ทะเลบัวแดง อุดรธานี กับ 3 ท่าเรือสุดพิเศษ อำเภอกุมภวาปี

  16 ตุลาคม 2559 15:06    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1278  

ทะเลบัวแดง

ทะเลบัวแดง

 

7 โมงเช้า คิวเรือที่ 70 รอ ร้อ รอ คิวเรือที่ 300 พลังมหาชนจากทั่วสารทิศเปลี่ยนเส้นทางหลบรถติดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มุ่งหน้าสู่ ทะเลบัวแดง อุดรธานี ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 3 จุด ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ บ้านเดียม ตำบลแชแล และบ้านเชียงแหว (สำหรับจุดบ้านเชียงแหว พึ่งเปิดตัวหมาดๆ เมื่อเทศกาลปีใหม่ 2558 ที่ผ่านมา)

 

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ 2 เรื่อง ให้ระลึกถึงก่อนที่จะเดินทางมาเที่ยวชม ทะเลบัวแดง ณ จุดขึ้นเรือ บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ดังนี้

 

ตำนานพระธาตุเทพจินดาบ้านเดียม

 

วัดเทพจินดาบ้านเดียม เป็นพุทธสถานมาแต่โบราณกาล บริเวณอันเป็นที่ตั้งวัดแห่งนี้เดิมเรียกว่า “บ้านเดิม” เพี้ยนมาเป็นบ้านเดียม มีสภาพเป็นเนินป่ารกชัฎอยู่ริมหนองหานเรียกกันติดปากว่า “ดอนวัดโบราณ” ความเป็นมาอย่างไร ใครสร้างนั้นไม่มีบันทึกใดอ้างอิง

 

ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มมีผู้คนเข้ามาตั้งหลักปักฐานกันมากขึ้นจึงได้พบสถูปฐานก่อด้วยหินศิลาแลง รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง-ยาวด้านละ 2 วา 2 ศอก บนสถูปมีพระพุทธรูป 2 องค์ หันหลังพิงกัน องค์แรกทำด้วยหินศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ฟุต สูง 4 ฟุต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก องค์ที่สองทำด้วยทองใบ ขนาดหน้าตักกว้าง 4 ฟุต สูง 4 ฟุตครึ่ง หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ข้างสถูปทางทิศตะวันออกเป็นโบสถ์ฐานก่อด้วยหินศิลาแลง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 5 วา ยาว 10 วา สูง 1 วา มีพระพุทธรูปทองใบขนาดเล็กอีกองค์ หน้าตักกว้าง 2 ฟุต สูง 3 ฟุตครึ่ง ยอดเกษทำด้วยทองคำแท้ ที่สำคัญบนฐานพระพุทธรูปองค์นี้มีอักษร “มคธโบราณ” บันทึกไว้ ความว่า “จุลศักราช 7 ปีเบิกโจ้ เดือน 12 เพ็ง แสนธัมมาผัวเมีย แลลูกหลาน พี่น้องมีศรัทธาสร้าง” (จ.ศ.7 ตรงกับ พ.ศ.1188)

 

องค์พระธาตุ หลังจากที่ชาวบ้านได้ค้นพบสถูป และพระพุทธรูปโบราณไม่นาน พลังศรัทธาของชาวพุทธ ผู้แสวงบุญ ได้หลั่งไหลสู่บ้านเดิมต่างร่วมบริจาคทรัพย์สิน และปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงพุทธสถานแห่งนี้การก่อสร้างองค์พระธาตุเทพจินดาได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยเลียนแบบจากองค์พระธาตุพนม ก่ออิฐฉาบปูน ครอบสถูปและพุทธรูปโบราณทั้งสองไว้ ณ ที่จุดเดิมมิได้เคลื่อนย้ายใดๆ ในปี พ.ศ. 2509 พระธาตุองค์เดิมได้โค่นล้มลงตามกาลเวลา ครั้งนั้นเกิดมหัศจรรย์พระธาตุล้ม แต่พระพุทธรูปทั้ง 2 องค์มิได้หักบิ่นแต่ประการใด คงประทับนั่งเป็นสง่าเหมือนเดิมทุกประการ

 

ในปี พ.ศ.2510 การก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่แทนองค์เดิม ได้เสร็จสมบูรณ์ดังที่ปรากฏ เพื่อเป็นสถานที่สักการบูชาแก่พุทธศาสนิกชน ชั่วกาลนาน

 

ตำนานหนองหานกุมภาวาปี

 

ณ ชคิตานคร มีกษัตริย์ชนชาติขอมปกครองนามว่า “ศรีเชียงเชิด” มีอัครมเหสี นามว่า “จามปา” ทั้งสองให้กำเนิดพระธิดาที่มีสิริโฉมงดงามเป็นที่เรื่องลือไปถึงสามภพ นามว่า “ไอ่คำ” ด้วยความงามของพระนางจึงเป็นปฐมเหตุแห่งสงครามระหว่าง “มนุษย์ กับ นาค”

 

ท้าวผาแดง กษัตริย์ลาวรูปงามแห่ง “ผาโพงนคร” ซึ่งในอดีตชาติ คือ พรานป่าใจบุญผู้เคยช่วยเหลือพระนางไอ่คำให้รอดพ้นจากอันตรายในป่า ข่าวแห่งความงามของพระนางได้ระบือลือลั่นไปถึงเมืองผาโพง ด้วยแรงรัก แรงอธิษฐานอันเป็นกุศลกรรมนำแต่งจากอดีตชาติ ผาแดงจำต้องขี่ม้าชื่อ “สาม” มุ่งสู่ชคิตานคร ท้าวเธอทั้งสองได้พบรัก ปักใจ ให้คำมั่นสัญญากันว่าหลังจากงานบุญบั้งไฟอันเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวชคิตานครผ่านพ้นไปทั้งสองจักเข้าพิธีหมั้น และอภิเษกสมรส

 

ท้าวภังคี ราชโอรสองค์เดียวของสุทโธนาค แห่งบาดาลนคร เมื่ออดีตชาติเคยเป็นสามีใจร้ายทอดทิ้งพระนางให้ทุกข์ทรมานต้องตายกลางป่า ได้ถูกพระนางสาปแช่งเอาไว้ว่า “หากมาเกิดในชาติปัจจุบัน จงเป็นผู้ต้องติดตาม รักนางแต่งฝ่ายเดียว” ภังคี ต้องคำสาปนั้นได้แปลงร่างเป็นกระรอกสีขาว พร้อมสมุนนาคต่างจำแลงร่างเป็นสัตว์นานาชนิดติดตามเข้าสู่เมืองชคิตาเพียงหวังแค่ได้ยลโฉมห่งความงามนั้น กระรอกได้ไต่เน้นไปตามกิ่งไม้รอบวัง ทั้งสองได้ประสบพบหน้ากันเป็นครั้งแรก ด้วยพิษรักแรง อามาตบันดาลให้นางระลึกได้ จึงสั่งให้นายพรานผู้มีนามว่า “กง” ติดตามล่ากระรอกนั้นทันที ในที่สุดกระรอกจวนตัวหนีไม่พ้น ถูกพรานกงยิงตายบนต้นมะเดื่อ (บริเวณกระรอกตายและถูกชำแหละเนื้อ คือ บ้านเชียงแหวปัจจุบัน)

 

กล่าวถึง สุทโธนาค ผู้เป็นใหญ่แห่งบาดาล ทราบข่าวการตายของโอรสโกรธมาก สั่งให้ยกกองทัพนาคขึ้นไปถล่มเมืองชคิตา “ผู้ใดกินเนื้อลูกตนจงฆ่าและถล่มเมืองเสียให้สิ้น ส่วนที่ไม่ได้กินจงละเว้น” สงครามแห่งการทำลายล้างจึงอุบัติขึ้น

 

ฝ่าย ผาแดง – นางไอ่ ทั้งสองขี่ม้าหนีออกนอกเมือง เหล่าทหารนาคพ่นพิษ พ่นไฟ ไล่ขุดคุ้ยปฐพีอย่างกระชั้นชิดเส้นทางใดที่ม้าเจ้าสามวิ่งผ่าน หรือนางไอ่โยนสิ่งของมีค่าลง กลายเป็นลำห้วยสามพาด,ห้วยน้ำฆ้อง,ห้วยกลองศรี,ห้วยลักนาง,ห้วยพ่นไฟ,เมืองแม่หม้าย ฯลฯ (สถานที่ดังกล่าวยังปรากฎให้เห็นรายรอบหนองหานตราบเท่าทุกวันนี้)

 

เมืองชคิตา ถูกกองทัพนาคถล่มจนหายมะลายสิ้น กลายเป็นหนองหานชั่วพริบตา เรียกว่า “หนองหานกุมภวาปี” มาจนบัดนี้ (เป็นต้นกำเนิดลำน้ำปาว มีพื้นที่ 23,000 ไร่ ครอบคลุม 4 อำเภอ มีเกาะกลางน้ำ 9 เกาะ)

 

บ้านเดียม หรือ แชแล ?

 

สำหรับคนในพื้นที่คงจะพอทราบว่าทั้งสองจุดจะอยู่คนละฝั่งฟากของหนองหาน กล่าวคือ จุดบ้านเดียม จะอยู่ที่กิโลเมตรที่ 16 (จากอุดรธานี – อำเภอกุมภวาปี) ส่วนจุดตำบลแชแล อยู่อยูที่กิโลเมตรที่ 14 (หนองหาน – กุมภวาปี) ท่านไหน? ที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่นคงจะเริ่มงงแล้วใช่ไหมครับ…

 

ทั้ง 2 จุดมีข้อดีแตกต่างกัน  ทุกท่านสามารถเลือกตามความสะดวกในการเดินทางมากกว่า แต่ถ้าจะให้สะดวกสบายทั้งเรื่องที่จอดรถ ร้านค้า ร้านอาหาร เรือจำนวนมาก คงต้องยกให้จุดบ้านเดียม ซึ่งเป็นจุดเปิดตัว ทะเลบัวแดงแห่งแรกในจังหวัดอุดรธานี (ท่านสามารถตั้ง GPS ไปที่ โรงเรียนบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภาวาปี จังหวัดอุดรธานี) สภาพถนนดี การเดินทางสะดวกสบายมากๆ

 

จุดขึ้นเรือ ณ บ้านเดียม

 

ล่าสุด…ระหว่างการเดินทางกลับบ้านที่ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ลองแวะชมความคืบหน้าของจุดท่องเที่ยวชื่อดังสักหน่อย ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2557 ได้มีการปรับปรุงทัศนียภาพ จุดโซนให้เหล่าแม่ค้า สร้างสะพานข้ามระหว่างจุดจอดรถไปยังท่าเรือแห่งใหม่ ปรับปรุงลานจอดรถให้สามารถจอดรถได้จำนวนมาก และเป็นระเบียบ มีผู้ดูแลการสัญจร ที่สำคัญมีการสร้างข้อตกลงในกลุ่มผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว อยู่ระหว่างการพัฒนาสวนหย่อมบริเวณลานจอดรถ ฯลฯ

 

โดยรวมจุดขึ้นเรือชม ทะเลบัวแดง ณ บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ถือได้ว่ามีความลงตัวมาก แม้ว่าจะนั่งเรือไปชมความสวยงามของบัวแดงไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า  สำหรับท่านไหนที่เกรงว่าจะเมาเรือ ฤ ไม่กล้าลงเรือ ไม่ต้องน้อยใจไป….ยังมีจุดถ่ายภาพ 3 มิติ ให้ถ่ายบนบก ก็สวยดี

 

เนื่องจากวันนั้นเราไปถึง บ้านเดียม เวลา 14.00 น.  ดอกบัวหุบเป็นที่เรียบร้อย จึงทำได้เพียงถ่ายภาพ 3 มิติ ดังที่กล่าวมา (ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมความงามของ ทะเลบัวแดง คือ ตั้งแต่ 06.00 น. – 10.00 น. หากเดินทางถึงล่าช้า….ดอกบัวก็จะเริ่มหุบ….

 

จุดขึ้นเรือ ณ ตำบลแชแล

 

จุดนี้ทุกอย่าง OK หมด จะมีข้อจำกัดสักเล็กน้อย คือ ที่จอดรถค่อนข้างจำกัด  ข้อดีของจุดนี้คือ  ระยะทางจากจุดขึ้นเรือไปยังจุดชมบัวแดงไม่ไกลนัก  สำหรับเรือนำเที่ยวมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เรือขนาดเล็ก  ราคาเที่ยวละ 300 บาท และเรือขนาดใหญ่  ราคาเที่ยละ 500 บาท

 

จุดขึ้นเรือ ณ บ้านเชียงแหว

 

จุดนี้เป็นจุดที่พึ่งเปิดตัวใหม่ยังไม่ได้ไปเยือน…ไปมาเมื่อไหร่จะกลับมาเล่าเพิ่มเติม นะครับ

 

ท้ายที่สุด….หากจะถามว่า ทะเลบัวแดง มีจุดขายอะไร? ผมในฐานะคนต่างถิ่น…คิดว่า  นอกจากเราจะเดินทางมาถ่ายภาพสวยๆ  รับประทานอาหารนอกบ้านแล้ว สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ คือ การรำลึกถึงตำนานหนองหาน….แม้ว่าผู้คนท้องถิ่นจะไม่อยากกล่าวถึงก็ตามที  แต่อย่างไรเสียเรื่องราวดังกล่าวก็ต้องตีแผ่สู่คนรุ่นหลังอยู่ดี อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงท้องถิ่นละครับ…

 

ปล. สัญญาว่า…หากหน้าไม่ดำ เราจะไม่กลับบ้าน 5555

บทความ
ร้านกาแฟ ตาชาย หนองคาย TACHAI COFFEE DE
ร้านกาแฟ ตาชาย หนองคาย TACHAI COFFEE DE

ตาชาย หนองคาย   หนองคาย “เมืองน่าอยู่ เปิดประตูสู่อาเซียน” ต้องบอกว่า…จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่น่าอยู่มากๆ อีกจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนบน ถึงแม้ว่าในปี พ.ศ. 2558 แสงสีในยามค่ำคืนจะยังอยู่ในช่วงที่ผู้ประกอบการเฝ้าติดตาม เกาะกระแสความเป็นไปได้ ความต้องการของผู้คนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเมื่อไหร่ มีจัดเต็ม (ความรู้สึกส่วนตัวผมนะครับ แฮะๆ) ทว่า แหล่งท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม การสืบสานประเพณี ของชาวหนองคาย จังหวัดเล็กๆ ที่พรั่งพร้อม เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นภาพรอยยิ้ม ความสุขของนักท่องเที่ยว ผลอันเกิดจากบารมีขององค์หลวงพ่อพระใ ...

น้ำตกถ้ำพระ  3 สิ่ง กินข้าวป่า เล่นสไลเดอร์ และถ่ายภาพสวยๆ
น้ำตกถ้ำพระ 3 สิ่ง กินข้าวป่า เล่นสไลเดอร์ และถ่ายภาพสวยๆ

น้ำตกถ้ำพระ   น้ำตกถ้ำพระ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากภูวัว และ (อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เน้นนะครับว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่อุทยานฯ) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ น้ำตกถ้ำพระ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ที่หลายๆ ท่านเห็นภาพแล้วถึงขั้นตั้งปณิธานว่า…”ครั้งหนึ่ง…ฉันจะต้องมาให้ได้” เรามาช่วยกันเรียงร้อยเรื่องราว ณ น้ำตกถ้ำพระ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ให้ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลกกันเถอะ   ก่อนที่เพื่อนๆ จะเดินทางไปยัง น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกที่ไหนก็ตาม อยากจะฝากประเด็นในกา ...

อู่ซ่อมรถ ในนาม “สนั่นการช่าง” บริการประทับจิต คิดเงินประทับใจ
อู่ซ่อมรถ ในนาม “สนั่นการช่าง” บริการประทับจิต คิดเงินประทับใจ

อู่ซ่อมรถ สนั่นการช่าง   “รถยนต์ป้ายแดง…มันช่างตื่นตาตื่นใจมากๆ ในอดีต แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็มีรถยนต์ขับ จะคันเล็กคันใหญ่…ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการแบกรับภาระ ฤ ขีดความสามารถในการเติมน้ำมัน”   ผมเป็นคนหนึ่งที่…ถอยรถยนต์ป้ายขาวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก ไม่ได้เพื่อความโก้เก๋แต่อย่างใด ถึงแม้ผมจะใช้รถยนต์ระดับกลางที่มีมูลค่าค่อยข้างเกินความจำเป็น แต่มันเป็นความชอบส่วนตัวและมองว่ามันน่าจะคุ้มค่ามากกว่ากับการเดินทางที่หาโอกาสให้รถหยุดพักได้น้อยซะเหลือเกิน เอาล่ะครับ…ไม่ว่าทุกท่านจะใช้รถ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน