ภูสิงห์ บึงกาฬ หนึ่งในสี่ ภูเขาหินทราย โดนใจคนรักการเดินป่า

  16 ตุลาคม 2559 14:00    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2214  

ภูสิงห์

ภูสิงห์ บึงกาฬ

 

เข้าสู่เดือน 8 (นับเดือนแบบไทย) เปิดดูปฏิทินสากล…เหลืออีก 30 วันจะเข้าสู่ช่วงของการเข้าพรรษา …สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าผู้คนระแวกบ้านผมต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่ตกสู่ผิวดิน ตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นมา…ใจความสำคัญที่ผมพอจับประเด็นได้ คือ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ชาวบ้านคงจะต้องนำมือสองมือมาก่ายหน้าผาก ระหว่างคิดหาทางหนีทีไล่เพื่อเอาชนะสภาพความแห้งแล้งที่่ไล่หลังมาทุกขณะ (สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ วันก่อนพ่อกับแม่ไปหาปลาที่ลำน้ำปาว ทั้งๆ ที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่านหลายจังหวัดยังแห้งขอดจนชาวบ้านสามารถลงทอดแหได้อย่างสบายใจ…ผลการประเมินชาวบ้านคิดว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ จะเริ่มมีน้ำหลาก เต็มตะลิ่งตั้งแต่เริ่มฤดูการทำนาแล้ว แต่ปีนี้ยังไร้วี่แวว)

 

เอาล่ะครับ…เราพักเรื่องฝนแล้ง หนีขึ้นภูในจังหวัดบึงกาฬบ้านเรากันดีกว่า ไม่แน่นะครับ อาจจะค้นพบทางออกก็เป็นได้ เหอะๆ แม้ว่าช่วงนี้อากาศจะค่อนข้างร้อนอบอ้าว แสงแดดแรงอย่างไม่สนใจใยดีใครก็ตาม แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลับได้รับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชมรมนักปั่นจักรยานที่แสวงหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อสร้างอรรถรสในการปั่น ยกตัวอย่าง การเปิดตัวล่าสุดของชมรมคนรักการปั่นจักรยาน ณ ภูสิงห์ บึงกาฬ ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐและเอกชน ถือเป็นการเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวไปผ่านสื่ออนไลน์ต่างๆ ไปในตัว..ผมเองก็ทราบข้อมูลจากสื่อข้างต้นเช่นกัน ไม่ได้ไปร่วมงานหรอกนะครับ  (แต่ก็ขอเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ช่วยแบ่งปันอีกต่อหนึ่งก็แล้วกัน)

 

ผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า…สิ่งที่ผมเขียนบางครั้งอาจจะถูกต้องบ้าง คาดเคลื่อนบ้าง…แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดแอบแฝงเพราะสิ่งที่ผมคิดเสมอมาก่อนที่จะตัดสินใจทำเว็บไซต์แห่งนี้ คือ…ไม่ว่าผมจะมีข้อมูลมากหรือน้อยมากแค่ไหน…เหนือสิ่งอื่นใด ผมมีสิ่งหนึ่งที่ผมเองในฐานะคนที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดบ้านเกิด จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ยังคงตั้งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวกันต่อไป และสิ่งที่อยากให้เกิด คือ การร่วมแรงร่วมใจในการสร้างความยั่นยืน ส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยวในบ้านเรา…เอาแค่คนในประเทศเราได้รู้จัก ทำให้คนทั้งประเทศเห็นและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…กาลครั้งหนึ่งจะต้องเดินทางมาเที่ยวที่บึงกาฬบ้านเราให้ได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว…

 

หากจะให้เล่าถึงภูเขาต่างๆ ในจังหวัดบึงกาฬ หลักๆ จะมีภูเขา 4 ลูก ที่น่าสนใจ ได้แก่ ภูวัว ภูทอก ภูลังกา และภูสิงห์ นี่ละครับ ในขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนโพสนี้ผมเคยไปมาแล้ว 3 ลูก ได้แก่ ภูวัว ภูทอก และภูลังกา พอจะบอกเล่าประสบการณ์ให้ทุกท่านได้พอสมควร กล่าวคือ ถ้าหากท่านยังไม่เคยเดินทางมายังจังหวัดบึงกาฬ และที่สำคัญยังไม่เคยขึ้นภูเขาที่ได้กล่าวมาเลยแม้แต่ลูกเดียว ขอแนะนำให้ท่านวางแผนในการเดินทางท่องเที่ยว ดังนี้

 

เริ่มที่ ภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ก่อน…เพราะ ภูทอกมีความพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ปลอดภัย สามารถขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย รูปแบบการเดินทางขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นจุดชมวิวรอบภู จะเป็นบันไดไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงสลับกับทางเดินหินทราย (ถ้าเราไม่รีบเร่งขึ้นลงมากนัก ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อขา สายตา และจิตใจ แถมยังได้ทำบุญร่วมกันที่ชั้นที่ 6 อีกด้วย) ถัดมา…ขอให้เลือกภูลังกา หรือ ภูวัว อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนก็ได้ สำหรับภูลังกา ผมเคยขึ้นไปตอนที่ร่างกายฟิตมากๆ จริงๆ มีช่องทางให้เราเลือกหลายเส้นทาง…แต่ผมเลือกเส้นทาง ณ วัดถ้ำพวง (สาเหตุที่เลือก คือ ไปมั่วๆ แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว)

 

บอกได้คำเดียวเลยครับสำหรับเส้นทางนี้ มันโหดมาก…ลักษณะการขึ้นจะเป็นการปีนเขาในแนวดิ่งเลย ถ้าร่างกายไม่ฟิตพออย่าเลยครับ…เดี๋ยวเป็นลม วิงเวียน ตกภูเสียก่อน แต่ถ้าจะขึ้นภูลังกาจริงๆ ขอแนะนำให้ขึ้นตรงจุดบ้านแพง จะดีกว่านะครับ…น่าจะสบายกว่าเพราะมีบันไดเหล็กให้ แต่เราก็จำเป็นจะต้องฟิตร่างกายก่อนมาเช่นกัน ส่วนภูวัว ลักษณะเส้นทางการเดินทางขึ้นไปภูวัวเหนือถ้ำพราย ก็คล้ายๆ กับภูลังกา แต่ความโหดน้อยกว่ามาก…ส่วนภูสิงห์ ผมก็ยังตอบเพื่อนๆ ไม่ได้ว่า…การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง (ผมมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปเที่ยวชม และเก็บข้อมูลอยู่เหมือนกัน เอาไว้ไปเมื่อไหร่…กลับมาจะเล่าให้ฟังอย่างจุใจเลยครับ)

 

สิ่งที่พอจะทราบ 

 

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ “ภูสิงห์ บึงกาฬ” เท่าที่ผมได้รับข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติ ที่ 154 ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู พอจะหยิบประเด็นมาฝากเพื่อนๆ เพื่อเป็นข้อมูลก่อนเดินทางไปจริงๆ ดังนี้

 

สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของภูสิงห์ ได้แก่ ลานธรรมภูสิงห์ จุดชมวิวลานธรรม จุดชมวิวผาน้ำทิพย์ สมรภูมิภูสิงห์ ถ้ำใหญ่ จุดชมวิวถ้ำฤาษี หินสามวาฬ หินรถไฟ ลานหินลาย หินหัวช้าง หินช้าง กำแพงหินภูสิงห์ สะพานหิน หินปลา หินเต่า หินปลิงยักษ์ หินงูเห่า ส้างร้อยบ่อ หินโลมา นอกจากนั้นยังจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก น้ำผา ต้นไม้ ดอกไม้ป่าตามธรรมชาติ จนใครต่อใครพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…“ภูสิงห์ ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน”

 

การเดินทาง

 

ท่านสามารถเดินทางมายัง ภูสิงห์ โดยใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน (หรือท่านจะเดินก็แล้วแต่) ได้ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรกเดินทางจากจังหวัดบึงกาฬ (ถนนบึงกาฬ – นครพนม) ถึงกิโลเมตรที่ 20 (ก่อนถึงหน้าโรงเรียนโคกก่อง) จะมีแยกเลี้ยวขวา เดินทางต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะเจอแยกเลี้ยวซ้าย ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึง ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติ ที่ 154 ส่วนเส้นทางที่สอง คือ เดินทางจาก อ.ศรีวิไล (ถนนบึงกาฬ – พังโคน) เลี้ยวขวาตรงบ้านใหม่พัฒนาตามถนนสายหลักมาเรื่อยๆ ประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะเจอแยกเข้าไปยังศูนย์ฯ เช่นกัน…(แต่เส้นทางนี้น่าจะค่อนข้างลำบากนิดหนึ่ง เนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และต้องผ่านหมู่บ้านของชาวบ้าน แถมบางจุดถนนค่อนข้างคดเคี้ยว ถ้ามาก็เดินทางด้วยความระมัดระวังนะครับ)

 

ผลการติดตามลงพื้นที่จริง ณ ภูสิงห์ บึงกาฬ ตามลิงค์นี้นะครับ

 

ติดต่อ ศูนย์บริการข้อมูล ฝ่ายบริหารทั่วไป โทรศัพท์ 088-5362717 หรือที่ Facebook/ภูสิงห์ บึงกาฬ มาภูสิงห์ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน

บทความ
ห้วยกระทิง เลย…สิครับ ร้อนๆ แบบนี้ ล่องแพ ณ อ่างเก็บน้ำหมานตอนบน
ห้วยกระทิง เลย…สิครับ ร้อนๆ แบบนี้ ล่องแพ ณ อ่างเก็บน้ำหมานตอนบน

ห้วยกระทิง   ในโพสก่อนผมได้พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง…ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในนาม “ห้วยกระทิง” กล่าวคือ ที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ อยู่ในพื้นที่ วนอุทยานหริรักษ์ ซึ่งมีกลิ่นไอของความเรียบง่าย บรรยากาศแห่งขุนเขา ลำน้ำ และแมกไม้นานาพันธุ์ จนเรียกได้ว่าธรรมชาติช่างจัดวางได้อย่างลงตัวซะเหลือเกินก็คงไม่ผิดนัก…ชาวบ้านห้วยกระทิง เรียกว่า ลำห้วย หรือ อ่างเก็บน้ำหมานตอนบน แหล่งข้อมูลอ้างอิงเนื้อที่ประมาณ 1,500 ไร่  แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้….เกิดขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามแนวโน้มของสภาพอากาศบ้านเรา…ที่มีแนวโน้ ...

หลวงพ่อองค์ตื้อ ประวัติ ปาฎิหาริย์ การเดินทางสู่ ท่าบ่อ หนองคาย
หลวงพ่อองค์ตื้อ ประวัติ ปาฎิหาริย์ การเดินทางสู่ ท่าบ่อ หนองคาย

หลวงพ่อองค์ตื้อ   การเดินทางสู่อำเภอท่าบ่อ ซึ่งเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดหนองคาย ในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อท่องเที่ยว ฤ เก็บภาพ และเรื่องราวเกี่ยวกับ วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ แต่อย่างใด หากแต่เดินทางมาปฏิบัติราชการบางอย่าง แต่บังเอิญมีบางสิ่งดลใจให้ขับรถวนเวียนอยู่ในตัวอำเภอหลายรอบ (หลงทาง) ประการที่หนึ่งเพื่อตระเวนหาตู้กดเงินอัตโนมัติ ประการที่สองตามหาเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เพื่อนกำลังใจจดจ่อรอทำเมนูเด็ดที่บ้าน และบางสิ่งดลใจให้เดินทางไปยัง วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ กระนั้น   ว่าไปแล้ว…ตอนแรกกระผมเข้าใจว่า วัดหลวงพ่อองค์ตื้อ อยู่อีกอำเภอหนึ่ง…ไม่คิ ...

ที่พัก บุ่งคล้า สไตล์โมเดิร์น สิ่งน่าสนใจ 5 ข้อ เดอะ คันนา รีสอร์ท
ที่พัก บุ่งคล้า สไตล์โมเดิร์น สิ่งน่าสนใจ 5 ข้อ เดอะ คันนา รีสอร์ท

ที่พัก บุ่งคล้า   ในช่วงปี พ.ศ. 2550 -2556 ที่ผมทำงานอยู่ที่อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย (ตอนนี้เปลี่ยนเป็น จังหวัดบึงกาฬแล้ว) จำได้ว่า…ความรู้สึกแรกที่เดินทางมาถึงอำเภอเล็กๆ ที่พึ่งเปลี่ยนป้ายจากกิ่งอำเภอ…ได้ไม่นานแห่งนี้ คือ…นี่หรือคือ อำเภอ…ไม่ได้พูดเกินไป…ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อก่อนมีแต่ป่าเขา ลำเนาไพร จริงๆ อาหารการกิน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังมีไม่มากมนัก  ภายใต้แหล่งต้นทุน แหล่งวัตถุดิบ ด้านการค้าขายของพ่อค้าแม่ขายที่มีอย่างจำกัด โดยส่วนใหญ่พ่อค้า ชาวบ้านที่นี่มักจะเดินทางไปที่บ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึ ...

ข้าวมันไก่ ขาหมู กระเพราหมู + ไข่ดาว หลัง 7-11 อ.รัตนวาปี
ข้าวมันไก่ ขาหมู กระเพราหมู + ไข่ดาว หลัง 7-11 อ.รัตนวาปี

  6.15 น. อรุณเบิกฟ้า…สตาร์ทเครื่องยนต์โบยบินจากลำเนาสู่ที่ทำงาน (อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ->อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย) วิถีชีวิตแบบนี้เกิดขึ้นทุกๆ สัปดาห์ ความสุขที่เกิดจากการได้รับความห่วงใย ใส่ใจ จัดแจงข้าวของ น้ำดื่ม ไมโล โอวัลติน กาแฟ ขนม หมากฝรั่ง ฯลฯ ของคนในครอบครัวเกิดขึ้นซ้ำๆ เช่นกัน แต่กระนั้น…กระผมก็ยังไม่ชินกับการเดินทางคนเดียว   ทำได้เพียงเปิดแผ่นเพลงในครื่องเล่นแผ่น CD MP3 ที่บรรจุเพลงสุดโปรดหลายร้อยเพลง…เปิดแผ่นออกมาเก็บใส่ซอง แล้วกดปุ่มค้นหาสถานีวิทยุฟังข่าว เรื่องราวเหตุบ้านการเมือง มันรู้สึกเหมือนมีคนมานั่งคุยกันข้างๆ ก็ว่าไป&helli ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน