ข้าวฮางงอก วิธีการผลิต วิธีการหุง มีประโยชน์ต่อร่างกาย

  16 ตุลาคม 2559 15:12    บทความสุขภาพ    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 4510  

ข้าวฮางงอก

ข้าวกล้องเพาะ ข้าวกล้องงอก ข้าวฮาง

 

การประกวด อสม.ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะผลการดำเนินงาน นวตกรรมต่างๆ ของอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น (อสม.ดีเด่น) 10 สาขา ประกอบด้วย สาขาการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ สาขาการส่งเสริมสุขภาพ สาขาสุขภาพจิตชุมชน สาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน สาขาการบริการในศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ศสมช.) และการสร้างหลักประกันสุขภาพ สาขาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สาขาภูมิปัญหาท้องถิ่นด้านสุขภาพ สาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในชุมชน สาขาการจัดการสุขภาพชุมชน และสาขานมแม่สายใยรักแห่งครอบครัว  ซึ่งแต่ละจังหวัดในเขตพื้นที่สนับสนุนบริการ ของสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 8 อุดรธานี  (สบส.8) ต่างงัดผลงานเด็ดมาจัดนิทรรศการให้เราได้ชม และแลกเปลี่ยนกันในบริบทของแต่ละจังหวัด…

 

หนึ่งในหลายๆ นวตกรรมที่ผ่านกระบวนการตีแผ่กันอย่างเต็มอิ่มในวันนั้นก็คือ เรื่องราวเกี่ยวกับ ข้าวฮางงอก หรือ ข้าวที่เพาะงอกจากข้าวเปลือก ซึ่งจะมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และกลิ่นหอม จากเปลือกมาเคลือบที่เมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น จึงทำให้ข้าวฮางมีสารอาหารมากกว่าข้าวกล้องงอก มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าธัญพืชทั้งหลาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและสมดุล เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคได้ดี เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน ไขข้ออักเสบ โรคไต โรคเกี่ยวกับประสาท และสมอง ความจำเสื่อม การแก่เกินวัย โรคมะเร็งชนิดต่างๆ

 

ข้าวฮางงอก จึงเป็นข้าวที่เอาเฉพาะเปลือกนอกหรือแกลบออก โดยที่จมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดไม่แตกหัก เพราะจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดนี้ คือ ส่วนที่สะสมโปรตีนที่มีคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีน วิตามินและเกลือแร่สูงที่ช่วยรักษาโรคทางผิวหนังและระบบประสาทได้

 

การงอกของข้าวฮาง จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาชีวเคมีมีสารอาหารเพิ่มขึ้นหลายชนิดและปริมาณหลายเท่า ดังนี้

 

1. มีสารกาบา (Gaba) มีมากกว่าข้าวกล้อง 15 เท่า มีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยรักษาระบบประสาทส่วนกลาง รักษาสมดุลในสมอง ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล หลับสบาย คลายกล้ามเนื้อ ป้องกันความจำเสื่อม กระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่ช่วยการเจริญเติบโต สร้างเนื้อเยื่อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ชะลอความชรา ช่วยขับเอนไซม์ ขจัดสารพิษ ควบคุมระดับน้ำตาลและพลาสมาคลอเรสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิต ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดี กระตุ้นการการขับถ่ายน้ำดีลงสู่ลำไส้เพื่อสลายไขมัน ป้องกันมะเร็งลำไส้และช่วยขับสารสุข

 

2. มีโปรตีนที่ดี ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเนื้อเยื่อได้ดี ไม่มีสารกลูเตนที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้

 

3. มีไฟเบอร์ชั้นดีสูง สูงกว่าข้าวขาว 15-20 เท่า ช่วยให้การย่อยอาหารเป็นอย่างช้าๆ ทำให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดทีละนิด จึงทำให้อิ่มท้องนาน ไม่หิวง่าย ช่วยลดความอ้วน ป้องกันและรักษาโรคเบาหวานได้ดี ช่วยให้ระบบขับถ่ายสะดวก ดูดซับไขมันและสารพิษออกจากร่างกาย ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

4. มีไขมันชนิดดี และสำคัญหลายชนิด เช่น ออริซานอล โทโคฟีรอล ไตรโคไตรอีนอล  ช่วยลดไขมันในเลือดและหลอดเลือด ลดไขมันตัวร้าย และเพิ่มไขมันตัวดี ป้องกันโรคหัวใจ ยับยั้งเซลล์เนื้องอก ทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งได้ดีกว่าวิตามินอี 6 เท่า ยับยั้งการเกิดฝ้า ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยทอง

 

5. มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ป้องกันโรคหัวใจ ไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคแก่เร็ว ฯลฯ

 

6. มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญครบ ช่วยให้อวัยวะในร่างกายทำงานได้ดี ทำให้สุขภาพแข็งแรง เช่น

– วิตามิน B1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา มีมากกว่าข้าวขาว 4 เท่า

– วิตามิน B2 ช่วงป้องกันโรคปากนกกระจอก มีมากกว่าข้าวขาว 1 เท่า

– วิตามิน B3 ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารเป็นปกติ ไม่อืด แน่น เฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด ไม่สับสนซึมเศร้า มีมากกว่าข้าวขาว 5 เท่า

– วิตามิน B6 ช่วยกระจายออกซิเจนไปตามกระแสเลือด ชะลอความแก่ของเซลล์ ช่วยให้ผิวพรรณดี สดใส เต่งตึง ป้องกันแคลเซียมเกาะผนังหลอดเลือด ซึ่งทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้เปราะ และแตกง่าย โดยเฉพาะในสมอง

– ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีมากกว่าข้าวขาว 2 เท่า

 

ประเภทของข้าวฮาง

 

1. ข้าวฮางงอก ระยะน้ำนม

2. ข้าวฮางงอก ที่นำข้าวเปลือกไปแช่น้ำ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปนึ่ง

3. ข้าวฮางงอก ที่นำข้าวเปลือกไปแช่น้ำ 48 ชั่วโมง นำมาบ่ม 48 ชั่วโมงแล้วนำไปนึ่ง หรือเรียก ข้าวฮางงอก ซึ่งข้าวฮางงอกประเภทนี้จะมีสารกาบ้าในปริมาณมากกว่าข้าวฮางงอกประเภทอื่น

 

กรรมวิธีการผลิตข้าวฮางงอก

 

1.นำข้าวเปลือกที่จะผลิตข้าวฮางงอก ลงแช่น้ำในภาชนะ ให้น้ำท่วมข้าว แช่ไว้ 48 ชั่วโมง แล้วนำขึ้นมาบ่ม 48 ชั่วโมงให้เกิดการงอกของข้าว

2. นำข้าวที่งอกมานึ่ง (อาจใส่สมุนไพรหรือใบเตยด้วย) ระหว่างนึ่งถ้าข้าวแห้งให้พรมน้ำ 2-3 ครั้ง เมื่อเมล็ดข้าวแตก แสดงว่าข้าวสุกแล้ว

3. นำข้าวที่สุกตากแดด หรือผึ่งลม ควรหมั่นกลับข้าวเพื่อให้ข้าวแห้งสม่ำเสมอ

4. นำข้าวที่แห้งสนิทดีแล้วไปสีกะเทาะเป็นข้าวฮางงอก

5. แยกสิ่งเจือปนและเก็บในภาชนะที่แห้งสนิท หรือบรรจุในถุงสุญญากาศ

 

วิธีการหุงข้าวฮาง

 

1. ล้างข้าวฮางงอกด้วยน้ำสะอาด ซาวน้ำเร็วๆ ครั้งเดียวเพื่อไม่ให้วิตามินละลายไปกับน้ำ (หากเป็นข้าวใหม่ไม่ต้องซาวด์น้ำก็ได้)

2. ข้าวฮาง 1 ส่วน ใส่น้ำ 1.5-2 ส่วน ในการหุงข้าวฮางจะใช้น้ำมากกว่าการหุงข้าวขาวธรรมดา

3. ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จะได้ข้าวฮางที่หอม นุ่ม มีสีน้ำตาลทองน่ารับประทาน

 

หลังจากที่ผมได้ฟังการนำเสนอ และเหลือบมองแผ่นพับในมือเกี่ยวกับ ข้าวฮางงอก โดยชุมชน บ้านห้วยชัน หมู่ที่ 3 ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น จบ…มันทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า จริงๆ แล้ว…สุขภาพดี เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยตัวเรา โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัว….ทำอย่างไรการกินจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อสุขภาวะ ไม่สักแต่ว่าอร่อยและอิ่มท้องอย่างเดียว แม้ว่ากระบวนการทำ ข้าวฮางงอก  จะมีไม่กี่ขั้นตอน…แต่ก็ไม่ง่ายนักในสังคมปัจจุบันที่อะไรๆ ก็วิ่งแข่งกับเวลา ท้ายที่สุด…คงต้องมองหาว่าที่ไหน? มีขายจริงไหม? ครับ…

บทความ
ยอใหญ่ ท่าลี่ และ สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย
ยอใหญ่ ท่าลี่ และ สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย

ยอใหญ่ ท่าลี่   ในวันที่ฝนฟ้ากระหน่ำ…แบบไม่ลืมหูลืมตา แต่ด้วยความดื้อรั้นที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้กระผมเองก็ไม่ฟังฟ้าฟังฝนเช่นกัน…ขับรถตระเวนสู่เป้าหมาย บ้านท่าลี่ ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ด้วยแรงจูงใจที่ว่า…อยากรู้ว่า ยอใหญ่ หรือ สะดุ้ง (ภาษาอีสาน) ณ บ้านท่าลี่ ที่เล่าขานเป็นเช่นไร   เดินทางสู่ ยอใหญ่ ท่าลี่   ความยากลำบากของการเดินทางสู่ บ้านท่าลี่ (ยอใหญ่) คือ ไม่มีพิกัดใน GPS เราจะต้องอาศัยพิกัดบนปลายเท้า…(เดินไปถามไุุถ่แม่ค้าในตลาดเทศบาลตำบลโซ่พิสัย) ได้ความว่า…ให้ขับรถไปตามเส้ ...

น้ำตกตาดชะแนน หรือ น้ำตกตาดสะแนน ณ บ้านภูเงิน ตำบลบ้านต้อง
น้ำตกตาดชะแนน หรือ น้ำตกตาดสะแนน ณ บ้านภูเงิน ตำบลบ้านต้อง

น้ำตกตาดชะแนน   จังหวัดบึงกาฬ ถือได้ว่าเป็นจังหวัดน้องใหม่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย หนึ่งในหลายๆ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว คือ น้ำตกที่เกิดจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ไหลจากหลังภูวัวลงสู่เบื้องล่างแยกเส้นสายออกไปในแต่ละทิศทาง แม้ว่าช่วง 5 ปีก่อนผมจะเคยทำงานในพื้นที่ใกล้ๆกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว แต่ผมก็ไม่สามารถเดินทางสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตกทั้งหมดได้ครบถ้วน (เยอะเหลือเกิน) ทำได้เพียงเก็บข้อมูลและถ่ายภาพตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวยเท่านั้น เอาเป็นว่าผมเคยเดินทางไปเที่ยวชมน้ำตกสวยๆ ในบึงกาฬดังนี้นะครับ น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกตาดขาม น้ำตกตาดนกเขียน แล ...

ภูสิงห์ บึงกาฬ หนึ่งในสี่ ภูเขาหินทราย โดนใจคนรักการเดินป่า
ภูสิงห์ บึงกาฬ หนึ่งในสี่ ภูเขาหินทราย โดนใจคนรักการเดินป่า

ภูสิงห์ บึงกาฬ   เข้าสู่เดือน 8 (นับเดือนแบบไทย) เปิดดูปฏิทินสากล…เหลืออีก 30 วันจะเข้าสู่ช่วงของการเข้าพรรษา …สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าผู้คนระแวกบ้านผมต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่ตกสู่ผิวดิน ตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นมา…ใจความสำคัญที่ผมพอจับประเด็นได้ คือ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ชาวบ้านคงจะต้องนำมือสองมือมาก่ายหน้าผาก ระหว่างคิดหาทางหนีทีไล่เพื่อเอาชนะสภาพความแห้งแล้งที่่ไล่หลังมาทุกขณะ (สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ วันก่อนพ่อกับแม่ไปหาปลาที่ลำน้ำปาว ทั้งๆ ที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่านหลายจังหวัดยังแห้งขอดจนชาวบ้านสามารถลงทอดแหได้อย่างสบายใจ&he ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน