ภูสิงห์ หินยักษ์ เที่ยว “4 เขา 4 โขง” ภูสิงห์ ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน

  19 ตุลาคม 2559 09:59    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2387  

ภูสิงห์

 

ภูสิงห์ บึงกาฬ

 

ภาพภูเขาที่ยังเขียวชอุ่ม ปรากฏแท่งหินสีดำ-น้ำตาลแดงรูปทรงต่างๆ แทรกซ้อนอยู่ระหว่างแมกไม้ ทะลุขึ้นโชว์ความงาม หลายแท่ง เป็นแนวหน้ากระดาน ดึงดูดสายตา และอยากไปสัมผัสกับสถานที่จริง ที่นี่คือ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ อีกทั้งภาพถ่ายคู่กับหน้าผา จุดชมวิว หลายสถานที่ หลากอารมณ์ ดูท้าทาย เท่แต่ดูน่าหวาดเสียวไม่น้อย หากใครแอ๊คชั่น เซลฟี่เพลิน น่าหลงใหลปนอันตราย อีกทั้งลือชื่อในความยากลำบากของการเดินทาง มันท้าทายนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักการผจญภัยไม่ใช่หรือ

 

                ไม่ใช่เพียงภาพที่ดึงดูดใจ หากสโลแกนที่ได้รับการบอกต่อๆ กันมา ทำให้ภูสิงห์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของบึงกาฬ เนื่องเพราะที่เดียวเที่ยวได้จุใจ บ้างก็บอกว่า ภูสิงห์ หินยักษ์ เที่ยว “4 เขา 4 โขง” ภูสิงห์ ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นสโลแกนไหน เราก็ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองกันดีกว่า

 

                ตั้งอยู่ระหว่างอ.เมืองบึงกาฬและอ.ศรีวิไล อยู่ใต้การดูแลของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 อันประกอบด้วย ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู

 

การเดินทาง

 

  1. จากตัวเมืองบึงกาฬ เข้าสู่ถนนหลวงหมายเลข 212 ประมาณหลักกม.ที่ 20 เมื่อถึงสามแยกบ้านโคกก่อง เลี้ยวขวาสู่อ.ศรีวิไล ใช้เส้นทางถนนหลวงชนบท 3007 ไปอีก 3 กม. ด้านซ้ายมีป้ายเที่ยวภูสิงห์ เข้าไปอีก 1 กม. ก็ถึง
  2. จากสี่แยกศรีวิไล ขับไปประมาณ 50-100 เมตร เลี้ยวขวาตรงสามแยกเข้าสู่ถนนหลวงชนบท 3007 ไปจนถึงหลักกม.ที่ 13 ก็จะถึงป้ายแหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์เช่นกัน

 

                ส่วนการเดินทางขึ้นภูนั้น ต้องใช้รถสี่ล้อ แต่ก็มีกลุ่มหนุ่มสาวรักที่จะใช้การเดินเหมือนกัน เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพราะบางแห่งต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง บางแห่งต้องใช้มอเตอร์ไซด์ บางจุดใช้จักรยานซึ่งต้องเช่าล่วงหน้า บางแห่งก็ต้องเดินเท้าเท่านั้น เที่ยวที่นี่ ต้องมีสติและวินัย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง แต่เมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้ว จะมีแต่ความประทับใจล้วนๆ

 

ห้องเรียนธรรมชาติ

 

                ที่นี่ยืนยันว่า นี่คือแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้ได้ศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีบริการพักแรม กางเตนท์ที่พักได้ จุดชมวิวของแต่ละที่ห่างไกลกัน จึงต้องมีการวางแผนกันให้ดี หากต้องการศึกษาให้ครบ เช่นเช่ามอเตอร์ไซด์ หรือจุดไหนที่ต้องเดิน ก็ต้องมีเวลาและติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

 

                บนภูสิงห์นี้มีสถานที่หลายแห่งที่แนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชม ตลอดจนแสวงบุญ ไม่ว่าจะเป็นแวะไหว้พระที่วัดจิตตภาวดีคีรีบรรพต

 

                ลานธรรมภูสิงห์ ลานกว้างที่มีเอกลักษณ์เด่นๆ คือ หินทรายแดงขนาดใหญ่บนหน้าผา ชาวบ้านว่าเหมือนสิงโตหมอบ ด้านล่างของฐานก้อนหินมีพระพุทธรูปทองเหลืองตั้งอยู่ ด้วยลักษณะของก้อนหินที่ถูกทั้งน้ำและลมกัดเซาะ จนได้รูปร่างที่แปลกตา สีสันที่ต่างกันในตัว มีความเป็นศิลปะที่ยากจะประดิษฐ์ให้เหมือน น่าเก็บภาพเป็นที่ระลึก ตลอดจนหลวงพ่อพระสิงห์ พระพุทธรูปสีทอง ที่ชาวบึงกาฬเคารพกราบไหว้

 

                จากนั้นสามารถไปต่อที่ “จุดชมวิวลานธรรม” ทุ่งดอกหญ้าที่แลเลยลงไป จะเห็นวิวทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่ม ในมุมกว้าง ข้ามผ่านแม่น้ำโขงไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เห็นเส้นภูเขาที่ตัดกับผืนฟ้า สีต่างกันเพียงเล็กน้อย

 

                บริเวณใกล้เคียงกันมีจุดชมวิวอีกหลายจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวสร้างร้อยบ่อ จุดชมวิวดานยาว จุดชมวิวผาน้ำทิพย์ หรือใครที่ชอบชมนก ก็เดินเลยไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดชมนก ซึ่งแต่ละที่ก็มีความน่าสนใจต่างกัน ทั้งเป็นบุญตา และเก็บความประทับใจไว้ในภาพถ่ายที่หวนกลับมาชมได้บ่อยๆ

 

                ระหว่างทางเดินนั้น มีศาลาพักให้กราบพระพุทธรูประหว่างทาง และสิ่งแปลกตาเช่น หินช้าง  หินก้อนโตรูปแปลกที่เหมือนจะโผล่ขึ้นมาเหนือธรรมชาติสีเขียวของไม้เตี้ยๆ เพราะรูปร่างคล้ายช้างที่นั่งกระหย่ง จึงได้ชื่อว่าหินช้าง

 

                กำแพงหินภูสิงห์ กำแพงขนาดใหญ่และสูงมาก ชนิดที่เมื่อไปยืนถ่ายภาพและอยากได้กำแพงเต็มๆ จะเห็นคนเหลือตัวเล็ก กำแพงหินแห่งนี้จะเห็นเป็นหินที่มีลวดลายในตัว คล้ายหินก้อนน้อยใหญ่ที่ถูกจัดเรียงเอาไว้ แต่ดูอีกทีก็น่าจะเป็นเพียงลวดลายของผาหินเสียมากกว่า

 

                หินสามวาฬ อันซีนบึงกาฬ หินยักษ์รูปวาฬสามตัวนอนทอดยาว ติดหน้าผาสูง หินผาก้อนใหญ่มหึมาที่นักท่องเที่ยวนิยมปีนขึ้นไป แล้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แต่ต้องระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำเตือน ไม่เดินออกไปใกล้หน้าผาเพราะมีอันตรายมาก อาจตกลงไปเบื้องล่างได้

 

                สำหรับคนชอบเที่ยวภู ดูธรรมชาติ วิวทิวทัศน์จากที่สูง มีการเดินเท้าเข้าป่า เชื่อว่าจะชื่นชอบที่นี่ เพราะมีให้เสพอย่างเต็มอิ่มในระหว่างทางที่เดิน ถ้าอยากชมให้ทั่ว อย่าลืมจัดสรรเวลา เพราะสำหรับภูสิงห์แล้ว

 

                **ภูเดียว เที่ยวทั้งวัน**

บทความ
จัดงานแต่งงาน อุดรธานี กับ 11 เหตุผลที่ควรมีแม่งาน
จัดงานแต่งงาน อุดรธานี กับ 11 เหตุผลที่ควรมีแม่งาน

จัดงานแต่งงาน อุดรธานี   จากประสบการณ์ที่ผมเองได้ จัดงานแต่งงาน มาแล้วครั้งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี พร้อมทั้งเดินสายถ่ายภาพงานแต่งอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรามองเห็นหลายๆ แง่มุมที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังจะเปลี่ยน สรรพนาม เป็น บ่าวสาว ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทั้ง 2 ท่านที่กำลังนั่งอ่านโพสนี้อย่างตั้งใจ จะไม่ปิดหน้าหนีหายไปก่อนที่จะอ่านจบ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะช่วยให้ท่านสนุก ตื่นเต้น ไปกับวันสุดพิเศษของคุณได้อย่างแน่นอน   ผมได้ฟังเรื่องเล่าจากญาติผู้ ...

ยอใหญ่ ท่าลี่ และ สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย
ยอใหญ่ ท่าลี่ และ สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย

ยอใหญ่ ท่าลี่   ในวันที่ฝนฟ้ากระหน่ำ…แบบไม่ลืมหูลืมตา แต่ด้วยความดื้อรั้นที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้กระผมเองก็ไม่ฟังฟ้าฟังฝนเช่นกัน…ขับรถตระเวนสู่เป้าหมาย บ้านท่าลี่ ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ด้วยแรงจูงใจที่ว่า…อยากรู้ว่า ยอใหญ่ หรือ สะดุ้ง (ภาษาอีสาน) ณ บ้านท่าลี่ ที่เล่าขานเป็นเช่นไร   เดินทางสู่ ยอใหญ่ ท่าลี่   ความยากลำบากของการเดินทางสู่ บ้านท่าลี่ (ยอใหญ่) คือ ไม่มีพิกัดใน GPS เราจะต้องอาศัยพิกัดบนปลายเท้า…(เดินไปถามไุุถ่แม่ค้าในตลาดเทศบาลตำบลโซ่พิสัย) ได้ความว่า…ให้ขับรถไปตามเส้ ...

คลินิกมีบุตรยาก รพ.ศรีนครินทร์ โอกาส ของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร
คลินิกมีบุตรยาก รพ.ศรีนครินทร์ โอกาส ของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร

  รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น   เวลา 10.30 น. ณ ตึกผู้ป่วยนอก รพ.ศรีนครินทร์ ไม่เห็นมีผู้ป่วยแออัด อย่างที่ใครต่อใครพูดกัน (นี่เป็นการเดินทางเพื่อพบแพทย์ครั้งแรกกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกมีบุตรยาก หรือ คลินิกโรคหมัน ของเรา) แวะเข้าห้องน้ำแผนกกุมารเวชฯ สอบถามแม่บ้านที่คิดว่าน่าจะพอทราบว่า คลินิกมีบุตรยากไปทางไหน ต้องขอบคุณคุณป้ามากๆ ที่บอกให้ผมเข้าไปสอบถามพยาบาลด้านหน้าตึกอีกที ^^ สิ่งที่ผิดสังเกตนอกจากประเด็นผู้ป่วยที่น้อยเป็นพิเศษ ก็คือ ป้ายพิมพ์บนกระดาษ A4 ข้อความสั้นๆ ว่า…สัปดาห์นี้แพทย์ติดประชุมวิชาการ และแล้ว ...

ประวัติ โจน จันได ผู้อาศัยอยู่ บ้านดิน ณ ไร่ พันพรรณ
ประวัติ โจน จันได ผู้อาศัยอยู่ บ้านดิน ณ ไร่ พันพรรณ

โจน จันได : ธรรมชาติ คือ ความสุขที่แท้จริง?     บุคคลผู้นี้สามารถสะกดใจให้ผมจดจ่อ กับ วิดีโอ บน Youtube นานกว่า 2 ชั่วโมง ความบ้าคลั่งที่กระแสสังคมส่งมอบให้เขา นำมาซึ่ง ความบ้าบิ่น ฉีกออกจากฎที่เขาไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะคิดถึงตนเอง และคนรอบข้าง ในที่   สุดเขาก็ได้ค้นพบว่า 7 ปีแห่งความบอบช้ำ ที่สังคมพยายามหยิบยื่นให้ มันช่างเลวร้ายกับความเป็นอยู่ของเขาเหลือเกิน และ 10 ปี หลัง เขาได้สร้างทุกสิ่งด้วยมือ ดำเนินชีวิตด้วยสติ ด้วยแนวคิดที่ว่า ชีวิตเป็นเรื่องง่ายๆ เราทำให้มัน   ยากเอง อะไรที่มันยาก แสดงว่า มันผิด และคำพูดที่ตรงไปต ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน