พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย ชมอุโมงค์ปลา ม. ขอนแก่น วิทยาเขต

  13 ตุลาคม 2559 21:09    ที่เที่ยว    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 1754  

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย

 

เป็นเส้นทางที่ผมจะต้องขับรถผ่านบ่อยๆ แต่ไม่มีโอกาสได้แวะเลย อาจจะด้วยเหตุที่ว่าเกรงสายตาผู้คนว่า โตขนาดนี้แล้วยังอยากจะมาดูปลาเหมือนเด็กๆ ได้แต่ส่องมองหาโอกาสเหมาะๆ พาเด็กๆ หรือ คนรู้ใจเข้าไปสำรวจความน่าสนใจ ก่อนที่จะพาเด็กๆ ไปเดินชมอย่างเต็มที่ตามลำดับ กระนั้น เอาหน่า…ไหนๆ ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรา แวะสักหน่อยไม่เสียหายอะไร เก็บภาพ และเรื่องราวมาฝากทุกท่าน พอสังเขป ดังนี้

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จังหวัดหนองคาย (Nongkhai Aquarium) เป็นสิ่งที่เด็กนักเรียนในระแวก จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้พันธุ์ปล่าต่างๆ ทั้งปลาน้ำจืด และปลาน้ำเค็ม ของภาคอีสานตอนบน ที่สำคัญ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หนองคาย อีกแห่งที่น่าสนใจ

 

แผนที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย

 

สำหรับการเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย  เป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ขอเพียงท่านเดินทางตาม ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี – หนองคาย) ประมาณ กิโลเมตรที่ 8 จะมีแยกสัญญาณไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปยัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น (วิทยาเขตหนองคาย) เข้าสู่มหาวิทยาลัยประมาณ 500 เมตร จะมีป้ายสัญญาณให้เลี้ยวซ้ายสู่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย ระยะทางจาก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย ถึง ถนนมิตรภาพ ประมาณ 1 กิโลเมตร เท่านั้นเอง

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย มีอะไรให้ชมบ้าง?

 

พันธุ์สัตว์น้ำ อันได้แก่ สินสมุทร ผีเสื้อ การ์ตูน สลิดหิน เฉียว ขี้ตังเบ็ด ตะเภาม้าลาย ช่อนทะเล กุดสลาด เก๋า กะรัง ข้าวเม่าน้ำลึก กระรอกลายแดง งโตครีบจุด วัวมงกุฎ กัดทะเล ปูเสฉวน ปูดำ ม้าน้ำ กุ้งมังกร ดาวทะเล กระบอก กะพงขาว ค้างคาว ตะกรับ จวดหน้าม้า ปักเป้าซีลอน บึก เค้า สวาย เทโพ เทพา เผาะ ตะเพียนทอง นวลจันทร์ พาคู กดลายเสือ อะราไพม่า ยี่สกเทศ กดหางแดง ออสการ์ อลิเกเตอร์ างไหม้ หมูข้างลาย หมูค้อ กาแดง ตะพัด สะตือ กราย ตองลาย ชะโด หมอไทย หมอช้างเหยียบ ดุกด้าน กระดี่ แรด กดแก้ว กดเหลือง แค้ เทพา เทโพ บึก สวาย เค้า เนื้ออ่อน นาง แขยง และปลาเกร็ด เช่น ตะเพียนทอง กระมัง แก้มช้ำ กระสูบ บู่ทราย ซิวควาย นางอ้าว ยี่สกไทย กาดำ ชะโด ฯลฯ

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย เปิดวันไหนบ้าง?

 

ปิดเฉพาะวันจันทร์ (ยกเว้นว่าวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะยังคงเปิดทำการ) เวลา 9.00 – 16.00 น. สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวทุกท่านจะต้องวางแผนเรื่องเวลาให้ดี ก็คือ การแสดงโชว์ใต้น้ำ ซึ่งจะมีโชว์เวลา 13.45 ของทุกวันทำการ สำหรับวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเพิ่มรอบ 10.00 น. (พลาดแล้วน่าเสียดายแย่) ที่สำคัญที่นี่ มีอุโมงค์ ปลา ด้วยนะครับ เหมาะที่จะใช้เป็นฉากใสๆ แสงสวยๆ เพื่อถ่ายภาพยิ่งนัก…

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย คิดค่าบริการเ่ท่าไหร่?

 

สำหรับเด็ก น้องๆ หนูๆ นักเรียน นักศึกษา เพียงแค่ 10 บาท ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ 20 บาท แต่เดี๋ยวก่อนทาง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย มีกรณียกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าบริการ คือ กลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ พระสงฆ์ และบุคคลที่มีความสูงน้อยกว่า 90 เซนติเมตร

 

อุโมงค์ปลา หนองคาย

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย เบอร์โทรศัพท์ 083-459-4466

 

ที่ตั้ง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เลขที่ 112 หมู่ 7 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตำบลหนองกอมเกาะ
อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000

 

อย่างไรก็ดี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสืบสานวัตถุประสงค์ของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย ที่ตั้งใจจะให้เป็นศูนย์รวบรวม และแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งพันธุ์ปลาน้ำจืด พันธุ์ปลาน้ำเค็ม และพันธุ์ไม้น้ำ โดยเฉพาะพันธ์ปลาในแม่น้ำโขง ศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์น้ำ การวิจัยพันธุ์สัตว์น้ำ การประมง และระบบนิเวศวิทยาของแหล่งน้ำ ในเขตภูมิภาคอีสานตอนบน

 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากแผ่นพับ…

 

ประวัติการก่อตั้ง

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย เป็นสถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ มีการจัดแสดงพันธุ์ปล่าต่างๆ ทั้งปลาน้ำจืด และปลาน้ำเค็ม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการตามมติ ครม. ครั้งที่ 44/2546 (นัดพิเศษ) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2546 เพื่อตอบสนองต่อเป้าประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยด้านการประมง การรวบรวมพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขง ตลอดจนการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในมิติของการบูรณาการ และตอบสนองในการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปี พ.ศ.2549 และแล้วเสร็จในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เริ่มทดลองเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2552 เป็นต้นมา

 

วัตถุประสงค์ของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ

 

1. เพื่อเป็นศูนย์รวบรวม และจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และพันธุ์ไม้น้ำ ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

2. เพื่อเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์น้ำ ของภูมิภาคอีสานตอนบน

3. เพื่อเป็นศูนย์กลางของการวิจัยพันธุ์สัตว์น้ำ การประมง และระบบนิเวศน์วิทยาของแหล่งน้ำ ในเขตภูมิภาคอีสานตอนบน

 

รายละเอียดการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย มีพื้นที่ในการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งสิ้น 4,840 ตารางเมตร จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเป็น 12 กลุ่ม จำนวน 150 ชนิด ดังนี้

1. จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลทั่วไป ที่พบได้ในอ่าวไทย และทะเลอันดามัน เช่น กระมง สลิดหิน ล่องลม หมอทะเล ฉลามเฉียว ฟิงเกอร์ กล้วยหางเหลือง ฯลฯ รวมจำนวน 8 ชนิด

2. จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลที่อาศัยตามแนวปะการัง เช่น การ์ตูน ผีเสื้อ สินสมุทร สลิดหิน ขี้ตังเบ็ด ฯลฯ จำนวน 14 ชนิด

3. จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลมีพิษ เช่น สิงโตครีบจุด วัวมงกุฎ ขี้ตังเป็ด ปักเป้า กะรังหัวโขน กดทะเลฯลฯ จำนวน 6 ชนิด

4. จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลเศรษฐกิจ เช่น ใบปอ ข้างตะเภา ดอกหมาก กล้วยหางเหลือง กะพงข้างปาน โฉมงาม ช่อนทะเล ข้าวเม่าน้ำลึก กระรอกลายแดง สลิดหินแขก ฯลฯ จำนวน 14 ชนิด

5. จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำกร่อย เช่น ปักเป้าซีลอน กระบอก กะพงขาว ค้างคาว ตะกรับ จวดหน้าม้า กะรังดอกแดง เสือพ่นน้ำ ฯลฯ จำนวน 12 ชนิด

6. จัดแสดงสัตว์ทะเล เช่น ม้าน้ำ ลองฟิน ฉลามทราย กระเบน ไหลมอเร่ย์ ฯลฯ จำนวน 6 ชนิด

7. จัดแสดงพันธุ์ปลาหายาก และใกล้สูญพันธุ์ เช่น เสือตอ ตะพัด ตูหนาลาย กดหม้อ เค้าดำ ช่อนงูเห่า กระสง สะตือ ตองลาย กระทิงไฟ นาง คางเบือน กระมัง ฯลฯ จำนวน 6 ชนิด

8. จัดแสดงพันธุ์ปลาลุ่มน้ำโขง เช่น บึก เค้า สวาย เทโพ เทพา เผาะ ตะเพียนทอง นวลจันทร์ แรดเขี้ยว กระเบน ฯลฯ จำนวน 16 ชนิด

9.  จัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงาม เช่น ตะพัด พะเพียนทอง กระแห หมู หมอนกแก้ว หมอสี ฯลฯ จำนวน 6 ชนิด

10. จัดแสดงพันธุ์ปลาที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ เช่น อะราไพม่า กดลายเสือ กดหางแดง ออสเซราริส คาร์ฟ โมโตโร่ พาคู ดุกหนามไนเจอร์ ยี่สกเทศ ออสการ์ กดหัวกลับ อลิเกเตอร์ ฯลฯ จำนวน 14 ชนิด

11. จัดแสดงพันธุ์ปลาที่มีอวัยวะหายใจพิเศษ เช่น ชะโด หมอช้างเหยียบ หมอไทย ดุก กระดี่ แรด สลิด ฯลฯ จำนวน 8 ชนิด

12. จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด โดยจัดแสดงเป็น ปลาหนัง เช่น กดแก้ว กดเหลือง แค้ เทพา โทโพ บึก สวาย เค้า เนื้ออ่อน นาง แขยง และปลาเกล็ด เช่น ตะเพียน ตะพาก กระมัง แก้มช้ำ กระสูบ บู่ทราย ชิวควาย แปบควาย นางอ้าว ยี่สกไทย กาดำ บ้า กระแห ฯลฯ จำนวน 30 ชนิด

 

ปล. น่าเสียดายที่วันนั้นไปช้า ไม่ได้ชมการแสดงใต้น้ำ ไว้ โอกาสหน้า จะเก็บภาพมากฝากอีกนะครับ ขอให้ทุกท่านสนุกกับโลกใต้น้ำ และเดินทางโดยสวัสดิภาพ นะครับ

 

ที่มา : http://www.aquariumthailand.com/nongkhai-aquarium.html และ แผ่นพับประชาสัมพันธ์ ของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย 

บทความ
ร้านกาแฟ คอฟฟี่สเตชั่น (COFFEE STATION) อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
ร้านกาแฟ คอฟฟี่สเตชั่น (COFFEE STATION) อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

ร้านกาแฟ คอฟฟี่สเตชั่น (Coffee Station)    ร้านกาแฟที่ผมแวะบ่อยๆ ระหว่างการเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดอุดรธานีร้านกาแฟ คอฟฟี่สเตชั่น อยู่ห่างจากจังหวัดหนองคายออกมาทางจังหวัดอุดรธานีประมาณ 10 กิโลเมตร (ผ่านแยกที่จะไปมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นิดหน่อย) ตัดฉาก…ชะแว๊บๆ ผมมานั่งอยู่ใน ร้านกาแฟ คอฟฟี่สเตชั่น เรียบร้อย  และขณะนี้ก็กำลังนั่งแทะ…เฮ้ย! ไม่ใช่สิ นั่งบรรจุใช้ส้อมเล็ก (สามแหง้ง) จิ้มตักๆ เจ้าเค้กช็อกโกแลตอยู่ ณ ร้านกาแฟ Coffee Station (ปั้มน้ำมัน Caltex หนองคาย – อุดรธานี) แห่งนี้   เราตั้งใจไว้ ...

ดอกกระเจียว อดีตที่ไร้ค่า สู่ มูลค่าส่งออกมหาศาล เป็นที่ต้องการ
ดอกกระเจียว อดีตที่ไร้ค่า สู่ มูลค่าส่งออกมหาศาล เป็นที่ต้องการ

ดอกกระเจียวบาน    ต้นเดือน มิถุนายน – สิงหาคม ของทุกปี สิ่งที่เราหวนคำนึง คือ ภาพหมอกจางๆ บดบังต้นยางนา แซม ดอกกระเจียวบาน สีชมพู สลับสีเขียวจากก้านใบสะพรั่งรับสายฝนปรอยๆ   ดอกกระเจียวบาน ในอดีต   ในช่วงประมาณปี พ.ศ.2534 ในระแวกจังหวัดหนองคาย (บึงกาฬ) ดอกกระเจียวบาน ถือได้ว่า สามารถหาได้ทั่วไปตามแนวคันนา โดย ดอกกระเจียวบาน ส่วนใหญ่กลีบดอกจะมีสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน และใบสีเขียว กลิ่นหอมฉุน (อันนี้ความรู้สึกของเด็กวัย 7 ขวบ ที่ยังไม่เคยลิ้มรส ดอกกระเจียวลวก กับน้ำพริก นะครับ) ในยุคนั้น…ดอกกระเจียว ถือได้ว่าเป็นอาหา ...

เมล่อน อุดรธานี แวะชิม…ไอศกรีมเมล่อน ณ อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม
เมล่อน อุดรธานี แวะชิม…ไอศกรีมเมล่อน ณ อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม

อุดรฟลาวเวอร์ เมล่อนฟาร์ม   “ขณะที่เนื้อเมล่อนสดๆ กำลังสัมผัสปลายลิ้ม ปากพรางอยากจะเอ่ยคำชมเจ้าของฟาร์มว่า…อร่อย กรอบ หอม หวาน เย็นชื่นใจ แต่กลับทำไม่ได้ เพราะอัดเมล่อนเข้าไปคำบักใหญ่”   เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2537 ผมอายุได้ 10 ขวบ (ไม่อยากจะเล่าเรื่องเก่าความหลังเลย…) แต่มันจำเป็นจริงๆ ตอนนั้นผมยังไม่รู้จัก เมล่อน ผมจำได้แค่ว่าเคยถามพ่อกับแม่ว่า…ทำไมเราต้องทำนา และปลูกมันสำปะหลัง การทำนาในตอนนั้นก็พอจะนึกออกว่า…จำเป็นจริงๆ ถ้าเราไม่มีข้าวกินผมก็คงไม่ได้มานั่งเขียนเรื่องราวให้ท่านได้อ่า ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน