ม.นเรศวร 9 ปีแห่งการหวนคืน สู่เมืองสองแคว..ไหว้พระพุทธชินราช

  16 ตุลาคม 2559 13:48    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1714  

นเรศวร

ม.นเรศวร

 

“บริบทเปลี่ยน…แต่เสียงโฮ่ร้องอันเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อหัวใจ…เชื่อมไปยังกล่องเสี่ยง…แว่วดัง…PH บูม PH บูม…ของเหล่า หมออนามัยลายพราง…ที่ใครๆ ต่างพูดถึงกันทั้งมอ..แน่นอนความรู้สึกนี้ยังคงดังกึกก้องในใจทุกคราที่ก้าวย่างสู่เมืองสองแคว เมืองที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง…อันมีแรงยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาว นิสิต ม.นเรศวร อันมีองค์สมเด็จพระนเรศวรเป็นที่ตั้ง”

 

ในขณะที่ผม…นั่งมองพายองุ่น และ THE AMAZON Pi Water (น้ำดื่มเพื่อคนรักสุขภาพ) พรางคิดว่า…จะนำความรู้สึกเมื่อครั้งหวนคืนสู่เมืองสองแคว ในช่วงปลายเดือน พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา บอกเล่าอย่างไร ให้เพื่อนๆ อินตาม…(เอาหน่า…ไหนๆ เราก็เป็นนักเขียนหลบหลี้ตามร้านกาแฟ จัดเต็มสักหน่อย)

 

เริ่มที่ คณะแพทย์ จบที่ วสส.พล.

 

ปี พ.ศ. 2546 ผมเดินหาตึกคณะแพทยศาสตร์ โดยมีพ่อกับแม่เดินตามหลัง (เดินวนตั้งแต่ ตึกมิ่งขวัญจรดตึกคณะแพทย์ ทั้งๆ ที่สามารถใช้เส้นทางลัดเพียง 200 เมตร นี่คงเป็นตัวชี้วัดพลังกายผมตั้งแต่เริ่มต้น น่าจะเดิน 2-3 กิโลเมตร เห็นจะได้ 5555) พอถึงตึกคณะฯ ผมก็ไม่ได้เจอหน้าพ่อกับแม่อีกเลย…

 

ร่างกายสนุก แต่หัวใจร้องไห้

 

เสียงกลองตึ่งโป๊ะๆ ตะเลาะ ตึ่งโป๊ะๆ เด้งซ้าย…เด้งขวา…เด้งพร้อมๆ กัน ฯลฯ ดั่งแว่วมาแต่ไกล (พี่คงจะรับน้องใหม่) ผมจำไม่ได้ว่าผมแต่งตัวปอนๆ แค่ไหน? แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ ผมจะเต้น เหมือนเพื่อนได้อย่างไร เพราะตอนเรียน ม.ปลาย ปรบมือก็ยังผิดจังหวะ…แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี อาศัยความไร้เดียงสา เพื่อนพาไป พี่เฝ้ามอง ก็เนียนๆ ทำไปตามเขา…

6 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม ของทุกวัน (เรียน รับน้อง เรียน รับน้อง 4 เดือนเต็มๆ) มันก็แค่…ร้องเพลง เต้น จำชื่อเพื่อน บูม ฝึกระเบียบวินัย เคารพผู้ใหญ่ และรุ่นพี่ ฯลฯ ทำไมมันช่างดุเดือดขนาดนั้น…นี่คงเป็นเหตุผลที่รุ่นพี่ ให้เราใส่เสื้อลายพราง “หมออนามัย” กระนั้น ฤ ที่สำคัญไม่มีใครรู้เลยว่า…ห้วใจเราร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน
ม.นเรศวร กันดานไหม? (กระทู้ที่ใครๆ ก็ติดตามอ่านในบอร์ดชื่อดัง)

 

ผมใช้ชีวิตอยู่ที่ ม.นเรศวร 2 ปี (ตระเวนเรียนอยู่หลายดึก เท่าที่จำได้…คณะมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ อาคารเรียนรวม คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตรการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาล คณะวิศวกรรมศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ฯลฯ กล่าวคือ…ส่วนใหญ่จะต้องตระเวนเรียน ตระเวนสอบในตึกคณะต่างๆ โดยลักษณะเส้นทางในมหาวิทยาลัยจะเป็นลักษณะสามารถวิ่งวนได้ ยกตัวอย่าง ถ้าเราตั้งต้นที่ลานสมเด็จพระนเรศวร…เราสามารถวนตามเข็มนาฬิกาไปยัง โดมฯ ->ตึกมิ่งขวัญ->คณะมนุษยศาสตร์->คณะนิติศาสตร์->คณะครุศาสตร์->คณะเกษตรศาสตร์->คณะวิศวกรรมศาสตร์->หอพักหญิง->คณะวิทยาศาสตร์->อาคารเรียนรวม->คณะแพทย์->วิทยาศาสตร์การแพทย์->คณะพยาบาล->คณะสหเวชศาสตร์->คณะเภสัชศาสตร์->คณะทันตแพทยศาสตร์->โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ฯลฯ เป็นต้น

 

พื้นที่ ภายใน ม.นเรศวร ก็ไม่ถือว่ากว้างมากนัก แต่เราต้องยอมรับว่า…สภาพอากาศจังหวัดพิษณุโลกมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้าน และฤดูร้านฉิบหาย น้องใหม่มักจะอาศัยรถไฟฟ้าเดินทาง คนใช้เยอะมาก แถมคล้ายเตาอบขนาดย่อมๆ (แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วนะครับ) เป็นที่มาว่า…นิสิตมอนอมักจะมีเสื้อคลุมตัวใหญ่ๆ มีหมวกด้วย…เพื่อปิดกั้นแสงแดดที่สุดจะทรงพลังนั่นเอง

 

ข่าวใหม่…ห้ามใช้ มอไซด์ในมหาวิทยาลัยนเรศวร…อันนี้ผมก็ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดนะครับ คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ในยุคที่ผมเรียนนั้น ถ้าเรามีมอไซด์มันสบายนักแล…

 

ฟันธงเลยก็แล้วกัน…กันดานไหม? ด้วยเหตุที่ผมมีญาติในตัวเมืองพิษณุโลก (ย่านกองบิน) เป็นเหตุให้ผมต้องขับรถเข้าไปยังตัวจังหวัดบ่อยๆ ตัวเมืองพิษณุโลกก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ฮ้างสรรพสินค้ากระจุกตัวอยู่ถนนเส้นหลัก ความเจริญเติบโตขยายตัวทั้งสองฝั่งของลำแม่น้ำน่าน…แต่ถ้าน้องๆ ท่านไหนที่ชอบความเดินช๊อปปิ้ง ท่องแสงสี ย่ำราตรี…ในตัวเมืองก็ถือว่า กันดาน แต่ถ้าเราคิดว่าเรามาเรียน…ก็ Happy ดีนะครับ

 

นเรศวร

2 ปีที่ มอนอ ทำอะไรบ้าง?

 

ในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ ม.นเรศวร ผมไม่ได้กลับบ้านที่ จ.หนองคาย ตลอดระยะเวลา 2 ปีแรก (เดี๋ยวก่อน…ผมไม่ได้ติดเรียนภาคฤดูร้อนแต่อย่างใด) หากแต่ผมชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ กินเนื้อย่าง นอน…เรียกได้ว่าใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ กิจกรรมสื่อสารมวลชน ค่ายอาสา ไม่เคยเข้าร่วมเลยสักครั้ง…(อย่าได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง…เพราะทักษะที่ใช้มากที่สุด เวลาเราจบมาทำงานคือ การทำงานกับคน)

 

สู่ วสส.พล. (วังทอง)

 

ด้วยหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต (ส.บ.) เป็นโครงการร่วมผลิตระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร และ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก เราจึงจะต้องไปเรียนวิชาการสาธารณสุข และฝึกปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้นที่นั่น จะว่าไปแล้ว…เราก็มีสายเลือด วสส. อยู่เต็มตัว เรียนๆ ฝึกงานๆ เผลอแป๊บเดียวก็จบการศึกษา 4 ปี ต่างคนต่างแยกย้ายกลับภูมิลำเนา…

 

นเรศวร

9 ปีผ่านไป…เรากลับมาเยือนอีกครั้ง

 

ผมคิดว่า…พี่ๆ น้องๆ ชาวมอนอ…น่าจะมีความรู้สึกคล้ายๆ กัน ว่า…ถ้ามีโอกาสกลับมาที่นี่แหล่งหล้านเรศวร…ทุกคนอยากจะกลับมาไหว้พระพุทธชินราช และสักการะบูชาพระนเรศวร และถูลานสมเด็จฯ ร่วมกันอีกสักครั้ง

 

ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2558 (2 วัน 1 คืน)…ที่ ม.นเรศวร เราใช้ชีวิตดั่งเช่นเป็นนิสิต…กินข้าวเหนียวห่อ (เมื่อก่อนห่อละ 10 บาทปัจจุบันห่อละ 40 บาท) แต่รสชาดยังอร่อย และอิ่มเหมือนเดิม…

 

มอนอ…เป็นอย่างไรบ้าง ณ ปี 2558 ถ้ามองในเรื่องของสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้าง อาคาร ถนนหนทาง โดยรวม…ม.นเรศวร ถือได้ว่าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายๆ จุดเราแทบจำไม่ได้เลย…อาทิ สนามกีฬาตรงข้ามคณะเกษตรฯ มีการสร้างอาคารเพิ่ม ย้ายสนามกีฬาไปอยู่บริเวณด้านหลังของโภชนาการ 1 ด้านหน้าหอพักหญิง…โอเอซิส หรือ ผมเรียกว่า ปอดมอนอ…ก็มีการก่อสร้างไม่เหลือร่องรอยเดิมแล้ว…ทุกอย่างดีขึ้นครับ เพียงแต่ความทรงจำเดิมๆ เราหลงเหลือเพียงการมโน…เท่านั้น

 

ย่านการออกกำลังกายแห่งใหม่…คงจะเป็นบริเวณรอบหอพระเทพรัตน์…ข้างๆ ลานสมเด็จฯ สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้คนทุกกลุ่มมารวมตัวกัน ณ จุดนี้ รวมถึงครอบครัวของคนที่ทำงานในมอ ต่างพาบุตรหลานมาวิ่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ณ ที่แห่งนี้…

 

สุดท้าย…ผมอาจจะไม่สามารถสะท้อนความรู้สึกอิ่มเอม มีความสุข อบอุ่น และมีแรงบันดาลใจ เมื่อครั้งได้กลับมาเยือน ม.นเรศวร แห่งนี้ ให้ทุกท่านได้สัมผัสได้…แต่ผมเชื่อว่า ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ได้กลับมาอีกครั้ง…ทุกท่านจะได้รับความรู้สึกเชิงบวก อุดมการณ์ แนวคิด แรงบันดาลใจ ฯลฯ ที่ไม่แน่ ท่านอาจจะลืมเอากลับบ้านไปด้วย…ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นนิสิต ก็เป็นได้

 

ขอพระบารมีขององค์สมเด็จพระนเรศวร จงดลบันดาลให้ นิสิต ตลอดจนศิษย์เก่า ม.นเรศวร ทุกท่าน จงประสบสุข สำเร็จผลทุกสิ่งที่ปรารถนา ทุกประการ สาธุ…

 

บทความ
ร้านลาบ ก้อย ปากคาด กับ 3 เมนู ที่ไม่ควรพลาด ลาบ ต้ม ย่าง
ร้านลาบ ก้อย ปากคาด กับ 3 เมนู ที่ไม่ควรพลาด ลาบ ต้ม ย่าง

ร้านลาบ ปากคาด   เรื่องปากท้อง…เป็นเรื่องที่สำคัญในปัจจุบัน และนับวันยิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องยอมรับก็คือว่า…อาหารสำเร็จรูป อาหารปรุงบรรจุถุงกลายเป็นที่นิยมของเหล่ามนุษย์เงินเดือน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังยืนต่อคิวอยู่เช่นกัน อย่างว่าละครับ…การที่เราจะมานั่งทำอาหารจานเดียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสารอาหารครบ 5 หมู่ กลายเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากไปเสียอย่างงั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเราสามารถทำได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่มันมีข้อจำกัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือ มันไม่อร่อย 555 ผมลองแล้ว (เข้าตามตำราเป๊ะ…อาหา ...

นโยบายส่วนตัวของเว็บไซต์ www.บึงกาฬ.com (โดเมนไทย)
นโยบายส่วนตัวของเว็บไซต์ www.บึงกาฬ.com (โดเมนไทย)

นโยบายส่วนตัว   ทีมงาน www.บึงกาฬ.com (บึงกาฬดอทคอม) จัดทำเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูล การเดินทาง ที่เที่ยว ในจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ ภูทอก ภูลังกา วัดอาฮงศิลาวาส น้ำตกเจ็ดสี ภูวัว หาดคำสมบูรณ์ หาดสีดา ข่าว หางาน เศรษฐกิจ ศิลปะ วัฒนธรรม ชาวจังหวัดบึงกาฬ และ จังหวัดใกล้เคียง บุคคลทั่วไปได้ยอมรับเงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆ สามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์นี้ ตามข้อกำหนด และข้อตกลงดังต่อไปนี้ เท่านั้น   การใช้บริการข้อมูล ภาพ และส่วนประกอบต่างๆ   ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้นำภาพไปใช้ในทางการค้า ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น หากพบเห็นจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ขอให้ท่านได้ติดต่อผู้ดูแลระบบก่อนทุกครั้ง หากมีความประสงค์ข้างต้น   ...

ลาบนัว อุดร ย้อนอดีต 30 ปี (เมนู ตำถาด) สู่ ร้านอาหารโต้รุ่ง ยอดฮิต
ลาบนัว อุดร ย้อนอดีต 30 ปี (เมนู ตำถาด) สู่ ร้านอาหารโต้รุ่ง ยอดฮิต

ตำถาด (ลาบนัว อุดร)   เพียงแค่เอ่ยคำว่า “ส้มตำ” ทุกท่านก็น้ำลายไหล ใจโหยหาขึ้นมา ณ บัดนั้น จะเรียกว่าเป็นเมนูที่สามารถสั่งมาชิมอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคนอีสาน ที่ขาดข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบนัวๆ เป็นต้องไร้เรี่ยวแรง (เกินไปไหม?) ไม่เชื่อเราลองสังเกตุตัวเองดูว่า เมื่อเราได้รับประทานอาหารประจำถิ่น เราจะรู้สึกหายเหนื่อย และมีความสุข ราวกับว่า…กำลังภายในกลับคืนมาแล้ว  ซะอย่างนั้น   อาหารอีสาน ความนัว และความจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาหารอีสาน เป็นตัวแปรในการกำหนดในเกิดเมนูต่างๆ มากมาย แต่ที่เรานึกออกมีไม่กี่อย่าง อาทิ แกงหน่อไม้ อ่อ ...

ร้านอาหาร ปากคาด ครัวลูกเขย อาหารอีสาน อาหารไทย
ร้านอาหาร ปากคาด ครัวลูกเขย อาหารอีสาน อาหารไทย

ร้านอาหาร ปากคาด   11 โมงเช้าของเกือบทุกๆ วัน ที่ผมและเพื่อนมักจะป้อนคำถามผ่าน FB หรือ Line ข้อความซ้ำๆ ว่า…กินไร ที่ไหนดี ทว่า มันก็ดูปกติตามวิสัยของคนทำงานประจำอยู่แล้วนี่นา แต่กระนั้นสิ่งที่ผมมองว่าเป็นความแตกต่างของที่ทำงานของผม ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอขนาดกลาง ถนนสี่เลนกำลังเร่งก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จก่อนเส้นทางการขนส่งสินค้าก็ว่ากันไป…   ผมทำงานที่ อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย สิ่งที่น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้น คือ ผมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงในพื้นที่น้อยมากตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มันมีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้คนในพื้นที่แสวงหาที่กินแห่งให ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน