ทะเลบัวแดง อุดรธานี กับ 3 ท่าเรือสุดพิเศษ อำเภอกุมภวาปี

  16 ตุลาคม 2559 15:06    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 908  

ทะเลบัวแดง

ทะเลบัวแดง

 

7 โมงเช้า คิวเรือที่ 70 รอ ร้อ รอ คิวเรือที่ 300 พลังมหาชนจากทั่วสารทิศเปลี่ยนเส้นทางหลบรถติดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มุ่งหน้าสู่ ทะเลบัวแดง อุดรธานี ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 3 จุด ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ บ้านเดียม ตำบลแชแล และบ้านเชียงแหว (สำหรับจุดบ้านเชียงแหว พึ่งเปิดตัวหมาดๆ เมื่อเทศกาลปีใหม่ 2558 ที่ผ่านมา)

 

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ 2 เรื่อง ให้ระลึกถึงก่อนที่จะเดินทางมาเที่ยวชม ทะเลบัวแดง ณ จุดขึ้นเรือ บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ดังนี้

 

ตำนานพระธาตุเทพจินดาบ้านเดียม

 

วัดเทพจินดาบ้านเดียม เป็นพุทธสถานมาแต่โบราณกาล บริเวณอันเป็นที่ตั้งวัดแห่งนี้เดิมเรียกว่า “บ้านเดิม” เพี้ยนมาเป็นบ้านเดียม มีสภาพเป็นเนินป่ารกชัฎอยู่ริมหนองหานเรียกกันติดปากว่า “ดอนวัดโบราณ” ความเป็นมาอย่างไร ใครสร้างนั้นไม่มีบันทึกใดอ้างอิง

 

ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มมีผู้คนเข้ามาตั้งหลักปักฐานกันมากขึ้นจึงได้พบสถูปฐานก่อด้วยหินศิลาแลง รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง-ยาวด้านละ 2 วา 2 ศอก บนสถูปมีพระพุทธรูป 2 องค์ หันหลังพิงกัน องค์แรกทำด้วยหินศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ฟุต สูง 4 ฟุต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก องค์ที่สองทำด้วยทองใบ ขนาดหน้าตักกว้าง 4 ฟุต สูง 4 ฟุตครึ่ง หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ข้างสถูปทางทิศตะวันออกเป็นโบสถ์ฐานก่อด้วยหินศิลาแลง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 5 วา ยาว 10 วา สูง 1 วา มีพระพุทธรูปทองใบขนาดเล็กอีกองค์ หน้าตักกว้าง 2 ฟุต สูง 3 ฟุตครึ่ง ยอดเกษทำด้วยทองคำแท้ ที่สำคัญบนฐานพระพุทธรูปองค์นี้มีอักษร “มคธโบราณ” บันทึกไว้ ความว่า “จุลศักราช 7 ปีเบิกโจ้ เดือน 12 เพ็ง แสนธัมมาผัวเมีย แลลูกหลาน พี่น้องมีศรัทธาสร้าง” (จ.ศ.7 ตรงกับ พ.ศ.1188)

 

องค์พระธาตุ หลังจากที่ชาวบ้านได้ค้นพบสถูป และพระพุทธรูปโบราณไม่นาน พลังศรัทธาของชาวพุทธ ผู้แสวงบุญ ได้หลั่งไหลสู่บ้านเดิมต่างร่วมบริจาคทรัพย์สิน และปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงพุทธสถานแห่งนี้การก่อสร้างองค์พระธาตุเทพจินดาได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยเลียนแบบจากองค์พระธาตุพนม ก่ออิฐฉาบปูน ครอบสถูปและพุทธรูปโบราณทั้งสองไว้ ณ ที่จุดเดิมมิได้เคลื่อนย้ายใดๆ ในปี พ.ศ. 2509 พระธาตุองค์เดิมได้โค่นล้มลงตามกาลเวลา ครั้งนั้นเกิดมหัศจรรย์พระธาตุล้ม แต่พระพุทธรูปทั้ง 2 องค์มิได้หักบิ่นแต่ประการใด คงประทับนั่งเป็นสง่าเหมือนเดิมทุกประการ

 

ในปี พ.ศ.2510 การก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่แทนองค์เดิม ได้เสร็จสมบูรณ์ดังที่ปรากฏ เพื่อเป็นสถานที่สักการบูชาแก่พุทธศาสนิกชน ชั่วกาลนาน

 

ตำนานหนองหานกุมภาวาปี

 

ณ ชคิตานคร มีกษัตริย์ชนชาติขอมปกครองนามว่า “ศรีเชียงเชิด” มีอัครมเหสี นามว่า “จามปา” ทั้งสองให้กำเนิดพระธิดาที่มีสิริโฉมงดงามเป็นที่เรื่องลือไปถึงสามภพ นามว่า “ไอ่คำ” ด้วยความงามของพระนางจึงเป็นปฐมเหตุแห่งสงครามระหว่าง “มนุษย์ กับ นาค”

 

ท้าวผาแดง กษัตริย์ลาวรูปงามแห่ง “ผาโพงนคร” ซึ่งในอดีตชาติ คือ พรานป่าใจบุญผู้เคยช่วยเหลือพระนางไอ่คำให้รอดพ้นจากอันตรายในป่า ข่าวแห่งความงามของพระนางได้ระบือลือลั่นไปถึงเมืองผาโพง ด้วยแรงรัก แรงอธิษฐานอันเป็นกุศลกรรมนำแต่งจากอดีตชาติ ผาแดงจำต้องขี่ม้าชื่อ “สาม” มุ่งสู่ชคิตานคร ท้าวเธอทั้งสองได้พบรัก ปักใจ ให้คำมั่นสัญญากันว่าหลังจากงานบุญบั้งไฟอันเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวชคิตานครผ่านพ้นไปทั้งสองจักเข้าพิธีหมั้น และอภิเษกสมรส

 

ท้าวภังคี ราชโอรสองค์เดียวของสุทโธนาค แห่งบาดาลนคร เมื่ออดีตชาติเคยเป็นสามีใจร้ายทอดทิ้งพระนางให้ทุกข์ทรมานต้องตายกลางป่า ได้ถูกพระนางสาปแช่งเอาไว้ว่า “หากมาเกิดในชาติปัจจุบัน จงเป็นผู้ต้องติดตาม รักนางแต่งฝ่ายเดียว” ภังคี ต้องคำสาปนั้นได้แปลงร่างเป็นกระรอกสีขาว พร้อมสมุนนาคต่างจำแลงร่างเป็นสัตว์นานาชนิดติดตามเข้าสู่เมืองชคิตาเพียงหวังแค่ได้ยลโฉมห่งความงามนั้น กระรอกได้ไต่เน้นไปตามกิ่งไม้รอบวัง ทั้งสองได้ประสบพบหน้ากันเป็นครั้งแรก ด้วยพิษรักแรง อามาตบันดาลให้นางระลึกได้ จึงสั่งให้นายพรานผู้มีนามว่า “กง” ติดตามล่ากระรอกนั้นทันที ในที่สุดกระรอกจวนตัวหนีไม่พ้น ถูกพรานกงยิงตายบนต้นมะเดื่อ (บริเวณกระรอกตายและถูกชำแหละเนื้อ คือ บ้านเชียงแหวปัจจุบัน)

 

กล่าวถึง สุทโธนาค ผู้เป็นใหญ่แห่งบาดาล ทราบข่าวการตายของโอรสโกรธมาก สั่งให้ยกกองทัพนาคขึ้นไปถล่มเมืองชคิตา “ผู้ใดกินเนื้อลูกตนจงฆ่าและถล่มเมืองเสียให้สิ้น ส่วนที่ไม่ได้กินจงละเว้น” สงครามแห่งการทำลายล้างจึงอุบัติขึ้น

 

ฝ่าย ผาแดง – นางไอ่ ทั้งสองขี่ม้าหนีออกนอกเมือง เหล่าทหารนาคพ่นพิษ พ่นไฟ ไล่ขุดคุ้ยปฐพีอย่างกระชั้นชิดเส้นทางใดที่ม้าเจ้าสามวิ่งผ่าน หรือนางไอ่โยนสิ่งของมีค่าลง กลายเป็นลำห้วยสามพาด,ห้วยน้ำฆ้อง,ห้วยกลองศรี,ห้วยลักนาง,ห้วยพ่นไฟ,เมืองแม่หม้าย ฯลฯ (สถานที่ดังกล่าวยังปรากฎให้เห็นรายรอบหนองหานตราบเท่าทุกวันนี้)

 

เมืองชคิตา ถูกกองทัพนาคถล่มจนหายมะลายสิ้น กลายเป็นหนองหานชั่วพริบตา เรียกว่า “หนองหานกุมภวาปี” มาจนบัดนี้ (เป็นต้นกำเนิดลำน้ำปาว มีพื้นที่ 23,000 ไร่ ครอบคลุม 4 อำเภอ มีเกาะกลางน้ำ 9 เกาะ)

 

บ้านเดียม หรือ แชแล ?

 

สำหรับคนในพื้นที่คงจะพอทราบว่าทั้งสองจุดจะอยู่คนละฝั่งฟากของหนองหาน กล่าวคือ จุดบ้านเดียม จะอยู่ที่กิโลเมตรที่ 16 (จากอุดรธานี – อำเภอกุมภวาปี) ส่วนจุดตำบลแชแล อยู่อยูที่กิโลเมตรที่ 14 (หนองหาน – กุมภวาปี) ท่านไหน? ที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่นคงจะเริ่มงงแล้วใช่ไหมครับ…

 

ทั้ง 2 จุดมีข้อดีแตกต่างกัน  ทุกท่านสามารถเลือกตามความสะดวกในการเดินทางมากกว่า แต่ถ้าจะให้สะดวกสบายทั้งเรื่องที่จอดรถ ร้านค้า ร้านอาหาร เรือจำนวนมาก คงต้องยกให้จุดบ้านเดียม ซึ่งเป็นจุดเปิดตัว ทะเลบัวแดงแห่งแรกในจังหวัดอุดรธานี (ท่านสามารถตั้ง GPS ไปที่ โรงเรียนบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภาวาปี จังหวัดอุดรธานี) สภาพถนนดี การเดินทางสะดวกสบายมากๆ

 

จุดขึ้นเรือ ณ บ้านเดียม

 

ล่าสุด…ระหว่างการเดินทางกลับบ้านที่ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ลองแวะชมความคืบหน้าของจุดท่องเที่ยวชื่อดังสักหน่อย ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2557 ได้มีการปรับปรุงทัศนียภาพ จุดโซนให้เหล่าแม่ค้า สร้างสะพานข้ามระหว่างจุดจอดรถไปยังท่าเรือแห่งใหม่ ปรับปรุงลานจอดรถให้สามารถจอดรถได้จำนวนมาก และเป็นระเบียบ มีผู้ดูแลการสัญจร ที่สำคัญมีการสร้างข้อตกลงในกลุ่มผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว อยู่ระหว่างการพัฒนาสวนหย่อมบริเวณลานจอดรถ ฯลฯ

 

โดยรวมจุดขึ้นเรือชม ทะเลบัวแดง ณ บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ถือได้ว่ามีความลงตัวมาก แม้ว่าจะนั่งเรือไปชมความสวยงามของบัวแดงไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า  สำหรับท่านไหนที่เกรงว่าจะเมาเรือ ฤ ไม่กล้าลงเรือ ไม่ต้องน้อยใจไป….ยังมีจุดถ่ายภาพ 3 มิติ ให้ถ่ายบนบก ก็สวยดี

 

เนื่องจากวันนั้นเราไปถึง บ้านเดียม เวลา 14.00 น.  ดอกบัวหุบเป็นที่เรียบร้อย จึงทำได้เพียงถ่ายภาพ 3 มิติ ดังที่กล่าวมา (ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมความงามของ ทะเลบัวแดง คือ ตั้งแต่ 06.00 น. – 10.00 น. หากเดินทางถึงล่าช้า….ดอกบัวก็จะเริ่มหุบ….

 

จุดขึ้นเรือ ณ ตำบลแชแล

 

จุดนี้ทุกอย่าง OK หมด จะมีข้อจำกัดสักเล็กน้อย คือ ที่จอดรถค่อนข้างจำกัด  ข้อดีของจุดนี้คือ  ระยะทางจากจุดขึ้นเรือไปยังจุดชมบัวแดงไม่ไกลนัก  สำหรับเรือนำเที่ยวมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เรือขนาดเล็ก  ราคาเที่ยวละ 300 บาท และเรือขนาดใหญ่  ราคาเที่ยละ 500 บาท

 

จุดขึ้นเรือ ณ บ้านเชียงแหว

 

จุดนี้เป็นจุดที่พึ่งเปิดตัวใหม่ยังไม่ได้ไปเยือน…ไปมาเมื่อไหร่จะกลับมาเล่าเพิ่มเติม นะครับ

 

ท้ายที่สุด….หากจะถามว่า ทะเลบัวแดง มีจุดขายอะไร? ผมในฐานะคนต่างถิ่น…คิดว่า  นอกจากเราจะเดินทางมาถ่ายภาพสวยๆ  รับประทานอาหารนอกบ้านแล้ว สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ คือ การรำลึกถึงตำนานหนองหาน….แม้ว่าผู้คนท้องถิ่นจะไม่อยากกล่าวถึงก็ตามที  แต่อย่างไรเสียเรื่องราวดังกล่าวก็ต้องตีแผ่สู่คนรุ่นหลังอยู่ดี อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงท้องถิ่นละครับ…

 

ปล. สัญญาว่า…หากหน้าไม่ดำ เราจะไม่กลับบ้าน 5555

บทความ
ตลาดเปงจาน การแลกเปลี่ยนสินค้า และวัฒนธรรม ไทย -ลาว
ตลาดเปงจาน การแลกเปลี่ยนสินค้า และวัฒนธรรม ไทย -ลาว

ตลาดเปงจาน   ช่วงสายๆ ของทุกวันอาทิตย์ พลังมวลชนถิ่นใกล้ และแดนไกล ต่างหลั่งไหลนำรถยนต์เข้าจอดบริเวณสนามหญ้า ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนแพง และองค์การบริหารส่วนตำบลโพนแพง จำนวนรถยนต์ที่มากตามกระแสบอกเล่าปากต่อปากถึงความน่าสนใจของ “ตลาดเปงจาน” ที่ว่า มีอาหาร สินค้าแปลกตา น่าตื่นใจ ที่นำเข้าจาก สปป.ลาว ทำให้จำนวนรถยนต์ล้นทะลักออกมาจอดเรียงรายเต็มสองข้างถนนเป็นแนวยาว…   มีเหล่าลูกค้าชั้นยอด ได้กระซิบบอกกับผมถึงเทคนิคการซื้อสินค้านำเข้าจาก สปป.ลาว ให้ได้ราคาถูกว่า จะต้องอาศัยศิลปะการต่อรอง และช่วงเวลาที่เหมาะสม? กล่าวค ...

ตลาดท่าเสด็จ หนองคาย ตลาดสินค้าชายแดน กัมพูชา เวียดนาม สปป.ลาว
ตลาดท่าเสด็จ หนองคาย ตลาดสินค้าชายแดน กัมพูชา เวียดนาม สปป.ลาว

ตลาดท่าเสด็จ หนองคาย   เกริ่นนำ..ตลาดท่าเสด็จ หนองคาย เป็นศูนย์รวมของฝาก ของที่ระลึก ที่มีแหล่งสินค้ามาจากกลุ่ม OTOP ในจังหวัดหนองคาย สินค้าจากฝั่ง สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่าง สินค้าฝั่ง สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และสินค้าจาก OTOP หนองคาย ตามที่สังเกตนะครับ…ผมว่าสินค้า OTOP จะมีสัดส่วนที่มากกว่า ตามด้วยสินค้าจาก กัมพูชา เวียดนาม และสปป.ลาว แม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ใช่สาระสำคัญของการละลายทรัพย์ในกระเป๋า แต่ทำให้นักท่องเที่ยวเปรียบเทียบได้ว่า…ตลาดอินโดจีน แต่ละแห่งนั้นสัดส่วนแตกต่างกัน ดังที่กล่าวไว้   ...

สวนน้ำ ขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น
สวนน้ำ ขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

สวนน้ำขอนแก่น   ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์จะมาเยือน…แหล่งท่องเที่ยวหลายๆ แห่งดึง Speen ความเร็วราวกับการวิ่ง 100 เมตร ด้วยเหตุผลที่ว่าจะต้องเตรียมความพร้อมเปิดรับมวลมหาชนคนหนีร้อน…กันถ้วนหน้า แต่ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดเห็นจะเป็น  สวนน้ำ เขาสวนกวาง หลายท่านอาจจะสงสัยว่า…สวนน้ำ เขาสวนกวาง แห่งนี้ตั้งอยู่พิกัดใด ในจังหวัดขอนแก่น เป็นที่ทราบกันโดยทั่วกันครับว่า…สวนสัตว์เขาสวนกวาง (อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สวนสัตว์ขอนแก่น ใช่แล้วครับ…สวนน้ำ เขาสวนกวาง  และสวนน้ำ ขอนแก่น ก็อยู่พิกั ...

พระธาตุบังพวน 1 ใน 4 แห่ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตำนานอุรังคธาตุ
พระธาตุบังพวน 1 ใน 4 แห่ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตำนานอุรังคธาตุ

พระธาตุบังพวน   เรื่องราวในครั้งพุทธกาลที่กล่าวถึง นาค ตนหนึ่งที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นเหตุให้ต้องแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อขออุปสมบท กับองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ความเป็นเนื้อแท้ ร่างจริงได้ปรากฎ ทำให้ไม่สามารถบวชได้ แต่ขอฝากนามไว้ในร่มเงาพระพุทธศาสนาสืบไป เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพชัดว่า พระธรรมนั้นสว่างไสวไปทั่วทุกภพ   ไม่แปลกเลย ที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดที่ได้ชื่อว่า “เป็นเมืองพญานาค” จะมีเหตุการณ์ และเรื่องราวมากมาย ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแห่งนี้ แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ความเชื่อ ประเพณีนิยมการเฉลิมฉลองสมโภชต่างๆ จะเป็นขึ้น ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน