เครื่องพิมพ์ดีด…เบื้องหลังการต่อยอดสื่อดิจิตอลที่กำลังจะถูกลืม ถูกเก็บไว้มุมห้องซะแล้ว…

บังเอิญไปเจอเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องหนึ่งที่ รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง) ตั้งอยู่มุมห้อง เลยฉุกคิดขึ้นได้ว่าอืม…ก่อนจะมาเป็นคีย์บอร์ดโน็ตบุ๊ค หรือ ทัชสกรีนให้เราได้ Chat กันสนั่นเมืองมันมีเบื้องหลังการต่อยอดตั้งอยู่ที่มุมห้องนี่เอง

จะว่าเป็นความโชคดีของเยาวชนรุ่่นหลังๆ ก็ว่าได้ เพราะขนาดไม่ได้จิ้มเครื่องพิมพ์ดีดยังนิ้วบวมขนาดนี้ หากจิ้มบ่อยๆ นอกจากจะนิ้วโตแล้วยังอาจจะมีกล้ามขึ้นเป็นมัดๆ ก็อาจเป็นได้ (ประเด็นหลังก็เว้อไป…) ถึงแม้ว่าเครื่องพิมพ์ดีดจะทำให้เมื่อยมือมาก แต่เสน่ห์ของเขาคือเสียง ต๊อก แต๊กๆ ป๊อก แป๊กๆ (เงอะๆๆ ) และที่สำคัญมันช่วยให้เราตั้งใจ จดจ่อในการพิมพ์มากๆ เพราะห้ามผิด ถ้าผิดต้องหาน้ำยามาลบเป็นวรรคเป็นเวร หากลบเยอะต้องนั่งพิมพ์ใหม่ ที่สำคัญการพิมพ์หนังสือราชการสักฉบับผมเชื่อเหลือเกินว่า นักคอมพิวเตอร์ระดับโปร คงต้องส่ายหน้าหนีเป็นแน่แท้ แต่ข้อดีก็รู้ๆ กันว่า ฝนจะตก ไฟฟ้าจะดับ ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัดแล้วต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีปัจจุบันช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ใช่สิกลายเป็นแหล่งพึ่งพิงหลักไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบฐานข้อมูลสำคัญๆ เช่่น การเงิน ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในเรื่องการเก็บข้อมูลประชากร หรืแม้แต่ตรรกศาสตร์ยากๆ ที่ใช้การคำนวณเพียงปลายนิ้วสัมผัส…
แต่สิ่งที่เคยชินกับการใช้เครื่องพิมพ์ดีด ของคนสมัยก่อนก็คือ การจิ้มๆๆๆ มองหา แล้วจิ้มๆๆ นั่นละ เชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตการจิ้มๆ คีย์บอร์ดจะเป็นการทำงานของคนยุคเก่า เหอะๆ อันนี้ก็แซวกันไป ตอนแรกผมก็จิ้มเหมือนหลายๆ ท่าน แต่พอเราต้องทำงานมากๆ ในช่วงเวลาอันสั้น คำตอบสุดท้ายคือ “พิมพ์สัมผัส” เท่านั้น
เป็นเป็นว่า ตราบใดที่คนใช้คอมฯ ยังจิ้มอยู่ เครื่องพิมพ์ดีดก็จะถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ นั่นแล…
ขอบคุณ : รพ.สต.หนองเดิ่น ที่เอื้ออำนวยสถานที่ถ่ายภาพ และน้ำเย็นๆๆๆ










