หินสามวาฬ ภูสิงห์ กับ การเตรียมพร้อมเดินทางสู่ เมื่อต้น พ.ศ. 2559

  15 ตุลาคม 2559 22:01    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 4868  

หินสามวาฬ 

 

ในโพสก่อน…ผมได้มโนภาพเกี่ยวกับการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นานนัก แต่สามารถทำให้ผู้คนกล่าวขาน และแชร์ภาพกันอย่างต่อเนื่อง จนผมเองก็อดใจไม่ไหว ต้องเดินทางไปให้ได้สักวัน สิ่งที่น่าติดตามยิ่งไปกว่านั้น คือ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ต้องมาให้ถึง ถ้าหากท่านเดินทางมาเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ  วันนี้ผมมีเรื่องราวน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้ท่านสนุกสนาน และมีความสุขกับการมาเยือนมากยิ่งขึ้นครับ

 

ในวันที่ 17 มกราคม 2559 เปิดศักราชใหม่ ก่อนเข้าสู่ฮ้วงมรสุมความแปรปรวนของสภาพอากาศในระหว่างวันที่  23-28 มกราคม 2558 สิ่งที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ และที่อื่นๆ ก็คือ  แหล่งข่าวในเชิงท่องเที่ยวเงียบหายไปอย่างน่าตกใจ ด้วยเหตุที่ว่า ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะแต่งตัวเกาหลีนอนซุกผ้าห่มอยู่ที่บ้านนั่นเอง  อุณหภูมิเลขหลักเดียวสะท้านจิตสะท้านใจจนทำให้ใครหลายคนพร้อมใจรับสินเชื่อกับน้ำสักระยะแบบนี้ จะออกมาท้าลมหนาวก็ดูจะทรมานร่างกายเกินไป ทว่า เป็นการช่วยชาติก็ว่ากันไป ผมเป็นอีกคนที่หนาวเหน็บจนต้องเปิดไฟสปอร์ตไลน์นอนราวกับไก่น้อยที่พึ่งเบาะไข่ ขนาดนั้นเชียว คงไม่ต้องแปลกใจครับ ที่งานวันยางพารา และกาชาด จังหวัดบึงกาฬ ผู้คนจะไม่หนาแน่นเฉกเช่นทุกๆ ปี มันหนาวจริงๆ พี่น้อง ต่อให้ดารา นักร้อง นักแสดงหล่อเหลา สวยสดขนาดไหน มันก็ยังดูฮาร์ดคออยู่ดี….

 ภูสิงห์ บึงกาฬ

 

ที่เกริ่นนำข้างต้น…อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า ผลัดวันประกันพรุ่งมาเกือบ 2 สัปดาห์ กว่าจะลงมือเขียนเรื่องราวในโพสนี้ได้ เป็นที่รู้ๆ กันนะครับว่า เมื่ออากาศหนาวมากๆ มาเยือน ไม่ใช่แค่ไอเดียในการเขียนที่หลายหด มือเราก็หดเกร็งตามไปด้วย แม้ว่าผมจะเป็นคนที่ขยันทำมาหากิน แต่ก็ได้แต่นอนซุกผ้าห่มทำตัวสโลไลฟ์ไปวันๆ เหอะๆ  เอาหน่า…เรามาเริ่มเรื่องราวที่น่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวในนาม ภูสิงห์ บึงกาฬ โดยเฉพาะ จุด หินสามวาฬ ภูสิงห์ ที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาถ่ายภาพ และเช็คอินกันอย่างต่อเนื่อง มีทั้งภาพบรรยากาศการเดินทางบางส่วนในแบบฉบับมีวิดีโอจากล้องติดหน้ารถเก๋งของผม และกล้องถ่ายภาพคู่ใจ มีเวลาถ่ายภาพน้อยมากๆ ครับวันนั้น ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการเดินทาง เอิ๊กๆ

 หินสามวาฬ

 

สิ่งที่อยากจะนำเรียนทุกท่านอันดับแรกก่อนที่จะเดินทางมายัง หินสามวาฬ ภูสิงห์ ก็คือ การเตรียมความพร้อม ดังนี้ เนื่องจากการเดินทางในครั้งนี้ผมและคณะไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมใดๆ เลย ผมมองว่าการเตรียมตัวจะแตกต่างออกไปตามเป้าหมายของการมาเยือน ดังนี้

 

  1. เดินป่า ตั้งเต็นท์ : ผมมองว่า ภูสิงห์ บึงกาฬ มีหลายสิ่งที่เอื้อต่อการเดินป่า ตั้งเต็นท์พักแรม พบปะพูดคุยกันระหว่างผองเพื่อน หมู่คณะ เพราะรถยนต์สามารถขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดของ ภูสิงห์ บึงกาฬ ได้ นั่นคือ จุด หินสามวาฬ ภูสิงห์ ซึ่งก่อนที่จะเดินไปยังจุดชมวิวถ้ำฤาษี และหินสามวาฬ จะมีพื้นที่สำหรับจอดรถได้หลายสิบคัน ที่สำคัญมีห้องน้ำด้วย แต่มีน้ำและสามารถใช้งานได้หรือไม่ ขออภัยจริงๆ คับ ที่วันนั้นไม่ได้เทส  การเดินทางจากจุดจอดรถไปยังจุดชมวิวถ้ำฤาษี และหินสามวาฬไม่ไกลนะครับ น่าจะประมาณ 200 เมตร และถ้าหากต้องการที่จะกางเต็นท์เดินป่าให้ครบทุกจุดของภูสิงห์ ผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน (พักค้างแรม 1 คืน รุ่งเช้าก็เดินป่ากันอย่างเต็มที่)

 

  1. ขับรถยนต์ตระเวน แวะชมความสวยงามตามจุดต่างๆ : สำหรับท่านที่มีเวลาจำกัด เฉกเช่นวันที่ผมเดินทางไปโดยไม่ได้เตรียมตัว แถมเอารถเก๋งขึ้นอีกต่างหาก (ไม่แนะนำนะครับ รถเก๋งขึ้นได้ก็จริงแต่เสียวสเกิร์ตมากๆ โดยเฉพาะทางลงก่อนจะถึง หัวใจภูสิงห์ ลองชมวิดีโอจากกล้องหน้ารถผมดูนะครับ) ถ้ามีเวลาจำกัดเพียงช่วงเช้า หรือช่วงบ่าย แนะนำให้ท่านแวะชมเฉพาะจุดที่มีที่จอดรถ หรือจุดแอบรถ วันนั้นผมไปถึง  ภูสิงห์ เวลาประมาณ 14.30 น.  ใช้เวลาไปกับการเดินทางไปเยอะ เพราะรถเล็กต้องค่อยๆ ขับไปเรื่อยๆ แวะอยู่ 2 จุดใหญ่ๆ คือ จุดชมวิวถ้ำฤาษี หินสามวาฬ  และจุดหัวใจภูสิงห์ ส่างร้อยบ่อ กลับมาถึงลานจอดรถด้านล่างประมาณ 16.30 น. ก็ถือว่าใช้เวลาไม่นานนะครับ สำหรับท่านที่ต้องการแวะ ขับรถตระเวนชม และถ่ายภาพประทับใจอวดเพื่อนๆ สามารถทำได้ สบายๆ ชิวๆ เลยทีเดียว

 

  1. มีเป้าหมายในบางจุด หรือ เดินทางมาทำงาน อาทิ ถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง : ขอยกตัวอย่างผู้ประกอบการ ช่างภาพที่ต้องการเดินทางขึ้นไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งนะครับ ผมคิดว่ามีจุดน่าสนใจอยู่หลายๆ จุดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น กำแพงหิน ภูสิงห์ หินรถไฟ ลานหิน จุดชมวิวต่างๆ จัดไปตามแต่จินตนาการของทุกท่านเลย แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำท่านก็คือว่า น่าจะเดินทางมาสำรวจโลเคชั่นก่อน เพื่อเลือกจุด และเผื่อระยะเวลาในการเดินทางได้ถูกนะครับ เพราะสภาพถนนทำเวลาในการเดินทางไม่ได้แน่ๆ สถานที่น่าสนใจมากๆ

 ภูสิงห์

 

ภูสิงห์ ศรีวิไล หินสามวาฬ เปิดทำการกี่โมง และมีข้อห้ามอะไรบ้าง

 

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางมากระโดด ที่ หินสามวาฬ ภูสิงห์ แห่งนี้ เวลาเปิดทำการเริ่มตั้งแต่ 7.00 -17.00 น.  หมายความว่า เจ้าหน้าที่จะเปิดให้ขึ้นตามช่วงเวลา ส่วนจะกลับลงมาในเวลาไหนนั้นก็สุดแล้วแต่ทุกท่าน ผมเข้าใจอย่างนั้นนะครับ แต่จะมีการลงทะเบียน  และมีกล่องสำหรับค่าบำรุงป่าฯ ตามจิตศรัทธา ช่วยๆ กันนะครับ ที่นี่ยังต้องการการยกระดับอีกเยอะเลย (แต่อีกประเด็นหนึ่ง ชาวบ้านก็เล่าว่า แรงศรัทธาของชาวบ้าน และมวลชนเยอะมากที่อยากจะยกระดับอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ทว่า ต้องใช้เวลาเพราะการใช้เส้นทางสูงชันเป็นทางผ่านของการพัฒนา ถนน ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ยังจำเป็นต้องใช้เวลานานพอสมควร

 ภูสิงห์

 

สำหรับข้อห้ามเด็ดขาดเลย ก็คือ ห้ามรถจักรยานยนต์ทุกประเภท ขึ้นไป สิ่งที่ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อีกอย่างก็คือ  การมีสติ และการดูแลบุตรหลาน กล่าวคือ ในวันที่ผมเดินทางไปนั้น ณ จุดชมวิว หินสามวาฬ ภูสิงห์  นักท่องเที่ยวแต่ละท่านสนุกสนานกับการถ่ายภาพจนลืมดูแลแม้กระทั่งบุตรหลาน ปล่อยให้นั่งอยู่บนหินเพียงลำพัง ผมรู้สึกเสียวแทน สำหรับส่วนตัวผมแล้วอยากให้มีแนวกั้นเพื่อความปลอดภัย เหมือนจุดส่างร้อยบ่อ มันรู้สึกอุ่นใจกว่า แม้ว่าตอนถ่ายภาพจะได้แนวกั้นติดมาด้วยก็ตามที เน้นปลอดภัยจะดีกว่า อันนี้ผมเขียนตามความรู้สึก และความห่วงใยล้วนๆ อย่าพึ่งด่ากันนะครับ 5555

 

สำหรับบรรยากาศการเดินทาง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2559 ประมาณนี้นะครับ วิดีโอจากกล้องหน้ารถ ครับ

 

ท้ายที่สุด สำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภู ที่อยากแนะนำท่าน…พิชิตให้ได้นะครับเมื่อเดินทางมาเยือนจังหวัดบึงกาฬ สำหรับตัวผู้เขียนเองบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ไม่เสียทีที่เกิดที่จังหวัดบึงกาฬแห่งนี้ เพราะได้มีโอกาสเยือนครบแล้ว ทั้ง ภูทอก ภูลังกา ภูวัว และภูสิงห์ แห่งนี้นั่นเอง ขอให้ทุกท่านสนุก มีความสุขกับวันพักผ่อน และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ

บทความ
ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง  3 ห่วง 2 เงื่อนไข สู่ 1 ไร่ 1 แสน
ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข สู่ 1 ไร่ 1 แสน

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ?   แนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  3  ห่วง คือ การวางแผนในการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือ เศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่ง จะประกอบด้วย 3 อาชีพ คือ อาชีพสิกรรม (ทำนา) อาชีพประมง (เลี้ยงสัตว์น้ำ) และอาชีพปศุสัตว์ (เลี้ยงสัตว์)  รูปแบบการทำให้ พอประมาณ  ตามอัตภาพ (พื้นที่ และค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคล) ไม่ต้องปรับให้ตรงรูปแบบทุกอย่าง  และใช้เหตุผล (ปัญญา) ในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเอง ลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ เกิดผลลัพธ์ เป็น ภูมิคุ้มกัน ในการดำรงชีพต่อไป < ...

แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนาน บั้งไฟพญานาค แม่น้ำของ กลายเป็น แม่น้ำโขง ได้อย่างไร
แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนาน บั้งไฟพญานาค แม่น้ำของ กลายเป็น แม่น้ำโขง ได้อย่างไร

แม่น้ำโขง ประวัติ ตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานสืบมา   เล่ากันว่า นานมาแล้ว มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่อ “สะลึคึ” ออกตะเวนหากินเรื่อยมาตั้งแต่ ประเทศจีน พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย เอกลักษณ์พิเศษของยักษ์ตนที่เริ่มสร้าง แม่น้ำโขง  ตามความเชื่อนั้น คือ จะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ ใหญ่จนไม่สามารถหาเสื้อผ้าอาภรใส่เพื่อปิดบังของสงวนเหมือนเช่นยักษ์ตนอื่น ที่สำคัญ เวลาที่ออกหากิน อวัยวะขนาดใหญ่ก็จะลากไปเส้นทางหากินกลับไปกลับวันแล้ววันเล่า   ส่วนขนาดตัวของยักษ์ตนนี้ ลองจินตนาการดูนะครับว่า เด็กน้อยสามารถวิ่งเล่นในรูจมูกได้นับหมื่น ร่องรอยของการตระเวนหาอาห ...

สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ
สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ

  สะดือแม่น้ำโขง  (วัดอาฮงศิลาวาส)   ก่อนค่ำคืนของวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ชาวไทยพุทธจากทั่วประเทศกลุ่มหนึ่งมักจะเดินทางสู่ภาคอีสาน จุดมุ่งหมายเพื่อชมปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค” ลูกไฟที่ลอยตัวจากผิวน้ำของลำน้ำโขง พุ่งสู่ผืนฟ้า ในยามค่ำคืน ความสวยงามและเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาเรื่องพญานาคที่มีแหล่งพำนักอยู่ใต้ลำน้ำโขง การอยู่จำศีลและการพ่นไฟเพื่อบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนวันออกพรรษา และสถานที่ที่เกิดปรากฏการณ์ก็จำเพาะอยู่ระหว่างจังหวัดหนองคายและจ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน