พยาธิใบไม้ในตับ วาระคนอีสาน ปลายทางสู่ โรคมะเร็งท่อน้ำดี

  13 ตุลาคม 2559 21:17    บทความสุขภาพ    www.บึงกาฬ.com    อ่าน 2108  

พยาธิใบไม้ตับ

พยาธิใบไม้ในตับ

 

หากเพื่อนๆ ลองนึกดูดีๆ ประมาณปี พ.ศ. 2534 (ผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) ผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะจดจำภาพเหตุการณ์รณรงค์ไม่ให้คนอีสานกินปลาดิบ หรือ กินสุกๆ ดิบๆ ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความเกี่ยวกับ พยาธิใบไม้ในตับ อยู่นี้ ผมมองดูปฏิทินข้างโต๊ะ ปี พ.ศ. 2557 (จริงๆ ไม่มองดูก็น่าจะพอรู้ ^^)

 

สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เรายังต้องวกกลับมารณรงค์ไม่ให้คนไทย โดยเฉพาะคนอีสาน ที่มีความเสี่ยงเป็นทุนอยู่แล้วนั้น ไม่ให้กินปลาดิบอยู่ ฤ แต่ทว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับ มันอันตรายไม่ยิ่งหย่อนกว่าโรคใดๆ เพราะปลายทางของโรคนี้ คือ มะเร็งท่อน้ำดี หรือ มะเร็งท่อทางเดินน้ำดี หรือคนส่วนใหญ่ก็เรียกรวมๆ กันว่า มะเร็งตับ

 

เอาล่ะครับ…วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรค พยาธิใบไม้ในตับ กันสักหน่อย โดยเฉพาะพี่น้องบ้านเฮา ชาวอีสานยิ่งต้องขยับเข้ามาใกล้ขอบเวทีเลยทีเดียว อ้างอิง : สื่อความรู้ป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี (สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน) เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ในตับ

 

คนติดโรคพยาธิใบไม้ในตับ ได้อย่างไร?

 

สาเหตุหลักที่ทำให้คนติด โรคพยาธิใบไม้ในตับ คือ การกินอาหารที่ปรุงจากปลาน้ำจืด (เกล็ดขาว) แบบปรุงดิบๆ หรือ ดิบๆ สุกๆ ที่มีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับอยู่ในเนื้อปลา เมื่อคนกินตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับเข้าไป ตัวอ่อนของพยาธิจะชอบเดินทางไปอยู่บริเวณท่อน้ำดีส่วนปลายที่อยู่ในตับ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งอาหารสุดโปรดของเจ้าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ จนกระทั่งเป็นพยาธิใบไม้ตับตัวเต็มวัย

 

จากนั้น พยาธิใบไม้ในตับ จะวางไข่และถูกขับถ่ายออกมาปนกับอุจจาระของคนที่เป็นโรคไข่พยาธิ ยิ่งสมัยก่อนที่การสุขาภิบาล ส้วมไม่ดียิ่งเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ

 

แหล่งข้อมูลในปัจจุบันกล่าวว่า ตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับ จะถูกหอยน้ำจืด (หอยบิไทเบีย หรือ หอยไซ) หรือ คนอีสานรู้จักกันดีในนาม บักหอยคัน นั่นเอง หลังจากนั้น พยาธิใบไม้ในตับ ก็จะเจริญเติบโตแล้วไซออกมาจากตัวหอย ว่ายน้ำบริเวณน้ำตื้นๆ เมื่อพบกับปลาน้ำจืด กลุ่ม ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวสร้อย ฯลฯ

 

โรคพยาธิใบไม้ในตับ อันตราย?

 

อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า ปลายทางของผู้ติดโรคพยาธิใบไม้ในตับ คือ มะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตนั้น เพื่อนๆ ก็ยังไม่ต้องตระหนกตกใจว่าทุกคนจะต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกันหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของ พยาธิใบไม้ในตับ โดย พยาธิใบไม้ในตับ จะเกาะอยู่บริเวณผนังท่อน้ำดี ทำให้เกิดการระคายเคือง ที่สำคัญสารที่ พยาธิใบไม้ในตับ ขับถ่ายออกมายังส่งผลโดนตรงให้เกิดการอักเสบของท่อน้ำดี ถ้าหากสารดังกล่าวเข้าสู่กระแสเลือดก็จะเกิดภาวะ โลหิตเป็นพิษได้

 

นั่นหมายความว่า หากเราสามารถตรวจพบว่าติดพยาธิใบไม้ในตับตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสที่จะรักษาหายก็ยังมี แต่ถ้าหากพบว่าตับถูกทำลายถาวร ทางเดินน้ำดีอุดตัน เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เพิ่มมากขึ้น ตับโตมากขึ้น ถุงน้ำดีโป่งพอง มะเร็งท่อน้ำดี และโอกาสเสียชีวิตก็มีสูงเช่นกัน

 

โรคพยาธิใบไม้ในตับในประเทศไทย

 

อย่างที่ได้เกริ่นบ้างแล้วว่า…คนอีสานมีความเสี่ยงประการที่ 1 ของการติดพยาธิใบไม้ในตับ ผลการเก็บข้อมูลทางสถิติเมื่อปี พ.ศ.2552 คนไทยป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ในตับ มากกว่า 14,000 ราย/ปี หรือ 38 คน/วัน ความชุกสูงสุดอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสานบ้านเฮา) ร้อยละ85 ในขณะที่ ภาคเหนือ ความชุกของพยาธิใบไม้ในตับ เพียง ร้อยละ 45.6 เท่านั้น จะรู้สึกดีใจรึเปล่าน๊าา…ทีเ่กิดเป็นคนอีสาน หุหุ

 

สิ่งที่เราจะต้องยอมรับก็คือว่า ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อเกี่ยวกับอาหารการกินของคนอีสานนั้น มักจะเตรียมอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม ถือเป็นอาหารประจำถิ่นที่นิยมทำกินแบบง่ายๆ สะดวก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลงานบุญต่างๆ ยิ่งในประเด็นของการแพร่กระจายของโรคแล้ว ภาคอีสาน ถือได้ว่าเป็นภาคแห่งการเกษตร แม้นว่าเราจะมีการรณรงค์สร้างส้วม ร้อยละ 100 อุจจาระในส้วม แต่โอกาสที่ภาคเกษตรกรรมจะถ่ายอุจจาระนอกส้วมก็ยังคงมี และสิ่งสำคัญสุดท้าย คือ ภาคอีสาน มีหอย และปลาอยู่่ร่วมกันทำให้วัฎจักรชีวิตของพยาธิใบไม้ในตับครบสมบูรณ์

 

อาหารเสี่ยง พยาธิใบไม้ในตับ

 

ได้แก่ ก้อยปลา กินปลาซิวสดๆ ก้อยมะกอก ลาบปลาดิบ ส้มปลาหรือปลาส้ม พล่าปลาดิบ จ่อมปลาน้อย ส้มปลาน้อย ปลาร้าดิบ หรือ ปลาร้าหมักไม่ถึง 6 เดือน ที่นำมาปรุงดิบหรือปรุงดิบๆ สุกๆ กับเครื่องแกง หรือ ส้มตำปลาร้าดิบ และหม่ำปลา ฯลฯ หวังว่าทุกท่านคงไม่อ่านไปน้ำลายไหลไปนะครับ ^^

 

การรักษา โรคพยาธิใบไม้ในตับ

 

โรคพยาธิใบไม้ในตับ และมะเร็งท่อน้ำดี ถือเป็นวาระคนอีสาน ที่จะต้องจับมือกันรณรงค์ไม่ให้กินปลาดิบ ในส่วนของกระบวนการรักษา พยาธิใบไม้ในตับ นั้นไล่เรียงตั้งแต่ การตรวจคัดกรองโดยวิธีการ ส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิใบไม้ในตับ การอัลตาร์ซาวด์หาร่อยรอยโรคในรายที่มีความเสี่ยงสูง หากพบว่ามีไข่พยาธิ ควรรับการรักษาโดยการรับประทานยา และหยุดพฤติกรรมการกินปลาดิบโดยเด็ดขาด เพราะการที่เรากินปลาดิบแล้วกินยาฆ่าพยาธิใบไม้ในตับซ้ำๆ นั้นยิ่งส่งผลให้โอกาสการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีสูงขึ้น

 

สุขบัญญัติ 5 ประการ ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในตับ

 

1. อาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาว รวมถึงปลาร้าต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อนให้ทั่วถึงก่อนกิน
2. ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาด ก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่ายอุจจาระ
3. ถ่ายอุจจาระในส้วม
4. กลุ่มเสี่ยงอันได้แก่ เป็นคนอีสานโดยกำเนิด อายุ 40 ปีขึ้นไป เคยกินปลาดิบ เคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ในตับ มีญาติสายตรงป่วยเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ ถ้าหากมีความเสี่ยง 3 ประเด็นขึ้นไป ก็ขอให้ส่งอุจจาระตรวหาไข่หนอนพยาธิที่โรงพยาบาลใกล้บ้านนะครับ
5. กินยารักษา เพื่อตัดวงจรการแพร่โรค ไม่บริโภคปลาดิบอีก เพราะการกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับบ่อยๆ เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี

 

สรุปทิ้งท้าย…เราจะเลือกความเคยชิน ความอร่อย ฤ ชีวิต ขอเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้คนไทย โดยเฉพาะคนอีสานกินปลาที่ผ่านกระบวนการปรุงให้สุก ทั้งปลาน้ำจืดเกล็ดขาว และปลาร้าอาหารยอดฮิต เพื่อหยุดวงจรการแพร่โรค พยาธิใบไม้ในตับ อย่างจริงจัง อย่าลืมนะครับว่า คนที่ได้มีพยาธิใบไม้ในตับในลำไส้เล็ก หรือ ในทางเดินน้ำดี สามารถแพร่โรคได้ถึง 30 ปี หากไม่ได้รับการรักษา เพื่อตัดวงจรการแพร่โรค

บทความ
ลาบนัว อุดร ย้อนอดีต 30 ปี (เมนู ตำถาด) สู่ ร้านอาหารโต้รุ่ง ยอดฮิต
ลาบนัว อุดร ย้อนอดีต 30 ปี (เมนู ตำถาด) สู่ ร้านอาหารโต้รุ่ง ยอดฮิต

ตำถาด (ลาบนัว อุดร)   เพียงแค่เอ่ยคำว่า “ส้มตำ” ทุกท่านก็น้ำลายไหล ใจโหยหาขึ้นมา ณ บัดนั้น จะเรียกว่าเป็นเมนูที่สามารถสั่งมาชิมอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคนอีสาน ที่ขาดข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบนัวๆ เป็นต้องไร้เรี่ยวแรง (เกินไปไหม?) ไม่เชื่อเราลองสังเกตุตัวเองดูว่า เมื่อเราได้รับประทานอาหารประจำถิ่น เราจะรู้สึกหายเหนื่อย และมีความสุข ราวกับว่า…กำลังภายในกลับคืนมาแล้ว  ซะอย่างนั้น   อาหารอีสาน ความนัว และความจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาหารอีสาน เป็นตัวแปรในการกำหนดในเกิดเมนูต่างๆ มากมาย แต่ที่เรานึกออกมีไม่กี่อย่าง อาทิ แกงหน่อไม้ อ่อ ...

อาเซียน รีสอร์ท หลากสีสัน กับ กลิ่นไออารยธรรม 10 ประเทศอาเซียน
อาเซียน รีสอร์ท หลากสีสัน กับ กลิ่นไออารยธรรม 10 ประเทศอาเซียน

  ต้องบอกว่า…ผมยังอายุไม่มาก แต่ไม่รู้ทำไมชอบหยิบเรื่องราวความรู้สึกลึกๆในใจมาเล่าสู่กันฟังเรื่อยๆ อาจจะเป็นความประทับใจ หรือไม่ก็เป็นความผ่อนคลายแห่งสุขที่มิรู้ลืม กระนั้น ไม่แปลกเลยที่ความเปรียบต่างด้านสีสัน สว่างไสว แบบมีอารยธรรมของรีสอร์ทแห่งนี้จะนำพาเรามาเยือน…   เสียงร้องเพลงอาเซียนของเด็กๆ ในโรงเรียนข้างๆ ที่ทำงานดังแว่วในหูระหว่าง เก็บภาพบรรยากาศ ณ อาเซียน รีสอร์ท อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มันทำให้ผมเริ่มซึมซับพลังแห่งสีทั้ง 4 ทีละนิดๆ (น้ำเงิน,แดง,ขาว,เหลือง) ที่สือความหมายถึง สันติภาพ/ความมั่นคง,ความกล้าหาญ/ความก้า ...

พกง. พัสดุเก็บเงินปลายทาง ปลอดภัยแค่ไหน? และ วิธีการส่งของ
พกง. พัสดุเก็บเงินปลายทาง ปลอดภัยแค่ไหน? และ วิธีการส่งของ

  พกง. พัสดุเก็บเงินปลายทาง   งัวเงีย…หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูสถานะที่พึ่ง Update ก่อนนอน ดูข้อมูล inbox เช็คข้อความไลน์ ก่อนจบด้วยการไล่ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ตนเองทิ้งไว้ในโลกออนไลน์ นี่เราบริโภคสื่ออย่างน้อยๆ 18 ชั่วโมงเลยหรือนี่  ยิ่งถ้าหากท่านไหน? ซื้อๆ ขายๆ สินค้าออนไลน์แล้วละก็…24 ชั่วโมง คือ การขายเลยทีเดียว   อืมม…ผมอาจะเกิดมานานจนจำไม่ได้ละว่า…เจนเนอเรชั่นไหน? แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกตอนนี้ คือ ผมไม่ได้ปฏิเสธโลกออนไลน์ ทว่า ก็ไม่ได้เสพจนไม่ลืมตา ด้วยเหตุที่ว่า…ผมก็เป็นหนึ่งใน ...


อ่านทั้งหมด ..
ขึ้นด้านบน