ถ้ำดินเพียง ณ วัดถ้ำศรีมงคล อำเภอสังคม ตามรอยประตูเมืองพญานาคฯ

  16 ตุลาคม 2559 13:56    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 4590  

ถ้ำดินเพียง

ถ้ำดินเพียง

 

ตำนานแห่งความเชื่อ ศาสตร์ที่สะท้อนความเกี่ยวโยงระหว่าง พุทธศาสนา พญานาค และชาวบ้าน ดังจะเห็นได้จากร่องรอยในสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวิถีพุทธ และที่สำคัญผู้คนทั่วประเทศต่างหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชม บ้างก็ท้าพิสูจน์ (ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคในช่วงเทศกาลออกพรรษา นั่นเอง) อย่างไรก็ดีแม้ความรู้สึกในเชิงบวกดังกล่าวจะยากต่อการพิสูจน์ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า…หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง และล้วนแล้วเจริญรุ่งเรืองอันเกิดจากความเชื่อนี้  อาทิ ภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ,คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี, สะดือแม่น้ำโขง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ,ถ้ำพญานาค วัดไทย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และล่าสุดด้วยความมุ่งมั่นเป็นที่ตั้ง…ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางสู่ วัดถ้ำศรีมงคล หรือ วัดถ้ำเพียงดิน ที่ชาวจังหวัดหนองคาย จังหวัดใกล้เคียง และผู้ที่ศรัทธาในความเชื่อเกี่ยวกับตำนานพญานาคต่างพูดกันปากต่อปากว่า…ครั้งหนึ่ง เราจะต้องมาลอดถ้ำดินเพียงแห่งนี้ให้จงได้

 

ตั้งมั่น การเดินทาง สู่เป้าหมายแห่งศรัทธา

 

การเดินทางสู่ ถ้ำดินเพียง ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกสบายสักปานใดนัก กล่าวคือ…ถ้าหากเป้าหมายหลัก คือ การเดินทางสู่ ถ้ำดินเพียง  อยากจะบอกกล่าวกับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นทุกท่านว่า…ขอให้เผื่อเวลาในการเดินทาง เพราะสภาพถนนหนทาง จุดเริ่มต้นตัวอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ถึง อำเภอสังคม  ณ ปี พ.ศ. 2558 ค่อนข้างแคบ ถนนคดโค้ง ขึ้นเนิน ลงเนิน สลับสับเปลี่ยนกันไปมา…(จุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเยอะนั่นเอง)…โดยเฉพาะก่อนจะเข้าสู่ทางเลี้ยวซ้ายไปยังวัดผาตากเสื้อ และ วัดถ้ำดินเพียง จะเป็นเนินค่อนข้างสูงชัน (ผมเรียกเนินนี้ว่า…เนิน…หด หด) ถ้าหากรถวิ่งด้วยความเร็วสัก 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง เราอาจจะรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว…ราวกับว่ารถบินได้ และอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ (ขอให้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำจะดีกว่านะครับ สำหรับท่านที่ไม่คุ้นชินเส้นทาง) นั่นเอง…หลังจากเลี๋ยวซ้ายเข้าไปตรงไปเรื่อยๆ จะมีแยกเลี้ยวขวาไปวัดผาตากเสื้อ ส่วนวัดถ้ำดินเพียงนั้นตรงไปเรื่อยๆ และต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะ ถนนคดเคี้ยว ตัดผ่านหมู่บ้าน ขึ้นเขา ลงเนิน สภาพถนนบางจุดก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

 

วัดถ้ำศรีมงคล

 

ผมและภรรยาเดินทางถึง ถ้ำดินเพียง เวลาประมาณ 14.00 น. บริเวณด้านหน้าของวัดลักษณะเป็นเนินสูง มีลานจอดรถด้านหน้าสามารถจดรถทัวน์ขนาดใหญ่ และรถขนาดเล็กได้หลายสิบคัน เราใช้ความเร็วเป็นที่ตั้งเพราะแสงแดดร้อนมาก กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงเนินไปสักพักข้างๆ จะมีร้านค้า ร้านอาหาร (แนะนำให้ท่านซื้อน้ำดื่มเย็นๆ ติดตัวไปด้วยสักขวด) ถัดไปมีห้องน้ำห้องส้วม (แนะนำให้ปฏิบัติภารกิจให้เรียบร้อยก่อน) หลังจากนั้นเดินตามเส้นทางลงบันไดคอนกรีตไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณปาก ถ้ำดินเพียง (ระหว่างรอคิวเข้าถ้ำก็สามารถกราบสักการะปู่ย่านาคที่ด้านหน้าได้ตามอัธยาศัย)

 

สิ่งที่ควรใส่ใจก่อนจะตัดสินใจเข้าถ้ำ

 

1.ท่านจะต้องไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคลมชัก โรคกลัวที่แคบ ฯลฯ (โรคที่ท่านคิดว่าจะเกิดอาการขึ้นแบบฉุกเฉิน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นการให้ความช่วยเหลือคงจะเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก

 

2. การแต่งกายควรสุภาพ สุภาพบุรุษควรแต่งกายให้สะดวกต่อการหมอบ คลาน สุภาพสตรีก็เช่นกันควรแต่งกายให้มิดชิด สะดวกต่อการคลานต่ำ คลานเข่า ไปจนถึงคลานศอก (เริ่มงงละ คลานต่ำ คลานศอก มันเหมือนกันไหม? นี่) เอาเป็นว่า แต่งกายเหมือนไปเดินป่าได้ยิ่งดี

 

3. หลีกเลี่ยงในการนำสัมภาระต่างๆ เราไม่ได้ไปกางเต็นท์ ปิ้ง ย่าง (ผมก็ว่าไปโน้น) นำไปเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ เพราะเส้นทางภายในถ้ำหลายๆ จุดผ่านได้เพียงช่วงตัวเราเท่านั้น

 

4. ถ้าเดินทางมาเป็นหมู่คณะจะสนุก ตื่นเต้น และกลัวน้อยลง เพราะก่อนที่เราจะเข้าไปภายในถ้ำ จะมีพนักงานคอยดูแลเรื่องการจัดสรร จำนวนคนเข้าถ้ำในแต่ละกลุ่ม  และการดูแลความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญจะได้ไม่แย่งอากาศกันมากนัก ที่ขาดไม่ได้เลย แต่ละคณะขอให้เตรียมเงินทำบุญมาด้วยนะครับ 100 บาท/คณะ (เพราะภายในถ้ำ ประดับประดาด้วยไฟหลากสี สวยงามทีเดียวครับ บางทีผมก็เข้าใจทางวัดนะครับ…ถ้าจะหวังเพียงจิตศรัทธาอาจจะไม่เพียงพอกับค่าไฟ ช่วยๆ กันครับ ผมเชื่อว่า นี่อาจจะเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่ท่านจะได้มีโอกาสมาที่นี่ เหอะๆ)

 

5. กล้องถ่ายภาพ อาจเป็นกล้องโทรศัพท์ หรือกล้องขนาดเล็กพกพาสะดวก (ประมาณว่า..ถ้าเผลอหลุดมือตกน้ำไปก็ไม่เสียดาย) ตอนผมไปด้วยเหตุที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลก่อน ดันถือ D610 พร้อมเลนส์ 50 mm (ถ้ากล้องตกน้ำไป…ก็แค่ 4-5 หมื่นเอง 5555 คิดแล้วรู้สึกเสียว)

 

6. ประการสุดท้าย ขอให้คุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงคุ้มครองล่ะครับ…สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้กลับออกมาโดยสวัสดิภาพ…(ไม่น่ากลัวขนาดนั้นนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าได้ไปแล้วครั้งหนึ่ง มักจะไม่อยากไปครั้งที่สองเท่านั้นเอง)

ภายในถ้ำเป็นอย่างไรบ้าง

 

วันนี้ผมโชคดีมาก…ที่ประจวบเหมาะเข้าไปภายในถ้ำพร้อมคณะสงฆ์ที่เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี (มีพระสงฆ์ปิดหัวปิดท้าย) แม้รู้สึกตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกปลอดภัยดี สำหรับภายในถ้ำทุกท่านสามารถเปิดดูใน Youtube ได้มีคลิปหลายๆ ตอนที่ชวนให้เราอยากจะท้าพิสูจน์ด้วยตัวเราเอง….ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ^^  แต่สิ่งที่พอจะเล่าสู่กันฟังก็คือว่า…ตลอดเส้นทางภายในถ้ำจะคดโค้งคดเคี้ยว เราจะต้องคิดค้นท่าใหม่ๆ เพื่อที่จะทะลุผ่านช่องทางแคบๆ อยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่าง ท่าหมอบพื้นฐาน คลานเข่า หรือ จะคลานต่ำเหมือนสมัยเรียนนักศึกษาวิชาทหาร คิดท่าไหนออกก็ใช้ท่านั้นละครับ…. เนื่องจากภายในถ้ำมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดจึงไม่มีปัญหาเรื่องอากาศไม่เพียงพอแต่อย่างใด เพียงแต่จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย (ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก ขอเพียงตามหลังคนนำทาง และคณะสงฆ์ให้ทันก็เป็นพอ) นี่เป็นสาเหตุว่า…ทำไม? ผมถึงถ่ายภาพมาน้อยจัง ด้วยความที่ร่างกายเราไม่ฟิต เลยค่อนข้างเหนื่อย…จึงไม่มีกระจิตกระใจมองหามุมสวยๆ เลยครับ

 

จุดเด่นของ ถ้ำดินเพียง คือ ลักษณะของหินทรายที่เป็นช่อง โพรง โค้ง เว้า แหว่ง น้อยใหญ่ ประกอบกับเม็ดทรายสะท้อนกับแสงไฟ สร้างความตื่นตาตื่นใจได้อย่างน่าสนใจ และลักษณะที่ชวนเชื่อได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค คือ ลักษณะของโพรงที่แลดูเกิดจากการเคลื่อนตัวของงูขนาดใหญ่

 

เท่าที่ผมจดจำผู้นำทางเล่าถึงความเป็นมาของแต่ละจุดในถ้ำ พอจะเล่าสู่กันฟังดังนี้

 

ระหว่างที่กวาดสายตาชมแสงสี ลักษณะหินสวยงามต่างๆ หูก็ฟังผู้นำทางอธิบายความเป็นมาของแต่ละจุดว่าคืออะไร เนื่องจากคนเยอะฟังทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่พอจับใจความได้ว่า จะมีประตูเมืองพญานาค ซึ่งลักษณะจะเป็นแท่นหินขนาดใหญ่วางเรียงคล้ายประตู ก้อนเงิน/ก้อนทอง (คล้ายๆ กับจุดเก็บสมบัติ) ห้องราชา/ราชินีนาค  เจดีย์ และศาลปู่ย่านาค ฯลฯ จุดที่เรียกได้ว่าฮาร์ดคอที่สุด ผมขอยกให้จุดที่จะต้องลอดช่องแคบก่อนที่จะผ่านไปยังเจดีย์ (ก่อนถึงทางออก) มันแคบมากๆ หากเรามองด้วยตา (ณ วินาทีนั้น จะถอยหลังก็มาไกล จะเดินหน้าก็กลัวจะติด ผมน้ำหนัก 80 กิโลกรัม สูง 168 เซนติเมตร นะครับตอนนั้น) แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี (สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือว่า วันนั้นผมจะต้องคลานต่ำ แถมใส่เสื้อยืดสีขาว แต่เสื้อขาวกลับไม่มีร่องรอยของการเปื้อนมากมายนัก ทั้งๆ ในใจผมคิดว่า…กลับออกไปคงจะต้องสละเสื้อทิ้งเป็นแน่) สำหรับช่องแคบนี้…ไม่ต้องกังวลนะครับ ชาวบ้านที่ขายสินค้าด้านบนเล่าให้ฟังว่า…ชาวต่างชาติตัวใหญ่ๆ ก็สามารถผ่านได้ว่างั้น…

 

แสงสว่าง รอคอยเราที่ปากถ้ำ (ทางออก)

 

ความลำบากของสุภาพสตรีที่ใส่กระโปรงมา…จะอยู่ที่จุดนี้ละ เนื่องจากจะต้องขึ้นบรรไดสูงกว่า 10 เมตร มันอาจทำให้ผู้อยู่เบื้องล่างสับสนได้ว่าแสงประกายแฉกที่ปากถ้ำเป็นแสงจากพระอาทิตย์ หรือ แสงอย่างอื่น (เหอะๆ)

 

ท้ายที่สุด การเดินทางสู่ ถ้ำดินเพียง ในครั้งนี้ ผมอาจจะไม่ได้เก็บรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์มาฝากเพื่อนๆ มากมายนัก แต่อย่างน้อยเพื่อนๆ ก็จะได้ทราบถึงแนวทาง…การเตรียมพร้อม เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนที่จะเดินทางไปหวังว่าจะมีประโยชน์พอสมควร เชื่อเหลือเกินว่า…ทุกท่านจะจดจำถ้ำพญานาคแห่งนี้ไปอีกนานแสนนาน…และที่สำคัญ…หากศรัทธา ความมุ่งมั่น ไม่แรงพอ…คงไม่สามารถลอดถ้ำแห่งนี้ได้สำเร็จ ลองๆ มาดูครับ สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ครบ…

บทความ
5 เทคนิค โปรโมทร้าน WEDDING ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย มันมีเทคนิค
5 เทคนิค โปรโมทร้าน WEDDING ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย มันมีเทคนิค

  เรื่องราวเกี่ยวกับการ โปรโมทร้าน Wedding ต่อไปนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผมที่ได้ทำการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมา  การได้ถ่ายภาพงานแต่งที่ทางร้าน Wedding แนะนำลูกค้าให้ (ส่วนใหญ่เป็นงานพิธี) ผมได้งานจำนวนไม่น้อยจากการแนะนำดังกล่าว ทว่า สัดส่วนการจ้างงานผ่าน Search เช่น google กลับมีปริมาณมากกว่า  ความน่าสนใจของการได้ลูกค้าผ่าน Search ก็คือ การพูดคุย การทำงาน การจองคิว ระหว่างผมกับลูกค้ากลับง่ายกว่า Happy มากกว่า มันต้องมีอะไรที่เป็นช่องว่างเป็นแน่  ถือโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่สนใจจะทำร้านฯ จะได้ไ ...

พระธาตุกลางน้ำ  สักการะพระธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวา 9 องค์
พระธาตุกลางน้ำ สักการะพระธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวา 9 องค์

ประวัติ พระธาตุกลางน้ำ   ผลการสำรวจของคณะสำรวจอินโดจีน ในอาณาจักรล้านช้าง ของนายฟรองซีสการ์นิเยร์ ชาวฮอลันดา เมื่อปี พ.ศ.2411 พบว่า “พระธาตุหล้าหนองคาย” หรือ พระธาตุกลางน้ำ เป็นรูปปีรามิด ตั้งอยู่บนพื้นที่รูปครึ่งวงกลมที่ตัดขาดจากฝั่งแม่น้ำด้านขวา กระแสน้ำพัดปีรามิดขาดออกจากที่ตั้งเดิมบนริมฝั่งเมื่อสิบปีที่แล้ว (ประมาณ ปี พ.ศ. 2401) และยังเอียงลงสู่แม่น้ำโขงราวกับเรือกำลังอับปาง…   พระธาตุกลางน้ำ ได้พังทลายล้มลงทอดองค์ไปตามแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 ยามใกล้ค่ำ จ.ศ.1209 พ.ศ.2390 ร.ศ.66 ค.ศ.1847 ตามประชุมพงศาวดารภาค 7 ...

ประเพณีแข่งเรือยาว ศึก 5 สนามชิงชัยจ้าวแห่งแม่น้ำโขง
ประเพณีแข่งเรือยาว ศึก 5 สนามชิงชัยจ้าวแห่งแม่น้ำโขง

ประเพณีแข่งเรือยาว   ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ในแต่ละภาคของประเทศไทย เป็นสิ่งสะท้อนความสำเร็จของการสืบสานประเพณีได้เป็นอย่างดี จังหวัดที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงด้านการสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว อาทิ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อ่างทอง นครสวรรค์ กรุงเทพฯ จะสังเกตุเห็นว่า…จังหวัดบึงกาฬเราไม่ติดโผล๋ ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ผมเข้าใจถูกไหม? นี่   ความเป็นมา   ประเพณีแข่งขันเรือยาว ที่พอจะสืบค้นได้เล่าถึงระยะเวลาของการเล่นแข่งเรือนั้น มีมานานโข ตั้ ...

วัดอาฮงศิลาวาส 4 เหตุผล ที่คนส่วนใหญ่เดินทางมายัง สะดือแม่น้ำโขง
วัดอาฮงศิลาวาส 4 เหตุผล ที่คนส่วนใหญ่เดินทางมายัง สะดือแม่น้ำโขง

วัดอาฮงศิลาวาส   โรงแรมวัดอาฮงศิลาวาส สะดือแม่น้ำโขง ความเชื่อจุดเชื่อมระหว่างมนุษย์โลก กับ เมืองบาดาล กราบพระพุทธคุวานันท์ศาสดา สถาปัตยกรรมไม้ลอยน้ำ  ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค และมุมถ่ายภาพ 4 มิติ (โขดหิน แม่น้ำโขง ป่าไม้ ขุนเขา และขอบฟ้าใส)   ธรรมชาติ กับ ความเจริญรุ่งเรือง (พัฒนา) บ่อยครั้งที่จำเป็นจะต้องสละบางสิ่งบางอย่าง สิ่งที่อยากจะบอกเพื่อนๆ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทุกท่านก็คือว่า พื้นที่ตลอดแนวยาวตั้งแต่ บ้านสะง้อ หอคำ จรด บ้านอาฮง ที่ตั้ง วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ นั้น มีความสวยงามมากๆ โ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน