ประเพณีแข่งเรือยาว ศึก 5 สนามชิงชัยจ้าวแห่งแม่น้ำโขง

  16 ตุลาคม 2559 14:44    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1509  

แข่งเรือยาว

ประเพณีแข่งเรือยาว

 

ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ในแต่ละภาคของประเทศไทย เป็นสิ่งสะท้อนความสำเร็จของการสืบสานประเพณีได้เป็นอย่างดี จังหวัดที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงด้านการสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว อาทิ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อ่างทอง นครสวรรค์ กรุงเทพฯ จะสังเกตุเห็นว่า…จังหวัดบึงกาฬเราไม่ติดโผล๋ ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ผมเข้าใจถูกไหม? นี่

 

ความเป็นมา

 

ประเพณีแข่งขันเรือยาว ที่พอจะสืบค้นได้เล่าถึงระยะเวลาของการเล่นแข่งเรือนั้น มีมานานโข ตั้งแต่สมัยอยุธยาเลยทีเดียว โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น ในสมัยก่อนด้านการค้าขาย การดิ้นรนทางด้านธุรกิจไม่บ้าคลั่งเหมือนปัจจุบัน ทำให้ผู้คนมีเวลาที่จะคิดสร้างสรรค์จรรโลงสังคม ด้วยปัจจัยเกื้อหนุน 3 ปัจจัย ได้แก่ ในอดีตการเดินทางจะนิยมทางเรือ หรือทางน้ำ เป็นหลัก ฤดูน้ำหลาก และในฮ้วงของการทำบุญเดือน 11 การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า (ผมกำลังหลับตานึกภาพตลาดน้ำอัมพวา) แค่คิดก็สนุกแล้ว

 

วัตถุประสงค์

 

ประเพณีแข่งขันเรือยาว ในอดีตนั้น มีวัตถุประสงค์เพียง 3 ประการเท่านั้น ได้แก่ การบรวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ การสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน และอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่สืบไป (แม้ว่าเราจะสามารถสืบทอดประเพณีดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน…ในความคิดส่วนตัวผมแล้ว หากการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันล้ำค่านี้ สะท้อนภาพในเชิงพาณิชย์มากไป มนต์เสน่ห์ของ ประเพณีแข่งขันเรือยาว..ก็จะค่อยๆ ลดระดับความสำคัญลงในเชิงคุณค่า

 

ประเพณีแข่งเรือยาว บึงกาฬ

 

ประเพณีแข่งเรือยาว ในจังหวัดบึงกาฬ เราทราบกันดีว่าปฏิทินเรียงตามลำดับ แข่งเรือบึงสวรรค์ แข่งเรือหอคำ แข่งเรือบึงกาฬ แข่งเรือบุ่งคล้า และแข่งเรือปากคาด แต่ผมจะขอเล่าใน 4 ประเด็น ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีไทย-ลาว ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว และความเป็นเอกลักษณ์

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นในข้างต้น ขอพักนั่งจินตนาการภาพบรรยากาศงานแข่งเรือ สักครู่…แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้า สายน้ำโขงส่องแสงประกาย ผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาจับจองบริเวณร่มไม้ ชายคา ตลอดริมฝั่งโขง คนขายปลาหมึกแห้ง ถั่ว เมล็ดทานตะวัน เม็ดแตงโม มะม่วง ปลาเส้น เยอะเป็นปรากฎการณ์ เด็กตัวเล็กๆ ข้อมือผูกลูกโป่งสวรรค์ แสงสีเสียงชิงช้า ม้าหมุน ปืนเด็กเล่น ปาเป้า ยิ่งเป้า รถบั้ม ไปจนถึงนักพากษ์เรือสีสันของงานที่สลับสับเปลี่ยนการกั้นหายใจพากษ์เรืออย่างสูสีดู๋ดี๋ แม้ว่าเรือจะชนะขาดรอย ที่ขาดไม่ได้เลยคือสื่อมวลชนซึ่งไม่รู้จะเยอะไปไหน ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซต์ ชมรมถ่ายภาพ ที่กำลังอลหม่านจับจองมุมกล้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร…

 

เอาล่ะครับ…ขอเข้าสู่เรื่องราวเป็นการเป็นงาน ทั้ง 4 ประเด็น

 

1. ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม : ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ในจังหวัดบึงกาฬในปัจจุบัน หากเราย้อนกลับไปมองวัตถุประสงค์ในอดีตแล้วเราจะพบว่า สิ่งที่ยังคงอยู่ชัดเจนคือ การพนัน แต่สิ่งที่เลือนลางลงไปทุกวันคือ การทำบุญ และความสามัคคี

 

2. ด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีไทย-ลาว : การนำประเพณีที่ทั้ง 2 ฝั่งทำเหมือนกัน ไทยเป็นทีมเย้า ลาวเป็นทีมเยือน สลับสับเปลี่ยนกันทั้ง 2 ประเทศ ถือเป็นสิ่งที่งดงามมากๆ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือ ถ้ามีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านการแข่งขันเรือยาวระหว่าง 2 ประเทศ ให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมีกลิ่นไอของฝั่ง สปป.ลาวนิดๆ ของไทยหน่อยๆ คงน่าสนใจไม่น้อย…

 

3. ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว : ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 จะใช้เวลาในการเดินชมสินค้าที่ประกาศว่าราคาถูก ในร่มผ้าใบ เต้นท์ ชายคา เป็นส่วนใหญ่ ด้วยอากาศที่ร้อนแบบไม่เกรงใจใคร จังหวัดบึงกาฬถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการขยายอาณาเขตร้านค้า ร้านขาย แม้นว่าอัตราค่าเช่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ยอมแพ้ (อันนี้ผมก็ฟังผู้ประกอบการเล่ามาอีกที) แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับในอดีตแล้ว…ในอดีตน่าเดินชม เดินซื้อสินค้ามากกว่า ลองนึกเล่นๆ นะครับว่า…ถ้าค่าเช่าราคาถูก ประเภทสินค้าก็จะมีให้เลือกมาก ผู้ประกอบการก็จะหลั่งไหลเข้ามาจับของอย่างเนืองแน่น ที่สำคัญ…ราคาถูกแบบไม่ต้องประกาศ…

 

4. ด้านความเป็นเอกลักษณ์ : อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นว่า…ที่ไหนๆ ก็มีการแข่งเรือ ทั้ง 5 สนามในจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ แข่งเรือบึงสวรรค์ แข่งเรือหอคำ แข่งเรือบึงกาฬ แข่งเรือบุ่งคล้า และแข่งเรือปากคาด ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น แต่ว่าพ่อค้าเวียนไปทุกที ก็ว่ากันไป…ในช่วงเวลากว่า 30 ปี ผมคิดว่าสนามที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุด คือ สนามแข่งขันบุ่งคล้า แต่ความเป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยว ฤ คนในจังหวัดคาดหวังยังไม่ชัดเจน อย่างน้อยก็ดีขึ้นมาหน่อย…ในปี 2557 เริ่มมีการแสดงทางน้ำให้ชม ก็ทำให้เรากั้นหายใจ อ้าปากค้างได้สักพักใหญ่ๆ เราชาวจังหวัดบึงกาฬทุกท่าน…คงจะต้องมาร่วมด้วยช่วยกันค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนแล้วละ…(นอกจากการเพิ่มเงินรางวัล)

 

สรุปทิ้งท้าย : ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ที่ผมเล่ามาทั้งหมด อาจจะมีคำพูดที่ตรงจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวกระทบใคร หากแต่เป็นข้อคิดเห็นของคนบึงกาฬคนหนึ่งที่อยากจะเห็น ความงดงามในเชิงศิลปวัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ผสมผสานกันอย่างลงตัว…เท่านั้น

 

ปล. ไม่ได้ไปเที่ยวงาน ประเพณีแข่งเรือยาว ปี 2557 ก็เลยเพ้อไปเรื่อย…5555

บทความ
ทะเลบัวแดง พรเจริญ เตรียมยกระดับ แพ เนินหนองเลิง
ทะเลบัวแดง พรเจริญ เตรียมยกระดับ แพ เนินหนองเลิง

เที่ยว ทะเลบัวแดง พรเจริญ   พึ่งเข้าสู่ต้นศักราชใหม่ได้เพียงไม่นาน…ผมรู้สึกว่าหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างดูแปลกไป ทว่า ผมอาจจะอิ่มตัวกับการนั่งเขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวในจังหวัดน้องใหม่แห่งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญเลย คือ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ระดับความสนุกกับการเล่าเรื่องลดลง แต่อย่างไรก็ตามบล็อกเล็กๆ แห่งนี้ก็จะพยายามก้าวเดินต่อไป เวลาผ่านไปเร็วมากๆ จะเข้าสู่ปีที่ 7 ของการก่อร่างสร้างตัวแล้วนะครับ แม้ผมจะไม่ได้คาดหวังพลังผู้ชมหลักหมื่นหลักแสน ในใจหวังเพียงว่าขอแค่มีคนได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลสักหลักร้อย เราก็ดีใจแล้ว…โดยเฉพาะกำลังใจที่ชาวต่างชาติส่งข้อความทางไลน์เข้ามา Than ...

สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ
สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ

  สะดือแม่น้ำโขง  (วัดอาฮงศิลาวาส)   ก่อนค่ำคืนของวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ชาวไทยพุทธจากทั่วประเทศกลุ่มหนึ่งมักจะเดินทางสู่ภาคอีสาน จุดมุ่งหมายเพื่อชมปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค” ลูกไฟที่ลอยตัวจากผิวน้ำของลำน้ำโขง พุ่งสู่ผืนฟ้า ในยามค่ำคืน ความสวยงามและเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาเรื่องพญานาคที่มีแหล่งพำนักอยู่ใต้ลำน้ำโขง การอยู่จำศีลและการพ่นไฟเพื่อบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนวันออกพรรษา และสถานที่ที่เกิดปรากฏการณ์ก็จำเพาะอยู่ระหว่างจังหวัดหนองคายและจ ...

ร้านกาแฟ โพนพิสัย พิกัดปั๊มเชลล์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
ร้านกาแฟ โพนพิสัย พิกัดปั๊มเชลล์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

  พักหลังๆ เหล่าผองเพื่อน แวดวงคนทำงานประจำ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน นั่งจับกลุ่มคุยกันร้านโน้นร้านนี้…หากเป็นในช่วงก่อนการปกครองระบอบประชาธิปไตยคงจะถูกกล่าวหาว่าเอนเอียง ออกนอกลู่นอกทางไป ซะอย่างนั้น สิ่งที่คนส่วนใหญ่พูดถึง และมีแนวโน้มบอกต่อกันเรื่อยๆ คือ   ร้านกาแฟน่านั่ง   (ในอุดมคติ) ในส่วนตัวผมแล้วคิดว่า หากจะจอดรถเดินเข้าร้านกาแฟสักร้าน คงจะคำนึงไม่กี่ประเด็น ดังนี้ ความสะดวก ความชอบส่วนตัว ดีไซน์น่ารักๆ และรสชาดที่พอรับได้   แม้นว่า…ผมจะไม่ใช่คอกาแฟ (ขั้นเทพ) แต่พอจะไล่เรียง และจัดลำดับการตัดสินใจ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน