เมื่อชาวบ้านมีเงินเดือนละ 100,000 วิถีความเอื้ออาทรเปลี่ยน หรือคงเดิม….



“แสงไฟสาดส่อง แลหาฝูงปลาที่ออกหากินในช่วงเวลาค่ำคืน โดยการเดินลัดเลาะจากปลายน้ำสู่ต้นน้ำ เมื่อเจอปลาแล้วจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า สุ่ม ทำการครอบอาณาเขตรอบตัวปลา แล้วจับปลาใส่ข้อง (ที่ใส่ปลา)” ภาพเหล่านี้แทบไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน ชาวบ้านมองเรื่องเงินตรามาแทนที่การมองเรื่องปากท้องในอดีต พวกเขาเริ่มไม่ค่อยชินกับการมีรายได้ที่มากขึ้น แต่พวกเขาเริ่มชินกับการเดินทางไปที่ตลาดสด มากกว่าคว้าแห ดาง หรือ เครื่องมืออื่นๆ เพื่อออกไปหาปลาเฉกเช่นในอดีต

พื้นที่ไร่นา ป่าที่เคยถางทางเพื่อยิงหนู ถูกแปรสภาพปรับที่ลุ่ม เกลี่ยที่ดอนเพื่อเตรียมปลูกพืชเศรษฐกิจตามกระแสที่เล่ากันว่าบ้านนั้น บ้านนี้ได้เดือนละเป็นแสน…คงไม่ต้องตอบหรอกว่าเป็นอะไร พวกเราทราบกันดี หากเราลองๆ ถามชาวบ้านดูว่า “วิถีความเอื้ออาทรเปลี่ยนไปหรือไม่”

จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอ ยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งมีลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน (ไม่สมประกอบมาแต่กำเนิด) พอทั้งสองมีครอบครัว พ่อแม่ต้องการจะแบ่งสวนยางพาราให้คนละเท่าๆ กัน



ลูกสาวคนโตกรีดยางส่งงวดรถยนต์ 5-6 ปี ใกล้จะหมดภาระแล้วว่างั้น ผู้เป็นแม่ก็บอกว่าให้รถหมดงวดก่อนค่อยจะแบ่งให้น้อง…และแล้วเวลานั้นก็มาถึงเร็วๆ พอกับความอยากได้อยากมีที่ฝังแน่นอย่างบ้าคลั่ง ผู้เป็นแม่ต้องการจะแบ่งให้พี่กับน้องคนละครึ่ง คนพี่กลับไม่ยอมจะเอาหมด ฉันดูแลฉันทำมาแต่ไหนแต่ไร (ทั้งๆ ที่แม่เป็นคนจ้างคนดูแล) ฉันต้องได้หมด บ้านมูลมังของแม่ก็จะเอาเอาหมดทุกอย่าง ที่สำคัญจะฆ่าแกงน้องที่ไม่สมประกอบเพื่อจะได้ไม่เสียส่วนแบ่งอีกต่างหาก….

บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนได้เจอมากับตัวเอง (แต่ไม่ใช่ครอบครัวของผมนะครับ…เป็นครอบครัวแถวๆ ระแวกบ้านนั่นละ) มันคงไม่ใช่ความเอื้ออาทรที่เปลี่ยนไปแล้วละ มันกลายเป็นความโลภที่ไม่รู้จักสิ้นสุด คำพูดของคนที่ไม่เคยมีเงินเดือนละแสน อย่าว่าแต่เงินแสนเลย เงินพันยังมือสั่นเลยในอดีต…

ภาพที่เห็นเป็นภาพไฟในบ้านสวยหลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านบอกว่ามีรายได้เดือนละเป็นแสน ล้อรถเป็นรถยนต์ราคาหลักล้านเช่นกัน เอามาจอดคลุมผ้าไว้โชว์ตามวิสัยคนมีเงินเหลือกินเหลือใช้ คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่าเงินนำมาซึ่งความเสื่อม (บางคน) อย่าเหมารวม มีเงินทำให้ใจใหญ่ไม่ได้สนใจใคร สิ่งที่ตามมาคือทุกหลังคาเรือนจะมีรั้วกั้นสู่การเป็นชุมชนเมืองในระยะเวลาอันใกล้ คงไม่ต้องไปถามหาบ้านหลังโน้นหลังนี้ละมัง เพราะพวกเขาเริ่มไม่รู้จักกันแล้ว….

ไม่อยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้เลย…ยังอยากเห็นการแลกอาหารกันที่บอกว่าข้าวหม้อแกงหม้อ อาหารถ้วยแกงถ้วย ทำกับข้าวอย่างเดียวแต่ได้กินหลายอย่าง…มันเป็นความสุขที่เลือนลาง และนับวันยิ่งจางหายไป (ร่วมจรรโลงสังคม…พรำๆไปงั้น)

ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนละกันรู้สึกจะยาวละ….

About the Author

Leave a comment

XHTML: You can use these html tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Videos

ติดตาม Facebook




สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

เมื่อชาวบ้านมีเงินเดือนละ 100,000 วิถีความเอื้ออาทรเปลี่ยน หรือคงเดิม….