5 เทคนิค โปรโมทร้าน WEDDING ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย มันมีเทคนิค

  15 ตุลาคม 2559 22:10    การถ่ายภาพ    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2629  

โปรโมท Wedding

 

เรื่องราวเกี่ยวกับการ โปรโมทร้าน Wedding ต่อไปนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผมที่ได้ทำการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมา  การได้ถ่ายภาพงานแต่งที่ทางร้าน Wedding แนะนำลูกค้าให้ (ส่วนใหญ่เป็นงานพิธี) ผมได้งานจำนวนไม่น้อยจากการแนะนำดังกล่าว ทว่า สัดส่วนการจ้างงานผ่าน Search เช่น google กลับมีปริมาณมากกว่า  ความน่าสนใจของการได้ลูกค้าผ่าน Search ก็คือ การพูดคุย การทำงาน การจองคิว ระหว่างผมกับลูกค้ากลับง่ายกว่า Happy มากกว่า มันต้องมีอะไรที่เป็นช่องว่างเป็นแน่  ถือโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่สนใจจะทำร้านฯ จะได้ไอเดียตั้งต้น ผมเชื่ออย่างนั้น

 

1.จุดเด่น (ชุด/หน้า/ผม/แพ็คเก็ต/สังคม/ทำเล)

 

สำหรับท่านที่สนใจทำ ร้าน Wedding และมองหาช่องทางในการโปรโมทฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2559 นี้ การตลาดออนไลน์ยังพอมีช่องว่างให้เราแทรกตัวอยู่บ้าง แม้จะมีร้านเกิดขึ้นใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ร้านที่ปิดตัวหันไปขายอาหาร ล้มหายตายจากก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ เช่นกัน  แล้วเราจะก้าวเดินตามความฝัน ฤ จะหยุดดูความสำเร็จของคนอื่นดี?

 

ลองมองโลกใบนี้ให้กว้างๆ ลดอคติลงนิดหน่อย  (จะให้ไม่มีอคติเลยคงจะยาก) ปรับระดับความมั่นใจตัวเองลงครึ่งหนึ่ง แล้วมองว่า…ร้าน Wedding ที่เราจะคิดจะเปิดนั้นมีจุดเด่นอะไร? ร้านอื่นสู้ได้ไหม? ฤ สู้ได้แต่ต้องใช้เวลาสักระยะ (พอเขาตามเราทัน เราก็ดีดตัวทิ้งห่าง) ยกตัวอย่าง ชุดเราเลือกของแพง มีเอกลักษณ์เฉพาะ แต่งหน้าทำผมโดนใจ (ให้ลูกค้ารู้สึกเหมือน Wedding เป็นร้านตัดผมร้านประจำของเขา) ฯลฯ ใช้เวลาคิด ณ จุดนี้สัก 1 เดือน หรือมากกว่านั้น แล้วคุยกันต่อครับ

 

2. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

 

เมื่อเรามั่นใจแล้วว่า…ร้านเรามีจุดเด่น เปิดชัวน์ๆ  ไม่กลัวใครหน้าไหนแล้ว…สิ่งที่จะต้องลองผิดลองถูกกันต่อ ก็คือ กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร? สนองตอบจุดเด่นของเราไหม? และเราจะปิดการขายในแต่ละกลุ่มอย่างไร? ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

 

  • ลูกค้าระดับบน (คนรวย)

 

กลุ่มนี้ต้องการจัดเต็ม ตั้งแต่พรีเวดดิ้ง Cinema เบื้องหลัง presentation งานพิธีอลังการ สู้ราคาแพ็คเก็ต 100,000 บาทขึ้นได้สบายๆ ดั้งนั้น ร้านจะต้องนำเสนอความหรู  สังคมยอมรับผลงาน  และความเป็นมืออาชีพให้เห็นเชิงประจักษ์ (หน้าใหญ่ๆ เข้าไว้ครับ) ถ้าเปิดตลาดได้สักระยะ ก็จะเริ่มลงตัว ความน่าสนใจของลูกค้ากลุ่มนี้ คือ งานมีแบบแผน ง่ายต่อการบริหารจัดการ ยิ่งการถ่ายภาพด้วยแล้วมีสคลิปให้เราอย่างละเอียดเลยละ

 

  • ลูกค้าระดับกลาง 

 

กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานประจำภาครัฐ และภาคเอกชน  ความน่าสนใจของกลุ่มนี้ก็คือ พวกเขาจะมีรูปแบบ เนื้องาน สถานที่ ชุดหน้าผมที่หลากหลาย ต้องการการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง ดังนั้นการสนองตอบความต้องการของลูกค้า จะช่วยสร้างโอกาสการบอกต่อได้เป็นอย่างดี การทำงานเชิงรุกที่น่าสนใจของลูกค้ากลุ่มนี้ ก็คือ ลองเน้นกลุ่มที่กำลังจะจบการศึกษาในระดับมหาลัยฯ ดูนะครับ ไม่แน่ท่านอาจจะได้ลูกค้าระยะยาวก็เป็นได้ ข้อจำกัดของกลุ่มนี้ คือ ราคาแพ็คเก็ตไม่ควรเกิน 30,000 -50,000บาท (อยากเป๊ะ แต่ขอราคาประหยัดว่างั้น)

 

  • ลูกค้าระดับต้น

 

กลุ่มนี้มีระดับความอินดี้สูงมาก แต่ให้ความสำคัญกับ ฝีมือ ผลงาน และความเป็นมืออาชีพน้อย ขอเพียงแค่ได้ช่วงราคาที่พึงพอใจ การเดินทางสะดวก พรีเวดดิ้งถ่ายในสตูดิโอ และได้ภาพหน้างานสัก 1 กรอบ ก็เพียงพอแล้ว ราคาแพ็คเก็ตไม่ควรเกิน 15,000 บาท ภาพในงานพิธีให้เพื่อนถ่ายภาพให้ทำนองนั้น

 

3. ใช้แรงดึงดูด 5 ประการ

 

จริงๆ มีแรงดึงดูดหลายประการที่สามารถดลใจให้ลูกค้าเลือกเรา ดังจะเห็นได้จาก ลูกค้าบางรายมัดจำเลยโดยไม่ถามรายละเอียดใดๆ บางรายก็พูดคุยดิบดี ละเอียดยิ๊บ…แต่สุดท้ายเลือกร้านอื่นให้เราขมขื่นใจ โดยส่วนใหญ่แล้วการตัดสินใจมักไม่หนีไกลจากปัจจัยเหล่านี้มากนัก

 

1. ชุดสวยโดนใจ

 

เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอันดับแรก  เพราะ ถ้าชุดโดนใจเจ้าสาวแล้ว โอกาสที่จะจองแพ็คเก็ตเป็นไปได้สูงมาก ดังนั้น ร้านไหน? มีชุดสวย ชุดใหม่ ชุดหรู มีให้เลือกเยอะได้เปรียบ นอกจากนั้นยังสามารถจัดโปรโมชั่นแถมชุดวันจริงฟรี (เลือกชุดที่ราคาไม่แพงนะครับ ชุดสวยๆ แพงๆ เอาไว้ให้เช่า หรือถ่ายพรี เหอะๆ) ไม่แน่นะครับ ฟรีชุดวันจริง อาจจะได้ถ่ายภาพในวันพิธีด้วย ก็ว่ากันไป

 

2. ผลงานพรีเวดดิ้ง

 

แต่งงานครั้งเดียวในชีวิตทั้งที ใครๆ ก็อยากจะได้ภาพขนาดใหญ่สวยๆ หล่อๆ เพื่อนำไปโชว์ไว้ตรงผนังด้านหลังโทรทัศน์ให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชม และย้ำเตือนไออุ่นรัก การมีช่างภาพฝีมือดี  ภาพมีเอกลักษณ์ บุคลิกยิ้มแย้ม แจ่มใส พูดคุยสนุกสนาน ฯลฯ ทำให้ลูกค้าประทับใจ สิ่งเหล่านี้จะดึงดูดผู้คนให้เดินเข้าร้านเราได้เป็นอย่างดี

 

3. ฝีมือการแต่งหน้า และทำผม

 

แม้เจ้าสาวจะสวยไปวัดไปวาได้ แต่ในใจลึกๆ ของเจ้าสาวก็อยากสวยยิ่งขึ้น การมีช่างแต่งหน้าฝีมือดี อ่านโครงหน้าออก ปิดจุดด้อยบนใบหน้า เติมจุดเด่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และเลือกทรงผมที่ลงตัว เก็บผมได้เนียบ มีโอกาสสูงมากที่เจ้าสาวจะสวยขึ้นอย่าง Amazing (ผมมองว่าแรงจูงใจนี้ มีระดับความแรงใกล้เคียงกับ ชุดสวย เลยทีเดียว)

 

4. แพ็คเก็ตสุดคุ้ม

 

การทำใบเสนอราคา และรายละเอียดสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับอย่างละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นทางเลือกที่ดี และควรทำอย่างยิ่ง แต่ควรระมัดระวังเรื่องของราคาที่ปรับลด อย่าให้กระทบร้านอื่น ขอให้เน้นไปที่สิ่งที่ลูกค้าได้รับเมื่อจองแพ็คเก็ตนี้แทน

 

5. โปรโมชั่น

 

เห็นหลายๆ ร้านแจ้งโปรโมชั่นล่วงหน้า 1-2 วัน การจัดโปรโมชั่นควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย  1 สัปดาห์ การเพิ่มระยะเวลาจะช่วยให้การอัตราการแนะนำลูกค้ามากขึ้น แม้ว่าเราจะปิดรับลูกค้าแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากรู้จักร้านของเรา ไม่แน่เขาอาจจะจับจ้องการจัดโปรโมชั่นครั้งต่อไปของเราก็เป็นได้ ที่สำคัญกลุ่มเป้าหมายรู้จักเรามากขึ้นแน่ๆ

 

4. ช่างภาพฝีมือดีมีชัย

 

ช่างภาพ มีส่วนสำคัญมากพอๆ กับ การมีช่างแต่งหน้าทำผมฝีมือดี โอกาสที่งานจะออกมาดี ร้อยละ 80 (ส่วนตัวผมนะครับ) ร้อยละ 20 ที่เหลือยกให้ความเป็นเอกลักษณ์ และความโดดเด่นทางการตลาด ขอแนะนำ  3 ช่องทาง ที่จะค้นหา ดังนี้

 

  • ช่างภาพประจำ (จุดแข็ง)

 

ง่ายนิดเดียว…มองหาคนใกล้ตัวสิครับ ญาติพี่น้อง เพื่อนผอง น้องพี่  ทุกคนมีกล้องถ่ายภาพกันทั้งนั้น (เราเชื่อว่าเขาคงจะถ่ายภาพสวยชัวน์) แต่เดี๋ยวก่อน การทำงานกับกลุ่มคนข้างต้น โอกาสที่จะได้งานคุณภาพมีน้อยมาก ด้วยเหตุที่ว่า  เขาอาจจะไม่ได้มุ่งมั่นที่จะสะสมผลงานเพื่อการเติบใหญ่ในสายงานนี้ ผลประโยชน์ระยะสั้นทำให้คับข้องใจกันได้ง่ายๆ และที่สำคัญเราไม่สามารถกำกับการทำงานของเขาได้อย่างเต็มที่ เพราะความเกรงใจค้ำคออยู่นั่นเอง  ดังนั้น ช่างภาพประจำที่ผมอยากจะแนะนำ คือ ตัวเจ้าของร้าน Wedding เองนั่นละครับ ฝีมือดีสุดๆ ละ

 

  • ช่างภาพในเครือ

 

ใช้ตัวชี้วัด 3 ข้อ ในการเลือกช่างภาพ  ได้แก่  ต้องไม่เป็นญาติ ผลงานเป็นที่ยอมรับ และมีความรับผิดชอบสูง ส่วนถ้าได้ช่างภาพที่หน้าตาดี คุยกับคนเก่ง กลายเป็นขวัญใจสาวๆ ก็จะเป็นการดี อย่าลืมนะครับ การที่ช่างภาพแต่งตัวดี มีแนวทางของตัวเองชัดเจนมากเท่าไหร่ โอกาสที่ว่าที่เจ้าสาวจะเทใจเลือกร้านเราเป็นช่างภาพในงานสำคัญก็มากตามไปด้วย

 

  • พรีเว็ด/พิธี

 

ควรแยกช่างภาพให้ชัดเจนนะครับ เพราะ ช่างภาพบางท่าน รับแค่งานพรีเวดดิ้ง บางท่านก็รับเฉพาะงานพิธี หรือบางท่านอาจจะรับทั้งสองงาน ความถนัดของแต่ละคนแตกต่างกัน ฉะนั้นควรจัดสัดส่วนช่างภาพในเครือให้มีความเหมาะสมกับงาน มีความชัดเจน จะทำให้เราง่าย สะดวก และถือเป็นการกระจายงานให้ช่างภาพในเครือของเราอีกด้วย

 

5. ช่องทางโปรโมทเจ๋งๆ

 

รูปแบบการ (ลองทำเอง/เจ็บเอง)

 

ขึ้นต้นหัวข้อซะเสียวสันหลัง…ความหมายของคำว่า เจ็บเอง ในที่นี้ก็คือ การที่เราจะต้องได้ลงทุนบ้าง เพื่อผลทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ผมคิดว่าท่านพอทราบอยู่บ้าง เช่น

 

  • เป็นผู้สนับสนุนงานด้านสังคม/งานสาธารณะ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค (ทุ่มตามกำลังทรัพย์นะครับ เหอะๆ)

 

  • แสวงหาโอกาสในการแสดงผลงาน Event ต่างๆ เช่น photo fair , wedding fair หรือ งานอื่นๆ ที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราเข้าร่วมพอสมควร

 

  • ผู้สนับสนุนจัดทริปถ่ายภาพ wedding อาจจะใช้เทคนิคการเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงในการสอน Process  การโพสติ้ง การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างภาพหน้าใหม่เข้าร่วม ไม่แน่นะครับ เราอาจจะเจอช้างเผือกก็เป็นได้

 

  • จับมือคนทำ Wedding Studio ด้วยกัน การทำงานคนเดียวไม่สนุกหรอกครับ ยิ่งเครือข่ายธุรกิจเดียวกัน ลองหยิบยื่นมิตรภาพให้กันบ้าง ให้คำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ มากกว่าการที่จะดึงลูกค้า

 

  • ยิ้มให้คนทำสื่อออนไลน์ อันนี้สำคัญ  ผมเคยรู้สึกไม่ชอบเจ้าของ Wedding Studio เพียงเพราะว่า เขาเป็นคนขี้เก๊ก ไม่ยิ้ม หน้าบูด มันทำให้ผมไม่อยากจะเขียนอะะไรเกี่ยวกับร้านของเขาขึ้นมาดื้อๆ ในขณะที่เจอเจ้าของร้าน Wedding ร้านใหญ่ๆ เขากลับยิ้มแย้ม ใส่ใจทุกคน ราวกับนางงามก็ไม่ปาน ไม่แน่ถ้าผมว่าง อาจจะเขียนบทความเชียร์ให้ฟรีๆ อย่างนี้เป็นต้น

 

รูปแบบการ (ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ)

 

  • สร้างแฟนเพจ FB (หาคนคลิ๊ก Like ให้ได้ขั้นต่ำ 5,000 คน) ข้อนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร เหตุผลที่จะต้องมีจำนวนไลค์ก็คือว่า google จะให้อันดับเพจที่ดี เมื่อมีปริมาณ Like ตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไปนั่นเอง

 

  • วาด inforgraphic เกี่ยวกับร้าน ไอเดีย และโปรโมชั่นต่างๆ กระตุ้นการแชร์ ต้องอาศัยคนที่มีศิลปะในการออกแบบพอสมควร แต่ก่อนที่จะจ้างเขาทำ อย่าลืมเขียนประเด็นที่เราต้องการนำเสนอให้ละเอียดนะครับ ส่วนการจะทำอย่างไรให้กราฟฟิคน่าสนใจคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักออกแบบ ถ้าไอเดียร้านเราใช่ ออกแบบโดนใจ ผู้คนจะกระหน่ำแชร์กันอย่างไม่ขาดสาย

 

  • จ้างเจ้าของเว็บดัง เขียนบทความเจาะกลุ่มเป้าหมาย ใช้เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับ Wedding ให้เกิดประโยชน์ รวมถึงคนที่ทำเว็บไซต์ในพื้นที่เป้าหมายของเราด้วย คนกลุ่มนี้มีพรสวรรค์ในการจับประเด็น เขียนข้อมูลในเชิงจิตวิทยา และพวกเขามักจะเก่งกาจในการทำ SEO เป็นอย่างมาก

 

  • ทำเว็บไซต์ (ขอแนะนำให้เป็นทางเลือกท้ายๆ เพราะ เว็บใหม่ ทำอันดับใน google ยากมาก) การทำเว็บใหม่ก็เหมือนการสร้างบ้านใหม่ครับ ต้องใช้เวลาในการตกแต่ง โน้น นี่ นั่น กว่าจะลงตัวได้ใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี  ประโยชน์ที่ได้จากการทำเว็บไซต์ในระยะแรกๆ มีเพียง 2 ประการ คือ สร้างความเชื่อมั่น และให้ลูกค้าชมพอร์ตงานได้ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น

 

  • แจกใบปลิว (อย่าทำเลยครับ โลกร้อน คนไม่ค่อยอ่าน และมองว่ามันไร้ค่ามาก) ผมก็ชอบรับใบปลิวนะครับ ถ้าคนแจกสวยและน่ารัก แต่อย่างว่าละครับ ถ้าจะแจกจริงๆ ขอให้แจกเป็นคูปองส่วนลดจะดีกว่า

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้อ่าน 5 เทคนิคในการ โปรโมทร้าน Wedding กันมาจนถึงช่วงท้าย รู้สึกอย่างไรบ้างครับ บางท่านอาจจะรู้สึกสับสน งงๆ บ้างในบางจุด (แสดงว่าท่านเป็นคนปกตินะครับ) ถ้าท่านเข้าใจรายละเอียดลึกๆ แสดงว่า ท่านทำงานด้านการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะการทำ SEO มาไม่น้อยกว่า 5 ปี  อย่างไรก็ดี บทความนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุด หากผู้ประกอบการทุกท่านหมั่นตรวจสอบการทำงานของตัวเองอย่างต่อเนื่อง คอยปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทันต่อโอกาสในการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อทำงานจนคุ้นชินแล้ว ความสุขทั้งการทำงาน และมีความสุขที่ลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสายก็จะค่อยๆ เคลื่อนตามกันมาก…ไม่รวยให้รู้ไปสิคราวนี้

บทความ
เคลมประกัน ชั้น 1 (กระจกบังลมหน้ารถยนต์) ณ เอสซี การาจ
เคลมประกัน ชั้น 1 (กระจกบังลมหน้ารถยนต์) ณ เอสซี การาจ

เคลมประกัน   ตลอดระยะเวลา 4 ปีของการทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1…ผมโชคดีมากที่รถไม่เคยเฉี่ยว ไม่เคยชน เพื่อนผมชมว่านายถนุถนอมรถดีจริงๆ แหม๋…ใครบ้างอยากจะให้รถสุดหวงเกิดอุบัติเหตุจนต้องส่งเคลมประกันจริงไหม? แต่การขับรถด้วยความเพียร หากเปรียบเทียบกับกระแส เกรดนิยม VS เกียรตินิยม คงทิ้งห่างกันไม่มากนัก ประเด็นสำคัญก็คือ เรามีโอกาสใช้ประกันภัยที่เราจ่ายแสนจะแพง ยกตัวอย่าง ผมจ่ายประมาณ 20,000 บาท/ปี (ที่เกริ่นมาไม่อยาก เคลมประกัน แต่อย่างใดนะครับ…เหอะๆ) เพียงแต่อยากจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับการเคลมประกันมาฝากกัน   และแล้ว… ...

ลิ้มรส และ ติดต่อแฟรนไชส์ ชายสี่ อุดรธานี ณ สำนักงาน ชายสี่ บะหมี
ลิ้มรส และ ติดต่อแฟรนไชส์ ชายสี่ อุดรธานี ณ สำนักงาน ชายสี่ บะหมี

ชายสี่ อุดรธานี   หลังจากที่ลิ้มรสบะหมี่เกี๋ยว บริเวณด้านหน้าสำนักงานชายสี่ บะหมี่เกี๋ยว จังหวัดอุดรธานี (ชายสี่ อุดรธานี) เป็นครั้งที่ 2 ทำให้นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมากระบวนการตัดสินใจเลือกเมนูอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตลำพังภารกิจทำงานประจำ มักจะมีความเคยชิน ความสะดวก และความไว้วางใจ หนึ่งในนั้นคือ แฟรนไชส์ “ชายสี่ บะหมี่เกี๋ยว” ที่เจอที่ไหน…หากคิดอะไรไม่ออก เป็นต้องอิ่ม อร่อย เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสกลมกล่อมทุกครั้งไป   ระหว่างนั่งรอบะหมี่ กระผมเดินไปถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของสำนักงานชายสี่ อุดรธาน ...

ดอกกระเจียว อดีตที่ไร้ค่า สู่ มูลค่าส่งออกมหาศาล เป็นที่ต้องการ
ดอกกระเจียว อดีตที่ไร้ค่า สู่ มูลค่าส่งออกมหาศาล เป็นที่ต้องการ

ดอกกระเจียวบาน    ต้นเดือน มิถุนายน – สิงหาคม ของทุกปี สิ่งที่เราหวนคำนึง คือ ภาพหมอกจางๆ บดบังต้นยางนา แซม ดอกกระเจียวบาน สีชมพู สลับสีเขียวจากก้านใบสะพรั่งรับสายฝนปรอยๆ   ดอกกระเจียวบาน ในอดีต   ในช่วงประมาณปี พ.ศ.2534 ในระแวกจังหวัดหนองคาย (บึงกาฬ) ดอกกระเจียวบาน ถือได้ว่า สามารถหาได้ทั่วไปตามแนวคันนา โดย ดอกกระเจียวบาน ส่วนใหญ่กลีบดอกจะมีสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน และใบสีเขียว กลิ่นหอมฉุน (อันนี้ความรู้สึกของเด็กวัย 7 ขวบ ที่ยังไม่เคยลิ้มรส ดอกกระเจียวลวก กับน้ำพริก นะครับ) ในยุคนั้น…ดอกกระเจียว ถือได้ว่าเป็นอาหา ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน