น้ำตกถ้ำพระ 3 สิ่ง กินข้าวป่า เล่นสไลเดอร์ และถ่ายภาพสวยๆ

  15 ตุลาคม 2559 22:03    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1912  

น้ำตกถ้ำพระ

น้ำตกถ้ำพระ

 

น้ำตกถ้ำพระ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากภูวัว และ (อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เน้นนะครับว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่อุทยานฯ) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ น้ำตกถ้ำพระ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ที่หลายๆ ท่านเห็นภาพแล้วถึงขั้นตั้งปณิธานว่า…”ครั้งหนึ่ง…ฉันจะต้องมาให้ได้” เรามาช่วยกันเรียงร้อยเรื่องราว ณ น้ำตกถ้ำพระ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ให้ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลกกันเถอะ

 

ก่อนที่เพื่อนๆ จะเดินทางไปยัง น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกที่ไหนก็ตาม อยากจะฝากประเด็นในการเตรียมความพร้อมสักนิด ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตื่นตระหนก หรือ หวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ น้ำตกต่างๆ อาทิ ภาพเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก แต่อยากให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงสิ่งที่จำเป็นที่ควรเตรียมพร้อม…ไม่แน่นนะครับเราอาจจะได้ช่วยผู้คนให้รอดชีวิตก็เป็นได้

 

สิ่งที่ต้องเตรียมได้แก่ หมวก ร่ม เสื้อแขนยาว กางเกงหนาๆ ใส่เสร็จพร้อมทิ้ง (กรณีท่านไหนชอบเล่นสไลเดอร์เป็นพิเศษ) เชือก (เผื่อได้โยนช่วยเหลือกรณีเกิดน้ำป่าไหลหลาก) มีด (เผื่อได้ตัดต้นไม้ช่วยคนกรณีเกิดน้ำป่า) ชุดทำแผล ยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น เสบียงอาหาร น้ำ เครื่องดื่ม ถังดำ ฯลฯ ทั้งนี้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมควรเก็บใส่กระเป๋าสะพายหลังให้หมดในใบเดียว เพื่อความสะดวกในการเดินทางและเพลิดเพลินกับการเสพความเป็นธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

 

ท่าเรือไหนดี ?

 

ต้องบอกว่าเสน่ห์ของ น้ำตกถ้ำพระ คือ การโดยสารเรือเข้าไปชม โดยจะมีท่าเรือให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรร อยู่ 2 จุด  (อยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร) ได้ยินแบบนี้ไม่ต้องตกใจกลัวไปสำหรับท่านที่ว่ายน้ำไม่เป็น และเมาเรือ เพราะเป็นเรือขนาดใหญ่ คล้ายๆ เรือทหารเวลาที่ออกหน่วยช่วยเหลือตอนเกิดอุทกภัยนั่นละ สามารถนั่งได้เกือบ 50 คน ที่สำคัญเรือแล่นได้นิ่มมากๆ รายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

 

ท่าเรือที่ 1 : จะยังคงความคลาสสิค  มีร้านจำหน่ายอาหาร  อาหารแห้ง ของที่ระลึก อาทิ เสื้อ หมวก ฯลฯ ไม่ต้องกังวลเรื่องราคา เพราะ แม่ค้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในระแวกนี้ทำให้ราคายุติธรรมมาก อยากบอกว่าส้มตำอร่อยมากๆ อย่าลืมสั่งติดไปด้วย…

 

ท่าเรือที่ 2 : อยู่ห่างจากท่าเรือที่ 1 ประมาณ 200 เมตร พึ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ตลิ่งสร้างด้วยคอนกรีตลักษณะแบบขั้นบรรได มีศาลาริมน้ำสำหรับนั่งชมทัศนียภาพโดยรอบระหว่างรอเรือ ที่สำคัญท่าเรือทั้ง 2 จุด ที่จอดรถ และห้องน้ำฟรี เด้อพี่น้อง ส่วนท่านจะเลือกท่าเรือไหน? ก็แล้วแต่ความชอบ ถ้าเป็นผมจะเลือดท่าเรือที่ 1 จะได้นั่งเรือนานหน่อย อิอิ

 

สิ่งที่อยากแนะนำก่อนขึ้นเรือ ขอให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนชุดเป็นชุดพร้อมเล่นน้ำ เพราะหากไปถึงบริเวณ น้ำตกถ้ำพระแล้วค่อยเปลี่ยน จะมีสายตานับหลายร้อยคู่จับจ้อง แต่ท่านไหนที่ชอบความตื่นเต้นจะไปอาศัยป่าไม้บดบังในเบื้องหน้าก็ตามสะดวกนะครับ  เมื่อตัดสินใจว่า…จะเปลี่ยนชุด หรือไม่เปลี่ยนเสร็จ ก็ไปซื้อของที่จำเป็น อย่าลืมแลกแบงค์ 20 บาท (แบงค์ซาว) เพื่อความสะดวกในการจ่ายค่าโดยสารเรือ  (จ่ายเงิน 20 บาทไม่ต้องถามหาตั๋ว ใช้กระดาษโลกมันร้อน ท่านสามารถเดินทางไปกลับได้ในการจ่ายเพียงครั้งเดียว) ระยะเวลาในการเดินทางโดยเรือประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปยัง น้ำตกถ้ำพระอีกประมาณ 3-4 ร้อยเมตร

 

น้ำตกถ้ำพระ

ระหว่างการเดินทาง (ท่าเรือ ถึง ฝั่งน้ำตกถ้ำพระ)

 

นับว่าเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกมาก จะบอกรักกันบนเรือนี่ก็เป็นแนวคิดที่ดี น่าเสียดายที่ผมแต่งงานแล้ว ไม่งั้นมีเซอร์ไพร์ (เหอะๆ)  โดยส่วนใหญ่หลังจากเราขึ้นเรือแรกๆ ก็จะรู้สึกกลัวนิดๆ พอเรือเริ่มออกตัวสักระยะหนึ่งนักท่องเที่ยวก็จะเริ่มผ่อนคลาย และเริ่มถ่ายภาพบันทึกความประทับใจบนเรือกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางความร่มรื่น ร่มเงาแมกไม้ที่ปกคลุมทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ อากาศเย็นสบาย ทั้งๆ ที่ผมเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือเป็นเวลาใกล้เที่ยงวัน ช่วงเวลาที่ผมมองว่าคนไทยเรามีสัญชาตญาณแห่งมิตรภาพ คือ การโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณให้กันและกันระหว่างที่เรือวิ่งสวนทางกัน นั่นหมายความว่า สิ่งที่ท่านต้องฝึกให้เนียน ก่อนเดินทางมา น้ำตกถ้ำพระ คือ การโบกมือ เอาให้สวยใกล้เคียงกับนางสาวไทยเลยนะครับ (แซ๊วๆๆ กันไป)

 

น้ำตกถ้ำพระ

 

ริมฝั่งน้ำตกถ้ำพระ : เรือจอดเทียบท่า

 

ความประทับใจ ณ จุดที่เรือเทียบท่า ก่อนเดินทางไปยัง น้ำตกถ้ำพระ คือ นักท่องเที่ยวทุกคนไม่รีบร้อน แบ่งปัน ให้โอกาส ค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆ ลงเรือ ไม่เยื้อแย่ง มันเป็นวันแห่งความสุข เสียสละ และผ่อนคลายโดยแท้   สิ่งที่ทาง น้ำตกถ้ำพระ ทำได้ดีคือ การสร้างสะพานแขวน ที่มีความแข็งแรง ทนทาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพระหว่างรอเรือขากลับ แถมยังเป็นผลพลอยได้ในการหลบหลีกเส้นทางให้ท่านที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่ น้ำตกถ้ำพระ อีกด้วย

 

จุดที่เรือเทียบเท่า สู่ น้ำตกถ้ำพระ

 

เส้นทางคล้ายๆ กับเส้นทางเดินป่าทั่วไป 2 ฝั่งเต็มไปด้วยไม้ยืนต้น เถาวัลย์ ไม้ไผ่ ไม้ซอด มีหญ้าแปลกๆ ดอกไม้ป่านานาชนิด บ้างก็มีสีชมพู สีเหลือง กล้วยไม้ป่า (อย่าถามผมเลยครับ…ว่ามีต้นอะไรบ้าง ผมก็เป็นคนเมืองกรุงเช่นกันเลยไม่ค่อยรู้ 5555 ) เมื่อผ่านระยะทางประมาณ 200 เมตรแรก เราก็จะพบกับลานหินกว้าง มองเห็นน้ำใสสะท้อนแสงแดด เบื้องหลังเป็นหน้าผามีองค์พระ นั่นหมายความว่า ท่านได้เดินทางมาถึงน้ำตกถ้ำพระชั้นแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหลือระยะทางอีก 100 เมตร เพื่อมุ่งหน้าสู่ น้ำตกถ้ำพระ ชั้นที่ 2 เราโชคดีมากๆ ที่มีพี่ชายกำลังดีแบกเครื่องดื่มให้ (เดี๋ยวไปทำความรู้จักกันในคลิปวิดีโอในช่วงท้ายรายการ นะครับ)

 

น้ำตกถ้ำพระ

 

ก่อนที่เราจะเดินขึ้นบรรไดที่สร้างขึ้นด้วยคอนกรีต ขึ้นไปยัง น้ำตกถ้ำพระ ชั้นที่ 2 จะมีเนินหินสูง ลวดลายสวยงาม ซึ่งเป็นจุดที่เราสามารถถ่ายภาพ และพักเอาแรงสักครู่หนึ่ง สังเกตุที่เงาของร่ม จะเห็นว่าเป็นเวลาเที่ยงวันพอดี แดดแรงได้ใจมากๆ  น่าเสียดายที่แสงแดดทำอะไรสาวๆ ทริปนี้ไม่ได้ เพราะเตรียมพร้อมกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

จุดบันไดเดินขึ้นไปยังน้ำตกถือได้ว่าเป็นจุดที่สวยงาม และจะต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรหยอกล้อ หรือเล่นสนุกจนเกินไป ที่สำคัญท่านไหนที่กลัวความสูงก็ไม่ควรเหลือบมองข้างหลังระหว่างขึ้นบรรได เพราะอาจจะหน้ามืดตกลงไปได้ง่ายๆ ทั้งนี้บางช่วงของบันไดไม่มีราวจับ….สิ่งที่น่าสนใจ คือ ความสวยงามของหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ณ น้ำตกถ้ำพระ ชั้น 2 จะมองเห็นโซนชัดเจน 3 โซน  ได้แก่ โซนบน  โซนกลาง และโซนล่าง (ในภาพจะเป็นโซนกลาง) โดยจะมีจุดให้เราจับจองที่นั่ง ผมขอแยกออกเป็น 3 จุดหลักๆ ได้แก่ จุดที่ 1 ชั้นล่างของน้ำตก จะมีร่มเงาของแมกไม้รอบๆ บริเวณน้ำตก ส่วนใหญ่จะถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีทำนบกั้น น้ำไม่ลึก เด็กสามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย

 

จุดที่ 2 : บริเวณร่มเงารอบๆ ชั้น 2 ของน้ำตกถ้ำพระ สิ่งที่ น้ำตกถ้ำพระ แตกต่างจากน้ำตกอื่นๆ ก็คือ ลักษณะของหินจะไม่สามารถบังแสงแดดได้ ทำให้จะต้องอาศัยร่มไม้ และรอบๆ แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเกิดจากการกัดเซาะโดยกระแสน้ำนานหลายปี ส่วนใหญ่จุดนี้จะมีกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน จับจอง เราก็ขอจับจองจุดนี้ด้วยเช่นกัน

 

จุดที่ 3 : บริเวณร่มไม้เหนือน้ำตก ซึ่งจะเป็นมุมสูงที่ปลอดภัยในกรณีเกิดน้ำป่าไหลหลากที่สุด แต่ข้อจำกัดคือ ถ้าจะเดินลงมายังน้ำตกก็เล่นเอาหอบใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับท่านไหนที่ชอบชมทัศนียภาพโดยรอบ ฤ ถ่ายภาพมุมสูงกว้างๆ คงโดนใจเป็นแน่…

 

กิจกรรมต่างๆ

 

เราตั้งเป้าหมายไว้เพียง 3 ข้อ ในการเดินทางมายัง น้ำตกถ้ำพระ ได้แก่ กินข้าวป่า สไลเดอร์ และถ่ายภาพสวยๆ โดยส่วนตัวแล้ว อยากแนะนำให้เพื่อนๆเดินทางมาถึงบริเวณน้ำตกในช่วงเวลาประมาณ 12.00 – 13.00 น. เพราะจะได้ไม่รีบร้อนในการกิน ดื่ม และเล่นน้ำได้อย่างเต็มที่  เอาล่ะครับช่วงนี้ผมขอตัวไปกินข้าวป่ากับเมนูเด็ดที่เราเตรียมมานานแรมสัปดาห์ก่อนนะครับ….

 

น้ำตกถ้ำพระ

 

กิจกรรมที่พอจะไล่เรียง ได้แก่


1. การเล่นสไลเดอร์ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2557 ปริมาณน้ำ ณ น้ำตกถ้ำพระ มีไม่มากนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้เล่นสไลเดอร์ได้อย่างสนุกสนาน พอๆ กับสภาพอากาศที่เป็นใจ…ร้อนซะจนแสบซ่านไปทั้งตัว

 

2. ต้านพลังน้ำตก บริเวณน้ำตกถ้ำพระ มีน้ำที่ไหลลงจากที่สูง ถ้าเราเอาแขนขา หรือศีรษะเข้าไปต้านทานทิศทางของน้ำจะเหมือนมีใครเอาไม้มาฟาดเลยทีเดียว สำหรับท่านไหนที่คิดว่าฝึกกล้ามเนื้อมาเป็นอย่างดีก็ลองๆ ดูนะครับ

3. การถ่ายภาพประทับใจ บริเวณน้ำตกถ้ำพระ ชั้น 2 เป็นจุดที่สวยงามมากๆ สำหรับถ่ายภาพ เพราะมีมีพืชน้ำที่ขึ้นบริเวณหินสีเขียวชะอุ่มเป็นสายยาวตามแนวน้ำตก พร้อมๆ กับร่องรอยจารึกชื่อของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ว่าเคยมาเยือน (ซึ่งไม่น่าทำเลย)  เสร็จแล้วอย่าลืมเปิดโอกาสให้ท่านอื่นๆ ไปเก็บภาพประทับใจบ้างนะครับ

 

น้ำตกถ้ำพระ

 

จุดเด่น ได้แก่ เนื่องจาก น้ำตกถ้ำพระ เป็นน้ำตกที่มีความพิเศษ คือ จะต้องนั่่งเรือเข้าไปชมความงาม พอเราเดินทางมาถึงบริเวณลานจอดรถจะมีชาวบ้านคอยอำนวยความสะดวกจัดแจงที่จอดรถให้ (แต่ไม่ได้คิดค่าบริการ) การค้าการขายยังเป็นแบบชาวบ้าน ไม่ได้หวังผลกำไรมากมาย สินค้าจึงถูก บรรยากาศการโดยสารเรือ 10 นาที มีค่ามากๆ ขอให้เพื่อนๆ เก็บภาพน้ำสีครามปนเขียว แมกไม้ร่มรื่น ทั้งไม้บก ไม้น้ำ ที่สำคัญยังพอมีร่อยรอยของตอไม้ให้เห็นตลอดเส้นทาง แต่ไม่ต้องกลัวตำตอ เพราะผู้คุมท้ายเรือชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี (แม้นว่าเราจะนั่งหัวเรือบดบังเส้นทาง) มีถังขยะเป็นระยะๆ มีสะพานสวยๆ ให้ถ่ายภาพ แอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ และกว้าง 2 ชั้น  ทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าน้ำตกอื่นๆ ในวันที่เราไปน่าจะประมาณเกือบพันคน….

 

ข้อจำกัด ได้แก่ เราจะรู้สึกหวั่นๆ ในระหว่างการเดินทางไป น้ำตกถ้ำพระ โดยเฉพาะท่านที่เดินทางมาครั้งแรก ตั้งแต่เดินทาง น้ำลึกแค่ไหน เดินทางไปนานไหม ข้อควรปฏิบัติในการโดยสารเรือ เช่น ไม่ควรนั่งหัวเรือเยอะไปเพราะจะทำให้การบังคับทิศทางเรือทำได้ยาก ไม่มีชูชีพ และไม่มีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลบริเวณพื้นที่น้ำตก เพราะอาจจะมีการทะเลาะวิวาท น้ำป่าไหลหลาก ฯลฯ

 

เส้นทางการเดินทางจากจังหวัดบึงกาฬ ไปยัง น้ำตกถ้ำพระ  สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง แต่ขอแนะนำให้ใช้เส้นทาง อ.เมือง จ.บึงกาฬ ->ตำบลชัยพร ->บ้านดอนเสียด ->น้ำตกถ้ำพระ (เพราะเป็นเส้นทางที่รถขนาดเล็กวิ่งได้สะดวกที่สุด) สำหรับท่านไหนที่เดินทางโดยรถสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็เลือกเส้นทางท้าทายตลุยป่าได้ตามสะดวกครับ….

 

ขอบคุณภาพเพิ่มเติมสวยๆ จาก fb.com/taklongbanban  ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ

บทความ
ร้านกาแฟ โพนพิสัย พิกัดปั๊มเชลล์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
ร้านกาแฟ โพนพิสัย พิกัดปั๊มเชลล์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

  พักหลังๆ เหล่าผองเพื่อน แวดวงคนทำงานประจำ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน นั่งจับกลุ่มคุยกันร้านโน้นร้านนี้…หากเป็นในช่วงก่อนการปกครองระบอบประชาธิปไตยคงจะถูกกล่าวหาว่าเอนเอียง ออกนอกลู่นอกทางไป ซะอย่างนั้น สิ่งที่คนส่วนใหญ่พูดถึง และมีแนวโน้มบอกต่อกันเรื่อยๆ คือ   ร้านกาแฟน่านั่ง   (ในอุดมคติ) ในส่วนตัวผมแล้วคิดว่า หากจะจอดรถเดินเข้าร้านกาแฟสักร้าน คงจะคำนึงไม่กี่ประเด็น ดังนี้ ความสะดวก ความชอบส่วนตัว ดีไซน์น่ารักๆ และรสชาดที่พอรับได้   แม้นว่า…ผมจะไม่ใช่คอกาแฟ (ขั้นเทพ) แต่พอจะไล่เรียง และจัดลำดับการตัดสินใจ ...

สวนน้ำ ขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น
สวนน้ำ ขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

สวนน้ำขอนแก่น   ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์จะมาเยือน…แหล่งท่องเที่ยวหลายๆ แห่งดึง Speen ความเร็วราวกับการวิ่ง 100 เมตร ด้วยเหตุผลที่ว่าจะต้องเตรียมความพร้อมเปิดรับมวลมหาชนคนหนีร้อน…กันถ้วนหน้า แต่ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดเห็นจะเป็น  สวนน้ำ เขาสวนกวาง หลายท่านอาจจะสงสัยว่า…สวนน้ำ เขาสวนกวาง แห่งนี้ตั้งอยู่พิกัดใด ในจังหวัดขอนแก่น เป็นที่ทราบกันโดยทั่วกันครับว่า…สวนสัตว์เขาสวนกวาง (อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สวนสัตว์ขอนแก่น ใช่แล้วครับ…สวนน้ำ เขาสวนกวาง  และสวนน้ำ ขอนแก่น ก็อยู่พิกั ...

แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนาน บั้งไฟพญานาค แม่น้ำของ กลายเป็น แม่น้ำโขง ได้อย่างไร
แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนาน บั้งไฟพญานาค แม่น้ำของ กลายเป็น แม่น้ำโขง ได้อย่างไร

แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานสืบมา   เล่ากันว่า นานมาแล้ว มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่อ “สะลึคึ” ออกตะเวนหากินเรื่อยมาตั้งแต่ ประเทศจีน พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย เอกลักษณ์พิเศษของยักษ์ตนที่เริ่มสร้าง แม่น้ำโขง  ตามความเชื่อนั้น คือ จะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ ใหญ่จนไม่สามารถหาเสื้อผ้าอาภรใส่เพื่อปิดบังของสงวนเหมือนเช่นยักษ์ตนอื่น ที่สำคัญ เวลาที่ออกหากิน อวัยวะขนาดใหญ่ก็จะลากไปเส้นทางหากินกลับไปกลับวันแล้ววันเล่า   ส่วนขนาดตัวของยักษ์ตนนี้ ลองจินตนาการดูนะครับว่า เด็กน้อยสามารถวิ่งเล่นในรูจมูกได้นับหมื่น ร่องรอยของการตระเวนหาอาห ...

ร้านนมสด ปากคาด โอ้วนม นมสดจากฟาร์ม OH!!!! NOM
ร้านนมสด ปากคาด โอ้วนม นมสดจากฟาร์ม OH!!!! NOM

ร้านนมสด ปากคาด   พี่กันค่ะ…ร้านนมสด ที่ปากคาดร้านนี้ตกแต่งร้านได้น่านั่งมากเลย นมสดก็อร่อย แถมราคาก็ไม่แพงอีกต่างหาก คือ เสียงเชิญชวนที่น้องที่สำนักงานฯ พยายามสื่อสารเรื่องราว เสมือนว่า…กำลังหาค่าแนะนำ ฤ หมายปองนมสดปั่นสักแก้วเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนอะไรทำนองนั้น ตอนแรกผมไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่นักด้วยเหตุที่ไม่ค่อยชอบดื่มนม โดยเฉพาะนมสด จึงฟังเรื่องราวแบบผ่านๆ หู  แต่ด้วยพลังแห่งสื่อออนไลน์อันเกิดจากสถานะการ Update Event ของน้องสาวผมเกี่ยวกับร้านนมสดแห่งนี้ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผมอยากพิสูจน์ด้วยตนเองแล้วสิว่า ร้านนม ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน