ภูลังกา แรงศรัทธา อริยสสงฆ์ และตามรอยความเชื่อเมืองลับแล

  25 ตุลาคม 2559 14:00    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2874  

ภูลังกา

ภูลังกา เส้นทางแห่งศรัทธา

 

อุทยานแห่งชาติภูลังกา ภูเขาทับซ้อนสามลูก ความสูงจากระดับน้ำทะเล 563 เมตร แม้ว่าการขึ้นภูลังกาจะมีบันไดทางขึ้นที่ทำด้วยคอนกรีต แต่การเดินเท้านั้น ต้องอาศัยความอดทน จิตใจแน่วแน่มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงยอดภู การท่องเที่ยวที่นี่จึงต้องมีแรงบันดาลใจที่ดีพอประมาณ บางคนอาจจะชอบความท้าทายในการเดินขึ้นสู่ยอดเขา บางคนได้รับแรงบันดาลใจเพื่อไปไหว้พระธาตุ ไปกราบรอยพระพุทธบาท

 

                ระหว่างทางการเดินที่อาจจะมีความเหน็ดเหนื่อย ทั้งจากการก้าวขึ้นบันได ที่มีรูปปั้นพญานาคคอยต้อนรับที่เชิงบันได แต่ละก้าวขั้นบันไดที่ทำด้วยคอนกรีต ลิงโลดตื่นเต้นสนุกสนานในก้าวต้นๆ แต่กว่าจะถึงครึ่งทางก็เริ่มเหน็ดเหนื่อย พักระหว่างทางบริเวณลานพักที่มีเงื้อมผาชะโงกลงมาบดบังแดดให้ พอมองไปรายรอบ ลมเย็นและทิวทัศน์ที่มองเห็นอาจทำให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้ดี

 

                กว่าจะถึงยอดภู กว่าจะได้ดูอาทิตย์อัสดง ยามเย็นที่สุดแสนจะโรแมนติคของที่นี่ ความสุขกับทิวทัศน์ บรรยากาศป่าเขาก็อย่างหนึ่ง การได้ขึ้นในที่สูง สูดอากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติสดใส ดอกไม้ป่า และพระเจดีย์บนยอดภู

 

                ศรัทธา เลื่อมใส เป็นอีกรอยทางที่ทำให้ผู้มีความเลื่อมใสก้าวเดินขึ้นไปอย่างมีความสุข ที่นี่ ภูลังกา

 

สถานที่ตั้ง และการเดินทาง

 

                ภูลังกาตั้งอยู่ในเขตอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ การเดินทางนั้น ถ้าตั้งต้นจากบ้านโนนชมภู อำเภอบึงโขงหลง ตรงไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ณ จุดเริ่มต้นถนนลาดยาง รถสามารถผ่านได้สะดวก แล้วค่อยเป็นถนนลูกรังอีก  2 กิโลเมตร 

 

การเตรียมตัวเพื่อเดินขึ้นภูลังกา

 

                การจะเดินทางขึ้นภูลังกานั้น นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมสัมภาระส่วนตัว และอาหารเครื่องดื่มให้พร้อมสำหรับตัวเอง เนื่องจากในระหว่างทางไม่มีสิ่งเหล่านี้บริการ คนที่จะขึ้นจึงต้องแข็งแรงและมีความพร้อม ช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างที่บอกต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ว่าจะไปให้ถึงด้วยศรัทธา หรือความชอบส่วนตัวมากเป็นพิเศษ และที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มพร้อมที่จะขึ้นและลงในวันเดียว แต่บางคนที่ชอบสัมผัสความเป็นธรรมชาติให้สุด ทั้งยามอาทิตย์ตกและยามเช้าที่มีหมอกระบายปกคลุม ในบางฤดูกาลที่มีเสน่ห์เพียงพอที่จะรอสัมผัสก็จะพักค้างให้เป็นสุข กางเต้นท์นอนด้านบ้าน โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ก่อนขึ้นไป   

 

พร้อมแล้วไปกัน

 

                เตรียมร่างกาย เตรียมจิตใจ พร้อมแล้วก็ออกเดิน สัมภาระที่พกติดตัวไปควรจัดลงกระเป๋าเป้เพื่อความกระชับและคล่องตัวในการเดินทาง  รองเท้าควรเลือกที่กระชับเท้าใส่สบาย และพร้อมจะป่ายปีนในบางช่วง แม้ทางขึ้นจะสะดวกเป็นบันไดคอนกรีต ความกว้างพอสมควร และไม่ได้สูงชัน ไปได้เรื่อยๆ แต่ก็ต้องรู้จักที่จะออมแรง ให้ตระหนักว่า ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึง ต้องเดินอย่างมาราธอน ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตรที่สปีดทีเดียวแล้วจบ ควรเดินให้มีความสุขกับสองข้างทางที่ผ่าน ต้นไม้ ดอกไม้ และวิวทิวทัศน์โดยรอบ ก็เหมือนกันการขึ้นเขาทั่วไป จุดหมายไม่ใช่สำคัญที่สุด อยู่ที่การเก็บเกี่ยวระหว่างทาง ที่ทำให้เราได้อะไรมากกว่าที่คิด ระหว่างทางเราอาจจะยิ้มกับกล้วยไม้ป่าที่เบียดหินผาโผล่ขึ้นมา ดอกไม้เล็กๆ กลางป่าใหญ่

 

                ดูเหมือนผู้ดูแลจะเข้าใจจิตใจของคนเดินทาง เพราะมีราวบันไดให้เกาะยึดด้วย เผื่อเวลาเหนื่อยล้าแต่อยากไปต่อ ราวมีไว้ให้เกาะเป็นพลังใจ  มีจุดพักที่เหมาะกับการนั่งพัก และชมวิวรอบๆ เบื้องล่างที่สุดลูกหูลูกตา สีเขียวที่ต้องแสงแดด พักให้หายเหนื่อยแล้วเดินต่อ หากเวลาจะชมวิวก็ต้องระวังด้วย บางจุดที่ไม่มีที่กั้นก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

                ราวกึ่งทาง นักท่องเที่ยวจะได้แวะกราบไหว้พระธาตุขนาดเล็ก และพักให้หายเหนื่อย ผาชะโงกตรงบริเวณนี้สวย และน่าจะภาพไว้เป็นที่ระลึก  ผ่านจากพระธาตุไปอีกนิด มีช่องทางเดินขนาดเล็กเลียบไปกับผาหินขนาดใหญ่  ลวดลายของผาหินแม้ไม่ได้สลักเสลาราวประติมากรรมแกรนด์แคนยอน หากก็มีริ้วรอยให้เกิดแง่คิดว่า แม้หินผาแกร่งเมื่อต้องแรงลมและฝนจากธรรมชาติก็ยังเกิดร่องรอยบาดแผลได้

 

                การเดินทางเหนื่อยๆ นั้น ควรระวังเรื่องบริหารการดื่มน้ำด้วย ใช้วิธีค่อยๆ จิบจะดีกว่า และให้มองไปยังจุดหมายเพื่อให้เกิดกำลังใจ เพราะจุดสูงสุดนั่นคือพระธาตุภูลังกาที่เห็นแต่ไกล และเป็นเป้าหมายจะไปให้ถึง

 

                เมื่อถึงจุดหมาย แวะถ่ายภาพกับป้าย จุดสุดยอดภูลังกา เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ จากจุดเริ่มต้นถึงที่นี่ ขึ้นอยู่กับความเร็วของการเดิน การแวะพัก เร็วๆ อาจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าพักบ่อยก็นานกว่านั้น

 

                มองลงไปเบื้องล่างคือความภาคภูมิใจ ที่ระหว่างทางเหล่านั้นเราผ่านมาแล้ว บนที่สูงเราจะมองได้กว้างและไกล กราบพระธาตุและรอยพระบาท มีความเชื่อว่า น้ำในรอยพระบาทนั้นสามารถช่วยให้หายป่วยได้

 

                ขอให้มีความสุขกับศรัทธาและความกล้าหาญ

บทความ
หนองถิ่น กับ 8 กิจกรรม ตามชอบใจ ณ สวนสาธารณะ หนองถิ่น หนองคาย
หนองถิ่น กับ 8 กิจกรรม ตามชอบใจ ณ สวนสาธารณะ หนองถิ่น หนองคาย

หนองถิ่น หนองคาย   เป็นสวนสาธารณะ ที่ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ หรือ เป็นหน้าเป็นตาให้กับจังหวัดหนองคาย สำหรับความรู้สึกส่วนตัวของกระผมแล้วมองว่า…สวนสาธารณะเป็นเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ และเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงานด้านสุขภาพในภาพรวม ทั้งนี้ก็ต้องวัดจำนวนคนที่มาออกกำลังกายด้วยนะครับ เหอะๆ   หนองถิ่น จุด พักผ่อน ออกกำลังกาย และจับจ่าย   แนวคิดทางด้านเศรษฐกิจที่มีความเกื้อหนุนกันระหว่าง สวนสาธารณะ กล่าวคือเป็นความสำเร็จจากการผสมผสานรูปแบบทั้ง 3 ได้แก่ การพักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย และการจับจ่ายใช้สอย ในระแวกใกล้เคียงจังหวัด ...

รถดำนา พันธุ์ข้าว รูปแบบการทำนา ดูแล เก็บเกี่ยวข้าว และวิถีชีวิต
รถดำนา พันธุ์ข้าว รูปแบบการทำนา ดูแล เก็บเกี่ยวข้าว และวิถีชีวิต

รถดำนา   รถดำนา จะมีลักษณะอย่างไร และ รถดำนา จะนำต้นกล้าเหล่านี้ลงปลูกในแปลงนาได้ด้วยวิธีใด จะไม่เกิดโศกนาฏกรรม “หักคอกล้า” ดั่งเช่นเมื่อครั้งกระผมฝึกหัดดำนาใหม่ๆ หรือ? รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนทำนา (สายเลือด) ฉุดกระชากลากดึงให้ลุกขึ้นมาเขียนบทความนี้โดยสำนึก…   วิถีชีวิตชาวนา และครอบครัว   เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2527 หรือ นานกว่านั้น รถดำนา ไม่ได้มีความจำเป็นต่อการทำนาเลย…เพราะชาวนาใช้ แอก คราด ไถ ที่ทำจากรากไม้ในท้องไร่ปลายนา อาศัยกำลังหลัก คือ เจ้าทุยลากจูง ร ...

วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ จุดชมวิว 360 องศา
วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ จุดชมวิว 360 องศา

วัดสว่างอารมณ์ หรือ วัดถ้ำศรีธน   เรื่องราวหมอลำเรื่องต่อกลอน ศรีธน & มโนราห์ กระแสความนิยม ความสำเร็จ ของเหล่านักเรียนระดับประถมศึกษา คณะครู โรงเรียนสังวาลย์วิทย์ 1 และผู้ปกครอง (ประมาณ 20 ปีที่แล้ว) กับการคว้ารางวัลชนะเลิศศิลปอีสานการแสดงหมอลำในเขตพื้นที่การศึกษาในสมัยนั้น ผมจดจำคณะครูที่ฝึกสอนได้ 2 ท่าน ได้แก่ อ.ฉลอง (สอนรำ) และ อ.สง่า (สอนพิณ) การที่ผมได้ไปนั่งชมการแสดงของพี่ๆ ในขณะซ้อมการฟ้อนลำในเรื่อง ศรีธน & มโนราห์ ทำให้ภาพพรานบุญ…ที่กำลังใช้บ่วงวิเศษคล้องเอาตัวนางมโนห์ผู้งามหยดย้อย ซึ่งกำลังเพลินอยู่กับการถอดหางถอดปีกลงเล่นน้ำ…   ...

หินสามวาฬ ภูสิงห์ กับ การเตรียมพร้อมเดินทางสู่ เมื่อต้น พ.ศ. 2559
หินสามวาฬ ภูสิงห์ กับ การเตรียมพร้อมเดินทางสู่ เมื่อต้น พ.ศ. 2559

    ในโพสก่อน…ผมได้มโนภาพเกี่ยวกับการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นานนัก แต่สามารถทำให้ผู้คนกล่าวขาน และแชร์ภาพกันอย่างต่อเนื่อง จนผมเองก็อดใจไม่ไหว ต้องเดินทางไปให้ได้สักวัน สิ่งที่น่าติดตามยิ่งไปกว่านั้น คือ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ต้องมาให้ถึง ถ้าหากท่านเดินทางมาเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ  วันนี้ผมมีเรื่องราวน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้ท่านสนุกสนาน และมีความสุขกับการมาเยือนมากยิ่งขึ้นครับ   ในวันที่ 17 มกราคม 2559 เปิดศักราชใ ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน