอสรุปเรื่องราวพอสังเขป ดังต่อไปนี้ ตามหลักศิลาจารึกได้เขียนไว้ว่าวัดแห่งนี้ และ หลวงพ่อองค์ตื้อ สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2105 โดย พระไชยเชษฐาผู้ครองนครเวียงจันทน์

 

โดยกระบวนการสร้าง หลวงพ่อองค์ตื้อ นั้น ชาวบ้านได้มีการเรี่ยไรทองคำ ทองเหลือง ทองแดง เงิน และสิ่งของมีค่าต่างๆ ให้ได้น้ำหนัก 1 ตื้อ เพื่อใช้ในการหล่อหลวงพ่อองค์ตื้อ นั่นเอง (มาตราอีสานโบราณ คือ 10 ชั่งเป็นหมื่น 10 หมื่นเป็นแสน 10 แสนเป็นล้าน 10 ล้านเป็นโกฎิ 10 โกฎิเป็นหนึ่งกือ และ 10 กือเป็นหนึ่งตื้อ)

 

ช่วงประเพณีในการสมโภชพระเจ้าองค์ตื้อ จะจัดขึ้นในวันขึ้น 11 ค่ำ – แรม 1 ค่ำเดือน 4 ชาวบ้านจะร่วมเวียนเทียนรอบพระวิหารหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ เรียกว่าบุญเดือน 4 หรือบุญเผวส

 

ปาฎิหารย์ หลวงพ่อองค์ตื้อ

 

ตำนานเล่าว่าวันสุดท้ายของการหล่อพระเกศของหลวงพ่อองค์ตื้อ โดยพระสงฆ์ร่วมกับชาวบ้าน สิ่งที่เกิดคือ ทำการยกเบ้าเทแล้วแต่เทไม่ติด จึงได้เอาเบ้าเข้าเตาใหม่ ผนวกกับถึงช่วงเวลาฉันเพลพอดี พอฉันเพลเสร็จ มีผู้ชายคนหนึ่งนุ่งห่มขาว มายกเบ้านั้นเทจนสำเร็จไปก่อนแล้ว ที่สำคัญสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ชาวบ้านเชื่อว่า…ชายผู้นั้นเป็นเทวดามาช่วยสร้าง…

 

ข้าศึกชาวฮ่อได้บุกลุกเข้ามา หมายที่จะทำลายองค์พระเพื่อให้ชาวไทยเสียขวัญกำลังใจ ชาวฮ่อได้จ้วงขวานฟันลงไปที่พระชานุ เสียงร้องอจากพระโอษฐ์ มีพระดลหิตไหลออกจากแผล และมีน้ำพระเนตรไหลซึมออกมา ข้าศึกเห็นอัศจรรย์เช่นนั้น เกรงจะเกิดภัย…จึงรีบยกทัพกลับ ปัจจุบันยังมีรอยขวานที่บริเวณพระชานุของ หลวงพ่อองค์ตื้อ ปรากฎให้เห็น…

 

ในสมัยก่อน ตั้งแต่เจ้านายที่เข้ามาถือน้ำพิพัฒนสัตยา หรือผู้คนที่สัญจรไปมา จะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้ากราบสักการะ หลวงพ่อองค์ตื้อ มิเช่นนั้นจะมีอันเป็นไป ฤ เจ็บป่วยกระทันหัน เป็นต้น

 

สมหวังสำหรับผู้ที่ไม่มีบุตร โดยบูชาดอกไม้ธูปเทียนสักการะ ก็จะได้กุลบุตรกุลธิดาดังหวัง หากแต่เมื่อได้แล้วจะต้องสั่งสอนโดยใช้หลักธรรม ห้ามเฆี่ยนตี


รวมทั้ง การขอพรให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ตามหาของที่หายแล้วจะได้กลับคืน และแคล้วคลาดปลอดภัยจากการทำศึกสงคราม เป็นต้น

บทความ
ร้านนมสด ปากคาด โอ้วนม นมสดจากฟาร์ม OH!!!! NOM
ร้านนมสด ปากคาด โอ้วนม นมสดจากฟาร์ม OH!!!! NOM

ร้านนมสด ปากคาด   พี่กันค่ะ…ร้านนมสด ที่ปากคาดร้านนี้ตกแต่งร้านได้น่านั่งมากเลย นมสดก็อร่อย แถมราคาก็ไม่แพงอีกต่างหาก คือ เสียงเชิญชวนที่น้องที่สำนักงานฯ พยายามสื่อสารเรื่องราว เสมือนว่า…กำลังหาค่าแนะนำ ฤ หมายปองนมสดปั่นสักแก้วเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนอะไรทำนองนั้น ตอนแรกผมไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่นักด้วยเหตุที่ไม่ค่อยชอบดื่มนม โดยเฉพาะนมสด จึงฟังเรื่องราวแบบผ่านๆ หู  แต่ด้วยพลังแห่งสื่อออนไลน์อันเกิดจากสถานะการ Update Event ของน้องสาวผมเกี่ยวกับร้านนมสดแห่งนี้ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผมอยากพิสูจน์ด้วยตนเองแล้วสิว่า ร้านนม ...

ริมโขง ปากคาด กับประเด็นคุณครูให้เด็กๆ เขียนเรื่องราวประทับใจ
ริมโขง ปากคาด กับประเด็นคุณครูให้เด็กๆ เขียนเรื่องราวประทับใจ

  ริมโขง ปากคาด   เย็นวันหนึ่ง ณ ริมโขง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างที่ผมนั่งอินบรรยากาศช่วงเวลาก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า ได้ยินเด็กๆ ประมาณชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พูดคุยกันด้วยคำพูดค่อนข้างเครียดเกี่ยวกับโจทย์การบ้านที่คุณครูที่โรงเรียนให้ทำส่งในวันพรุ่งนี้…เท่าที่ผมพอจับประเด็นได้ความว่า คุณครูให้เด็กๆ เขียนเรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับ ริมโขง ปากคาดอะไรทำนองนี้   ผมก็เลยถือโอกาสใช้โจทย์เดียวกันกับเด็กๆ ซะเลย   อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ถือได้ว่าเป็นอำเภอที่มีความเจริญเติบโตทางด้านก ...

พยาธิใบไม้ในตับ วาระคนอีสาน ปลายทางสู่ โรคมะเร็งท่อน้ำดี
พยาธิใบไม้ในตับ วาระคนอีสาน ปลายทางสู่ โรคมะเร็งท่อน้ำดี

พยาธิใบไม้ในตับ   หากเพื่อนๆ ลองนึกดูดีๆ ประมาณปี พ.ศ. 2534 (ผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) ผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะจดจำภาพเหตุการณ์รณรงค์ไม่ให้คนอีสานกินปลาดิบ หรือ กินสุกๆ ดิบๆ ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความเกี่ยวกับ พยาธิใบไม้ในตับ อยู่นี้ ผมมองดูปฏิทินข้างโต๊ะ ปี พ.ศ. 2557 (จริงๆ ไม่มองดูก็น่าจะพอรู้ ^^)   สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เรายังต้องวกกลับมารณรงค์ไม่ให้คนไทย โดยเฉพาะคนอีสาน ที่มีความเสี่ยงเป็นทุนอยู่แล้วนั้น ไม่ให้กินปลาดิบอยู่ ฤ แต่ทว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับ มันอันตรายไม่ยิ่งหย่อนกว่าโรคใดๆ เพราะปลายทางของโรคนี้ คือ มะเร็งท่อน้ำดี หรือ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน