ภูสิงห์ หินยักษ์ เที่ยว “4 เขา 4 โขง” ภูสิงห์ ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน

  19 ตุลาคม 2559 09:59    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2033  

ภูสิงห์

 

ภูสิงห์ บึงกาฬ

 

ภาพภูเขาที่ยังเขียวชอุ่ม ปรากฏแท่งหินสีดำ-น้ำตาลแดงรูปทรงต่างๆ แทรกซ้อนอยู่ระหว่างแมกไม้ ทะลุขึ้นโชว์ความงาม หลายแท่ง เป็นแนวหน้ากระดาน ดึงดูดสายตา และอยากไปสัมผัสกับสถานที่จริง ที่นี่คือ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ อีกทั้งภาพถ่ายคู่กับหน้าผา จุดชมวิว หลายสถานที่ หลากอารมณ์ ดูท้าทาย เท่แต่ดูน่าหวาดเสียวไม่น้อย หากใครแอ๊คชั่น เซลฟี่เพลิน น่าหลงใหลปนอันตราย อีกทั้งลือชื่อในความยากลำบากของการเดินทาง มันท้าทายนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักการผจญภัยไม่ใช่หรือ

 

                ไม่ใช่เพียงภาพที่ดึงดูดใจ หากสโลแกนที่ได้รับการบอกต่อๆ กันมา ทำให้ภูสิงห์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของบึงกาฬ เนื่องเพราะที่เดียวเที่ยวได้จุใจ บ้างก็บอกว่า ภูสิงห์ หินยักษ์ เที่ยว “4 เขา 4 โขง” ภูสิงห์ ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นสโลแกนไหน เราก็ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองกันดีกว่า

 

                ตั้งอยู่ระหว่างอ.เมืองบึงกาฬและอ.ศรีวิไล อยู่ใต้การดูแลของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 อันประกอบด้วย ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู

 

การเดินทาง

 

  1. จากตัวเมืองบึงกาฬ เข้าสู่ถนนหลวงหมายเลข 212 ประมาณหลักกม.ที่ 20 เมื่อถึงสามแยกบ้านโคกก่อง เลี้ยวขวาสู่อ.ศรีวิไล ใช้เส้นทางถนนหลวงชนบท 3007 ไปอีก 3 กม. ด้านซ้ายมีป้ายเที่ยวภูสิงห์ เข้าไปอีก 1 กม. ก็ถึง
  2. จากสี่แยกศรีวิไล ขับไปประมาณ 50-100 เมตร เลี้ยวขวาตรงสามแยกเข้าสู่ถนนหลวงชนบท 3007 ไปจนถึงหลักกม.ที่ 13 ก็จะถึงป้ายแหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์เช่นกัน

 

                ส่วนการเดินทางขึ้นภูนั้น ต้องใช้รถสี่ล้อ แต่ก็มีกลุ่มหนุ่มสาวรักที่จะใช้การเดินเหมือนกัน เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพราะบางแห่งต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง บางแห่งต้องใช้มอเตอร์ไซด์ บางจุดใช้จักรยานซึ่งต้องเช่าล่วงหน้า บางแห่งก็ต้องเดินเท้าเท่านั้น เที่ยวที่นี่ ต้องมีสติและวินัย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง แต่เมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้ว จะมีแต่ความประทับใจล้วนๆ

 

ห้องเรียนธรรมชาติ

 

                ที่นี่ยืนยันว่า นี่คือแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้ได้ศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีบริการพักแรม กางเตนท์ที่พักได้ จุดชมวิวของแต่ละที่ห่างไกลกัน จึงต้องมีการวางแผนกันให้ดี หากต้องการศึกษาให้ครบ เช่นเช่ามอเตอร์ไซด์ หรือจุดไหนที่ต้องเดิน ก็ต้องมีเวลาและติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

 

                บนภูสิงห์นี้มีสถานที่หลายแห่งที่แนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชม ตลอดจนแสวงบุญ ไม่ว่าจะเป็นแวะไหว้พระที่วัดจิตตภาวดีคีรีบรรพต

 

                ลานธรรมภูสิงห์ ลานกว้างที่มีเอกลักษณ์เด่นๆ คือ หินทรายแดงขนาดใหญ่บนหน้าผา ชาวบ้านว่าเหมือนสิงโตหมอบ ด้านล่างของฐานก้อนหินมีพระพุทธรูปทองเหลืองตั้งอยู่ ด้วยลักษณะของก้อนหินที่ถูกทั้งน้ำและลมกัดเซาะ จนได้รูปร่างที่แปลกตา สีสันที่ต่างกันในตัว มีความเป็นศิลปะที่ยากจะประดิษฐ์ให้เหมือน น่าเก็บภาพเป็นที่ระลึก ตลอดจนหลวงพ่อพระสิงห์ พระพุทธรูปสีทอง ที่ชาวบึงกาฬเคารพกราบไหว้

 

                จากนั้นสามารถไปต่อที่ “จุดชมวิวลานธรรม” ทุ่งดอกหญ้าที่แลเลยลงไป จะเห็นวิวทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่ม ในมุมกว้าง ข้ามผ่านแม่น้ำโขงไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เห็นเส้นภูเขาที่ตัดกับผืนฟ้า สีต่างกันเพียงเล็กน้อย

 

                บริเวณใกล้เคียงกันมีจุดชมวิวอีกหลายจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวสร้างร้อยบ่อ จุดชมวิวดานยาว จุดชมวิวผาน้ำทิพย์ หรือใครที่ชอบชมนก ก็เดินเลยไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดชมนก ซึ่งแต่ละที่ก็มีความน่าสนใจต่างกัน ทั้งเป็นบุญตา และเก็บความประทับใจไว้ในภาพถ่ายที่หวนกลับมาชมได้บ่อยๆ

 

                ระหว่างทางเดินนั้น มีศาลาพักให้กราบพระพุทธรูประหว่างทาง และสิ่งแปลกตาเช่น หินช้าง  หินก้อนโตรูปแปลกที่เหมือนจะโผล่ขึ้นมาเหนือธรรมชาติสีเขียวของไม้เตี้ยๆ เพราะรูปร่างคล้ายช้างที่นั่งกระหย่ง จึงได้ชื่อว่าหินช้าง

 

                กำแพงหินภูสิงห์ กำแพงขนาดใหญ่และสูงมาก ชนิดที่เมื่อไปยืนถ่ายภาพและอยากได้กำแพงเต็มๆ จะเห็นคนเหลือตัวเล็ก กำแพงหินแห่งนี้จะเห็นเป็นหินที่มีลวดลายในตัว คล้ายหินก้อนน้อยใหญ่ที่ถูกจัดเรียงเอาไว้ แต่ดูอีกทีก็น่าจะเป็นเพียงลวดลายของผาหินเสียมากกว่า

 

                หินสามวาฬ อันซีนบึงกาฬ หินยักษ์รูปวาฬสามตัวนอนทอดยาว ติดหน้าผาสูง หินผาก้อนใหญ่มหึมาที่นักท่องเที่ยวนิยมปีนขึ้นไป แล้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แต่ต้องระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำเตือน ไม่เดินออกไปใกล้หน้าผาเพราะมีอันตรายมาก อาจตกลงไปเบื้องล่างได้

 

                สำหรับคนชอบเที่ยวภู ดูธรรมชาติ วิวทิวทัศน์จากที่สูง มีการเดินเท้าเข้าป่า เชื่อว่าจะชื่นชอบที่นี่ เพราะมีให้เสพอย่างเต็มอิ่มในระหว่างทางที่เดิน ถ้าอยากชมให้ทั่ว อย่าลืมจัดสรรเวลา เพราะสำหรับภูสิงห์แล้ว

 

                **ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน**

บทความ
องค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี (อบต.รัตนวาปี) กับ 7 ประเด็น
องค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี (อบต.รัตนวาปี) กับ 7 ประเด็น

  องค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี (อบต.รัตนวาปี)   ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา กระผมเป็นหนึ่งในนักวิชาการสาธารณสุข ที่โชคดีมากๆ ความเกี่ยวเนื่องหลายๆ ภารกิจจะต้องมีการประสานงานระหว่าง กระทรวงมหาดไทย (ที่ว่าการอำเภอ) และ องค์การบริหารส่วนตำบลอยู่เนืองๆ เหตุด้วยประเด็นการพัฒนาของ อบต. นั้นน่าสนใจมาก และเกื้อหนุนการทำงานด้านสาธารณสุขเป็นอย่างดี พอหยิบประเด็นการพัฒนา มาเล่าพอสังเขปดังนี้   1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การคมนาคม การพัฒนาแหล่งน้ำทางเกษตร และแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค วางแผน พัฒนาผังเมืองในระดับตำบล และแผนที่ภาษีในท้องถิ่น  

บียอน อุดรธานี สัมผัสสิ่งที่เหนือกว่า คำว่า ร้านกาแฟ ใกล้หนองประจักษ์
บียอน อุดรธานี สัมผัสสิ่งที่เหนือกว่า คำว่า ร้านกาแฟ ใกล้หนองประจักษ์

บียอน อุดรธานี   เด็กนักเรียนนอนหลับบนโซฟา วัยรุ่นหนุ่มสาว selfie กันสนุกสนาน วัยทำงานนั่งจู๋จี๋ คู่รักเอนหลังพิงพักบนโซฟานุ่มสีดำ VIP เป็นคู่ๆ ฯลฯ หลากหลายอริยาบทของผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่มารวมตัวกันที่นี่ น่าแปลกใจยิ่งนัก…แม้ผู้คนจะมากหน้าหลายตา แต่เรากลับไม่รู้สึกอึดอัด ฤ ไม่เป็นส่วนตัวแต่อย่างใด มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้…ได้แต่เฝ้าถามตัวเองเงียบๆ ระหว่างรอใครสักคน…   วันก่อน…ผมนั่งอ่านเรื่องราวที่เพื่อนแชร์มาจับใจความสำคัญได้ว่า…หนึ่งในสิบธุรกิจที่เสี่ยงต่อการโสเจ้งม ...

พยาธิใบไม้ในตับ วาระคนอีสาน ปลายทางสู่ โรคมะเร็งท่อน้ำดี
พยาธิใบไม้ในตับ วาระคนอีสาน ปลายทางสู่ โรคมะเร็งท่อน้ำดี

พยาธิใบไม้ในตับ   หากเพื่อนๆ ลองนึกดูดีๆ ประมาณปี พ.ศ. 2534 (ผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) ผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะจดจำภาพเหตุการณ์รณรงค์ไม่ให้คนอีสานกินปลาดิบ หรือ กินสุกๆ ดิบๆ ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความเกี่ยวกับ พยาธิใบไม้ในตับ อยู่นี้ ผมมองดูปฏิทินข้างโต๊ะ ปี พ.ศ. 2557 (จริงๆ ไม่มองดูก็น่าจะพอรู้ ^^)   สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เรายังต้องวกกลับมารณรงค์ไม่ให้คนไทย โดยเฉพาะคนอีสาน ที่มีความเสี่ยงเป็นทุนอยู่แล้วนั้น ไม่ให้กินปลาดิบอยู่ ฤ แต่ทว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับ มันอันตรายไม่ยิ่งหย่อนกว่าโรคใดๆ เพราะปลายทางของโรคนี้ คือ มะเร็งท่อน้ำดี หรือ ...

เจ้าแม่สองนาง และความเชื่อเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำ
เจ้าแม่สองนาง และความเชื่อเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในแม่น้ำ

เจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ   คนไทยกับความเชื่อที่สืบทอดเล่าขานต่อๆ กันมาที่เรียกว่าตำนานนั้น เป็นเรื่องราวดึกดำบรรพ์ ที่คนเชื่อก็เชื่อ และมักจะมีเรื่องราวบางอย่างที่ส่งเสริมให้ความเชื่อนั้นคงอยู่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็อาจมีบางกลุ่มที่ไม่เชื่อ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องของความเชื่อ ศรัทธา ควรเป็นเรื่องที่งดเว้นการวิจารณ์ และให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละคน คนอื่นไม่ควรก้าวล่วงหรือละเมิดความเชื่อของคนอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีอะไรผิด ตราบใดที่ไม่สร้างความเสียหายให้แก่สังคมโดยรวม เช่นเดียวกับเรื่องราวของเจ้าแม่สองนาง บึงกาฬ แห่งนี้


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน