เจ้าแม่สองนาง และความเชื่อเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำ

  25 ตุลาคม 2559 14:08    ประวัติศาสตร์    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 8773  

เจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ

เจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ

 

คนไทยกับความเชื่อที่สืบทอดเล่าขานต่อๆ กันมาที่เรียกว่าตำนานนั้น เป็นเรื่องราวดึกดำบรรพ์ ที่คนเชื่อก็เชื่อ และมักจะมีเรื่องราวบางอย่างที่ส่งเสริมให้ความเชื่อนั้นคงอยู่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็อาจมีบางกลุ่มที่ไม่เชื่อ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องของความเชื่อ ศรัทธา ควรเป็นเรื่องที่งดเว้นการวิจารณ์ และให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละคน คนอื่นไม่ควรก้าวล่วงหรือละเมิดความเชื่อของคนอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีอะไรผิด ตราบใดที่ไม่สร้างความเสียหายให้แก่สังคมโดยรวม เช่นเดียวกับเรื่องราวของเจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ แห่งนี้

 

 

เจ้าแม่สองนาง ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง

 

                ศาลเจ้าแม่สองนางนั้น ไม่ได้มีอยู่เฉพาะที่ริมแม่น้ำโขงของ จ.บึงกาฬเท่านั้น แต่มีการสร้างขึ้นหลายแห่ง ประกอบด้วยตำนานเรื่องราวที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมๆ แล้ว ที่มีการสร้างศาลเจ้าแม่สองนางขึ้นนั้น เพราะมีความเชื่อว่า เจ้าแม่สองนางจะช่วยปกปักรักษาชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำโขง การไปกราบไหว้นั้นก็เพื่อขอพรให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัย

 

                ลักษณะของตัวศาล สร้างด้วยรูปแบบไทยๆ เน้นสีทอง และแดง ตัดกัน ปัจจุบันมีการบูรณะ ให้มีรั้วกั้นแบบทันสมัยลวดลายเหมือนประตูรั้วบ้านกั้นเป็นรั้วรอบ ตลอดจนกั้นด้านหน้าบันได สี่มุมเสารั้ว มีโคมไฟประดับสวยงาม จะเห็นทั้งพวงมาลัยและผ้าเจ็ดสีห้อยระโยงระยาง อีกทั้งดอกไม้ และขนมผลไม้ บูชา แสดงให้เห็นถึงศรัทธาของชาวบ้านและคนเดินทางผ่านไปผ่านมาว่ามีความเชื่อถือเพียงใด

 

                หากมีการจัดบูชาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ก็จะมีการตั้งโต๊ะด้านหน้า จัดธูปเทียน บายศรี และตั้งของเซ่นไหว้ ขนม ผลไม้ จัดชั้นลดหลั่นกันลงมา ตัวโต๊ะปูผ้าแดงเป็นหลัก

 

                เมื่อมองเข้าไปภายในศาล จะเห็นรูปเคารพเป็นตัวแทนของสองนาง เป็นผู้หญิงผมยาว เกล้าผมมวย ทิ้งชายผมข้างหนึ่งระบ่ามาข้างหน้า แต่งกายห่มสไบ นุ่งซิ่นไทยอีสาน เป็นรูปยืนขนาบข้าง ตรงกลางเป็นรูปสองนางสีทอง

 

สถานที่ตั้ง

 

                ศาลเจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ นั้น ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ

 

ประวัติความเป็นมาของ เจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ

 

                ผู้เฝ้าศาลหรือจ้ำเล่าตำนานความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับตำนานศาลแห่งนี้ว่า  เจ้าแม่สองนางเป็น 2 พี่น้องธิดาของกษัตริย์แห่งสปป.ลาว มีชื่อเรียกตามภาษาถิ่นว่า “บัวบน”(พี่)กับ “บัวบาน”(น้อง) ทั้งคู่อพยพหนีภัยสงครามมาตามลำน้ำโขงและประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิต เพราะถูกพญานาคเอาไปเป็นเมีย หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นพญานาคีทำหน้าที่คอยปกปักรักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขง    
              ก่อนหน้านั้นศาลเจ้าแม่สองนางไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ เพิ่งย้ายมาเมื่อปี 2498 และเคยมีทางราชการจะย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่หมอดูโหราศาสตร์ทักท้วงไว้ เนื่องจากตรงจุดนี้เห็นแม่น้ำโขงตลอด จึงไม่ได้ย้าย

 

ความเชื่อเกี่ยวกับศาลเจ้าแม่สองนาง

 

                เนื่องจากชาวบ้านเชื่อกันว่า อุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำนั้นเป็นการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ ที่เรียกกันต่างๆ เช่น พญานาค เงือก งู ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มพิธีกรรมใดๆ จึงต้องมีการบูชาบอกกล่าวกันก่อน ตลอดจนในการเดินทาง หากได้มีการกราบไหว้แล้ว ดวงวิญญาณของเจ้าแม่สองนางจะปกป้องคุมภัยให้ผู้สัญจรไปมา

 

ความเกี่ยวข้องกับงานประเพณีของจังหวัด

 

                ในงานประเพณีแข่งเรือยาวของจังหวัดในทุกๆ ปี ที่มีพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทย ลาว เวียดนามมาร่วมงาน แข่งขันกันอย่างสนุกสนาน หลากจากแข่งเรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีพิธีการทรงเจ้า เจ้าแม่สองนางไปที่ศาล  

       
                สำหรับความเชื่อถือศรัทธาของคนในท้องถิ่น และที่ใกล้เคียง คงไม่ต้องมีข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่อาจไม่เข้าใจ หรือคนยุคปัจจุบันที่อาจไม่เชื่อถือเรื่องแบบนี้ เมื่อไปเยือนบึงกาฬ อาจไม่ถึงกับกราบไหว้บูชาเฉกเช่นคนที่รู้จักและนับถือ แต่เรื่องแบบนี้ ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ หรือจะถือคติ เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

 

                เรื่องที่ไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และมีการเล่าขานมาช้านานและชาวบ้านนับถือกันขนาดนี้ ฟังไว้บ้างและปฏิบัติตามพอควรและเหมาะสมน่าจะดีกว่า

บทความ
เมล่อน อุดรธานี แวะชิม…ไอศกรีมเมล่อน ณ อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม
เมล่อน อุดรธานี แวะชิม…ไอศกรีมเมล่อน ณ อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม

อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม   “ขณะที่เนื้อเมล่อนสดๆ กำลังสัมผัสปลายลิ้ม ปากพรางอยากจะเอ่ยคำชมเจ้าของฟาร์มว่า…อร่อย กรอบ หอม หวาน เย็นชื่นใจ แต่กลับทำไม่ได้ เพราะอัดเมล่อนเข้าไปคำบักใหญ่”   เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2537 ผมอายุได้ 10 ขวบ (ไม่อยากจะเล่าเรื่องเก่าความหลังเลย…) แต่มันจำเป็นจริงๆ ตอนนั้นผมยังไม่รู้จัก เมล่อน ผมจำได้แค่ว่าเคยถามพ่อกับแม่ว่า…ทำไมเราต้องทำนา และปลูกมันสำปะหลัง การทำนาในตอนนั้นก็พอจะนึกออกว่า…จำเป็นจริงๆ ถ้าเราไม่มีข้าวกินผมก็คงไม่ได้มานั่งเขียนเรื่องราวให้ท่านได้อ่า ...

ฟาร์มจระเข้ หนองคาย สนุกสนาน เฮฮา สงบ และเยือกเย็น
ฟาร์มจระเข้ หนองคาย สนุกสนาน เฮฮา สงบ และเยือกเย็น

  ฟาร์มจระเข้ หนองคาย   การเดินทางเข้าชม ฟาร์มจระเข้ หนองคาย ในครั้งนี้ จะว่าตั้งใจก็ไม่เชิงนัก แต่ด้วยเหตุที่ว่าเราลืมตาบนโลกมา 30 ปีเศษ ยังไม่ได้มีโอกาสได้ชมการแสดงโชว์ (โชว์ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า จับจระเข้ใส่บ่อ มีเหล็กกั้น นะครับ) แต่หมายถึง การแสดงโชว์ของหมอจระเข้…ที่ใครต่อใครต่างเอามือซ้ายปิดปากทำตัวสั่นๆ หัวใจเต็นแรง…เอาหน่า..ไหนๆ ก็จะแวะชมแล้วรู้สึกกับธรรมชาติของจระเข้ก่อนไปสักหน่อย   จระเข้ เป็นสัตว์เลือดเย็น แปลกกว่าสัตว์อื่นๆ คือ เจริญเติบโตโดยไม่มีการลอกคราบ ชอบอาศัยบริเวณน้ำลึกไม่เกิน 5 ...

บียอน หนองคาย กับ ความเชื่อมั่นนำผมมาชิม กาแฟ เค้ก ที่ VVIANG
บียอน หนองคาย กับ ความเชื่อมั่นนำผมมาชิม กาแฟ เค้ก ที่ VVIANG

บียอน หนองคาย   จังหวัดหนองคาย ปี 2015 ในตัวอำเภอเมืองหนองคายมีการยกระดับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หรือที่เรามักเรียกกันว่า แลนมาร์ค เพิ่มขึ้นหลายๆ จุด อาทิ เส้นทางจักรยานใต้ร่มเงาแมกไม้เชื่อมระหว่างส่วนราชการ ลานน้ำพุพญานาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดที่กำลังก่อสร้างสถาปัตกรรมที่มีลักษณะ พญานาคคู่พ่นน้ำริมฝั่งโขงแห่งใหม่ ซึ่งใครต่อใครต่างจดจ่อรอชมความตระการตา ฯลฯ เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความสวยงามที่แท้จริงของจังหวัดหนองคายหาใช่สิ่งก่อสร้างไม่ แต่เป็นน้ำจิต น้ำใจของชาวหนองคายที่มีความโอบอ้อมอารี สามัคคี มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ทว่า เกิดจากผลพวงวีรกรรมปราบ ...

สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ
สะดือแม่น้ำโขง (วัดอาฮงศิลาวาส) แหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจเชิงพุทธ

  สะดือแม่น้ำโขง  (วัดอาฮงศิลาวาส)   ก่อนค่ำคืนของวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ชาวไทยพุทธจากทั่วประเทศกลุ่มหนึ่งมักจะเดินทางสู่ภาคอีสาน จุดมุ่งหมายเพื่อชมปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค” ลูกไฟที่ลอยตัวจากผิวน้ำของลำน้ำโขง พุ่งสู่ผืนฟ้า ในยามค่ำคืน ความสวยงามและเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาเรื่องพญานาคที่มีแหล่งพำนักอยู่ใต้ลำน้ำโขง การอยู่จำศีลและการพ่นไฟเพื่อบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนวันออกพรรษา และสถานที่ที่เกิดปรากฏการณ์ก็จำเพาะอยู่ระหว่างจังหวัดหนองคายและจ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน