สตูดิโอ หล่มสัก เทคนิคการเลือก สตูดิโอถ่ายภาพงานแต่งให้โดนใจ

  16 ตุลาคม 2559 13:53    การถ่ายภาพ    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1841  

สตูดิโอ หล่มสัก

สตูดิโอ หล่มสัก

 

“เดินหน้า 3 ก้าว ถอยหลัง 2 ก้าว…คือสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ระหว่างเขียนบทความนี้ ความไม่มั่นใจ กับความชอบมันไม่ได้แปรผันตรงกันทุกครั้งไปนะครับ แต่อย่างน้อย เราก็ตอบตัวเราเองว่าเรามีความสุขกับการถ่ายภาพ และค้นหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์งานศิลป์ต่อไป”

 

สำหรับท่านที่ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ สตูดิโอ หล่มสัก ท่านไม่ต้องตกใจ และอย่าพึ่งปิดเว็บนี้หนีเข้าป่าไปก่อนที่จะอ่านเรื่องราวที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ มันอาจมองดูมีสาระไม่มาก แต่มันอาจจะทำให้ท่านสามารถตัดสินใจเลือกสตูดิโอถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง ภาพงานแต่ง ภาพพิธีต่างๆ ง่ายขึ้น

 

สตูดิโอ มีกี่แบบ

 

ถ้าเรากำหนดค่ากลางว่า…ให้สตูดิโอทุกแห่งฝีมือใกล้เคียงกัน ในส่วนตัวผมแล้วขอจำแนกสตูดิโอออกเป็น 3 แบบ (ในมุมมองของลูกค้าคนหนึ่ง) ได้แก่

 

แบบที่ 1 (สตูดิโอขนาดใหญ่ เจ้าของร้านถ่ายภาพเอง และมีทีมงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป) ข้อดีของสตูดิโอขนาดใหญ่ก็คือ ทำงานเร็ว ได้งานคุณภาพตามข้อตกลง ได้ภาพหลากหลาย และจำนวนมาก โดยเฉพาะงานพิธีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ควรเลือกสตูดิโอระดับนี้ (ส่วนใหญ่เรามักจะได้ภาพหลักพันขึ้น) ราคาจ้างน่าจะอยู่ราวๆ 15,000 บาท ขึ้นไป

 

แบบที่ 2 สตูดิโอขนาดกลาง (เจ้าของร้านถ่ายเอง หรือไม่ก็มีตากล้องในสังกัด และมีทีมงานน้อยกว่า 5 คน) ข้อดี คือ ส่วนใหญ่สตูดิโอขนาดกลางมักจะเน้นถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการถ่ายภาพพิธีการมักจะมีตากล้องในสังกัด ด้วยข้อจำกัดด้านความครบถ้วนของภาพ และจำนวนภาพที่ได้รับ ราคาในการจ้างงานก็จะถูกลงนั่นเอง

 

และแบบสุดท้าย สตูดิโอเสมือนขนาดเล็ก กล่าวคือ เป็นสตูดิโอที่ไม่มีหน้าร้าน แต่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ (เป็นธุรกิจครัวเรือน มีหุ้นส่วนช่างแต่งหน้า ทำผม และตากล้องอิสระ มักจะไม่มีทีมงานประจำร้าน อาศัยตากล้องฟรีแลนซ์เป็นส่วนใหญ่) การทำงานลักษณะนี้มักจะเป็นตากล้องต่างถิ่น ที่ต้องการสะสมผลงานเพื่อรอช่วงเวลาก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของสตูดิโอขนาดกลาง และขนาดใหญ่ตามลำดับ ข้อดี คือ ลูกค้ามีเวลาในการสื่อสาร มุมมอง สไตล์ภาพที่ต้องการ ได้อย่างเต็มที่ เพราะตากล้องอิสระมักจะบ้าพลังกันทุกคน…แถมราคาก็ไม่แพง

 

ตากล้องหน้าใหม่ สู่ เจ้าของสตูดิโอขนาดใหญ่

 

ทุกวันนี้…ตลาดด้านการถ่ายภาพเปิดกว้างขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่บ่าวสาวใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ไปจนถึงการจ้างถ่ายภาพพรีเวดดิ้งราคาหลักหลายแสนบาท แม้ว่าลูกค้าระดับบนจะมีอำนาจในการจ่ายสูงกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าระดับล่างจะไม่สามารถจ่ายได้นะครับ แต่สิ่งที่อยากให้ท่านได้เข้าใจก็คือว่า ตากล้องแต่ละคน…กว่าจะก้าวเดินมาถึงจุดที่ยืนพูดคุยข้อเสนอ ราคา และโชว์ผลงานให้ท่านได้เลือกสิ่งที่ตรงใจที่สุดนั้น มันไม่ง่ายสักปานใดนัก

 

เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของสตูดิโอ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มด้วยงานเสริม 2 อย่าง ได้แก่ ช่างแต่งหน้าทำผม กับ ตากล้องอิสระ คนทั้ง 2 กลุ่มมีแรงบันดาลใจต่างกัน แต่สามารถจูนหากันได้ไม่อยากเย็นนัก หากสไตล์การทำงานลงล็อค พร้อมๆ กับข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างเอื้อประโยชน์ ส่วนที่ไปที่มาของทั้งสองกลุ่มข้างต้นไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ผมขอแยกตามการสะสมประสบการณ์ได้ 3 ประการดังนี้

 

1. การฝึกงานในสตูดิโอใหญ่ๆ (ทั้งช่างแต่งหน้าทำผม และตากล้อง) โอกาส ระยะเวลา และความโชคดี ที่ได้เรียนรู้ ประสบการณ์ในสถานการณ์จริงช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้ความเชื่อมั่นที่น่าจับตามอง แต่ผู้คนกลุ่มนี้จะต้องใช้เวลาสักพักในการค้นหาสไตล์ หรือเอกลักษณ์ของตนเอง

 

2. เรียนโดยตรง (ทั้งช่างแต่งหน้าทำผม และตากล้อง) ปัจจุบันมีแหล่งเรียนรู้โดยตรงหลายแห่ง ซึ่งเปิดสอนไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งหน้า ทำผม หรือด้านการถ่ายภาพ ไปจนถึงการ Process ภาพ สำหรับที่มาของคนกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาในการสะสมประสบการณ์ในการทำงาน และใช้เวลาในการหาเอกลักษณ์ของตนเองนานกว่ากลุ่มแรก

 

3. ลองผิดลองถูกเอง และมีเพื่อนชี้แนะ (ทั้งช่างแต่งหน้าทำผม และตากล้อง) ผู้คนที่เกิดจากกลุ่มนี้จะสามารถหาเอกลักษณ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว แต่จะใช้เวลาในการสะสมประสบการณ์มากกว่า 2 กลุ่มข้างต้น

 

สิ่งที่ผมกำลังจะบอกทุกท่านก็คือว่า…ไม่ว่า ช่างแต่งหน้าทำผม หรือตากล้อง จะแจ้งเกิดจากแหล่งไหน? ก็ไม่สามารถการันตีผลงานได้ 100% ทั้งนี้ขอให้ท่านดูผลงาน และลองพูดคุยตกลงถึงความเป็นไปได้…เสียก่อน

 

หนึ่งในตากล้องคนหนึ่ง

 

ผมเป็นหนึ่งในตากล้องหาแยกตามการสะสมประสบการณ์ผมจะอยู่กลุ่มที่ 3 คือ ลองผิดลองถูก และมีเพื่อนชี้แนะ เพราะผมเริ่มถ่ายภาพอย่างจริงจังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะรับถ่ายภาพจริงๆ จังๆ แต่พอถ่ายไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มสนุก และท้าทายความสามารถดี จึงลองๆ ฝึกฝนและพัฒนาตนเองเรื่อยๆ ด้วยหลัก 3 ประการ ดังต่อไปนี้

 

1. ชื่นชมผลงานของ สตูดิโอที่เราชอบ (โดยส่วนตัวผมแล้วจะชื่นชมผลงานหลักๆ อยู่ 2 แห่ง ได้แก่ Wedding Studio Fotoamp (ช่างภาพ อุดรธานี) และ DEWA STUDIO สตูดิโอ หล่มสัก ประโยชน์ที่ได้รับจากการดูผลงานก็คือ การโพสท่าของแบบ เสื้อ ผ้า หน้า ผม แขน ขา ฯลฯ การจัดระเบียบเนื้องานทั้งหมดที่อยู่ในกรอบภาพ (แนวโน้มสตูดิโอใหญ่ๆ ก็มักจะปล่อยผลงานดีดีออกมาให้เราได้ชื่นชม และสร้างแรงบันดาลใจอยู่เนืองๆ)

 

2. อ่านหนังสือคู่มือกล้อง เทคนิคการถ่ายภาพทั้งในหนังสือ และอินเตอร์เน็ต เรียนรู้เทคนิคต่างๆ วิธีการในการ Process ภาพในแบบต่างๆ ประโยชน์ที่ได้รับก็คือ เราเข้าใจกล้องยิ่งขึ้น และเมื่อเรามีความรู้มากขึ้น ไอเดียเราก็จะเริ่มเปิดกว้างตามไปด้วย

 

3. ออกไปถ่ายภาพให้ได้ทุกวัน ไม่ว่าผมจะอยู่ไหนก็ตาม ผมมักจะจินตนาการมองหามุมเพื่อวางในกรอบสี่เหลี่ยมเสมอๆ เมื่อคิดภาพที่ผมอยากได้เสร็จ ผมมักจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเพื่อนนำมาฝากเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ที่เรียกว่า FB นั่นเอง สิ่งที่ได้รับจากการออกไปถ่ายภาพ นอกจากทำให้กล้องไม่ขึ้นราแล้ว ยังช่วยให้เราใช้งานกล้องได้รวดเร็วขึ้น คล่องขึ้น และโอกาสในการพัฒนาก็อยู่ที่การถ่ายภาพอย่างสม่ำเสมอ พร้อมๆ กับการฝึกจินตนาการมุมมองที่เราต้องการในสถานการณ์ต่างๆ นี่ละ…(ที่เราพูดมาทั้งหมด…ฝีมือผมก็ยังไปไม่ถึงไหนนะครับ 5555)

 

สุดท้าย…ถ้าหากท่านกำลังมองหา สตูดิโอ ขนาดใหญ่ ที่การันตีผลงาน คุ้มค่า สมราคา ที่อยู่ในใจผม ณ ตอนนี้มีอยู่ 2 แห่ง คือ DEWA STUDIO สตูดิโอ หล่มสัก และที่ Wedding Studio Fotoamp (ช่างภาพ อุดรธานี) ลองๆ ติดต่อสอบถามตกลงราคากันดูครับ เชื่อว่าท่านคงจะประทับใจ…หรือ ท่านจะเปลี่ยนใจมาใช้บริการสตูดิโอเสมือนอย่างผมก็ยินดีนะครับ…555

บทความ
ที่พัก บุ่งคล้า สไตล์โมเดิร์น สิ่งน่าสนใจ 5 ข้อ เดอะ คันนา รีสอร์ท
ที่พัก บุ่งคล้า สไตล์โมเดิร์น สิ่งน่าสนใจ 5 ข้อ เดอะ คันนา รีสอร์ท

ที่พัก บุ่งคล้า   ในช่วงปี พ.ศ. 2550 -2556 ที่ผมทำงานอยู่ที่อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย (ตอนนี้เปลี่ยนเป็น จังหวัดบึงกาฬแล้ว) จำได้ว่า…ความรู้สึกแรกที่เดินทางมาถึงอำเภอเล็กๆ ที่พึ่งเปลี่ยนป้ายจากกิ่งอำเภอ…ได้ไม่นานแห่งนี้ คือ…นี่หรือคือ อำเภอ…ไม่ได้พูดเกินไป…ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อก่อนมีแต่ป่าเขา ลำเนาไพร จริงๆ อาหารการกิน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังมีไม่มากมนัก  ภายใต้แหล่งต้นทุน แหล่งวัตถุดิบ ด้านการค้าขายของพ่อค้าแม่ขายที่มีอย่างจำกัด โดยส่วนใหญ่พ่อค้า ชาวบ้านที่นี่มักจะเดินทางไปที่บ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึ ...

“ร้านกาแฟ พรเจริญ” ภาคาร์แฟ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
“ร้านกาแฟ พรเจริญ” ภาคาร์แฟ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

  บ่อยครั้งที่ตั้งคำถามในใจว่า…ทำไมผู้คนส่วนใหญ่ถึงชอบที่จะเหยียบเบรค แล้วพิงพัก ณ ร้านกาแฟ ลองๆ นึกดูนะครับว่า…ถ้าหากเราเหยียบเบรค และคลัช ลงลองไปนั่งที่ร้านข้าวแกง แล้วสั่งอาหารตามสั่ง 1 ชุด (พอเรารับประทานเสร็จ ลองนั่งหน่วงเวลาสักพัก สิ่งที่ตามมาก็คือกระแสอำมหิต…จะส่งผ่านมายังรูขุมขนของเราทันที) อันนี้ผมก็พูดเกินไป จริงๆ…เราเข้าใจ และเห็นใจซึ่งกันเป็นอย่างดี (ความเป็นไทย) เราสอนให้มีความเกรงใจเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว….แต่   บางครั้ง…เราก็อยากที่จะนั่งนาน (ไม่ใช่ว่าท้องผูก) แต่เรามีความจำเป็นจะต้องนั่งเผาเวลา ท่ามกลางบรรย ...

หอนาฬิกา โซ่พิสัย ย่านชุมชนในอุดมคติ สู่ย่านการค้า
หอนาฬิกา โซ่พิสัย ย่านชุมชนในอุดมคติ สู่ย่านการค้า

หอนาฬิกา โซ่พิสัย   จำได้ว่า…เคยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ หอนาฬิกา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ แห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นประเด็นเกี่ยวกับความสับสนในการใช้เส้นทางบริเวณช่องทางแยก ณ หอนาฬิกาแห่งนี้ (สรุปประเด็นให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจตรงกันอีกครั้ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ฤ แม้กระทั่งไม่ได้กับมาเยี่ยมเยือนบ้านเกิดนาน ขอให้ใช้เส้นทางแยกบริเวณหอนาฬิกา โซ่พิสัย แห่งนี้ด้วยความระมัดระวัง…เพราะ หอนาฬิกา โซ่พิสัยจะว่าเป็นวงเวียนก็ไม่เชิง จะว่าเป็นทางแยกก็ไม่ใช่ เนื่องจากมีเส้นทางเยื้องกันไม่มาก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพโดยปกติเวลา ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน