สติ สมาธิ และปัญญา “ปฏิบัติธรรมบวชชี พราหมณ์ ณ วัดถ้าน้อยน้ำทิพย์”

พูดถึงเรื่องของการปฏิบัติธรรมผู้เขียนห่างหายไปนานมากเหลือเกิน มีเพียงการทำบุญเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้เป็นกิจลักษณะอะไรมากมาย เราคงไม่หยิบประเด็นเรื่องของเวลามาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ตนเองดูดีหรอกนะครับ หากแต่จิตแห่งใจเราไม่พร้อมที่จะก้าวสู่มติแห่งความร่มเย็นแห่งนี้ต่างหาก

ครั้งสุดท้ายของการปฏิบัติธรรมของเรานั้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 เมื่อครั้งก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทที่สังคมแต่งแต้มเอาไว้ ความรู้สึกเมื่อแรกเริ่มก้าวสู่ความสงบที่มาพร้อมกับการบังคับร่างกาย วาจา และจิตใจของเรา ณ วัดภูย่าอู่ จังหวัดอุดรธานีในครั้งนั้น ชวนให้เราคำนึงคิดไม่ได้เลยว่า จิตที่เป็นสมาธิสามารถบังคับร่างกาย และจิตใจเราให้พุ่งไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไม่ยากเย็นนัก ไม่ต่างอะไรกับศักยภาพของการระงับความโลภ โกรธ หลง แต่อย่างใด

นั่นเป็นเพียงร่องรอยในอดีตของผู้เขียน เรามาติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ากันดีกว่าว่า ในจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ที่ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยการก้าวเดินไปให้ทัดเทียมจังหวัดอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งที่สำคัญยิ่งที่จะนำพาจังหวัดของเราก้าวเดินไปอย่างสง่างามนั่นคือ พระธรรมที่เราชาวจังหวัดบึงกาฬจะร่วมกันยึดถือปฏิบัตินั่นแล

การย่างก้าวอย่างรู้สติของผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่เราเรียกกันว่า “พระสงฆ์” ได้ร่วมสร้างงานที่เป็นมหากุศลเพื่อเปิดโอกาสให้เราชาวจังหวัดบึงกาฬและใกล้เคียงได้ร่วมปฏิบัติธรรม บวชชี พราหมณ์ ณ วัดถ้ำน้อยน้ำทิพย์ ต.นาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงนี้

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วหลายๆ โพสว่า มีวัดแห่งหนึ่งที่่เดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรมในอดีต ศิลปพื้นบ้าน และที่สำคัญเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และปฏิบัติธรรมที่ขึ้นชื่อในจังหวัดบึงกาฬ นั่นคือ วัดโพธิ์ชัยศรี อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ถึงแม้ว่าวัดดังกล่าวจะมีพระนักเทศน์ที่มากด้วยความสามารถในการถ่ายทอด แต่ก็ไม่สามารถที่จะใช้สถานที่ในข้างต้นเป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมได้

พระมหานิรันดร์ เจ้าอาวาสวัดโพธิื์์ชัยศรี ได้ให้เหตุผลว่า “บ้านนาแสงตั้งอยู่ใจกลางชุมชนจึงไม่เหมาะที่จะจัดงานปฏิบัติธรรมบาชชีพราหม์ เพราะมีเสียงรบกวน 8 ปีที่ผ่านมาอาตมาภาพจึงได้ไปพบสถานที่แห่งนี้ซึ่งเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้ทำการฟื้นฟูเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะ”

ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ว่า “บริเวณหลังภูสิงห์” หากให้อนุมาณดูน่าจะไม่ไกลจากภูทอก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดบึงกาฬเท่าไหร่นัก สิ่งที่น่าสนใจมากคือ บริบทแห่งธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ชวนให้เราได้ซึมซับกลิ่นไอ ผสานแสงแห่งพระธรรมที่จะเ้กิดขึ้นจากการปฏิบัติ เชื่อว่าน่าจะช่วยหล่อหลอมความสงบให้เกิดขึ้นแก่ใจของทุกท่านได้ดีทีเดียว

เป็นโอกาสที่ชาวบ้านใกล้เคียง หรือผู้มีจิตศรัทธาจะได้ร่วมใส่บาตร ตลอดเส้นทางการออกบิณฑบาตรของพระสงฆ์ ตามติดด้วยขบวนของนักธรรม ฯลฯ

สำหรับท่านไหนที่พลาดโอกาส หรือไม่สะดวกในการเข้าร่วมปฏิบัติธรรมในวันที่ 22 -26 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงก็สามารถแวะเวียนเพื่อเป็นเจ้าภาพในการถวายน้ำ-ปานะ โดยทุกท่านสามารถจองเป็นเจ้าภาพ น้ำ-ปานะ หล่อเลี้ยงนักปฏิบัติธรรม ได้ที่ พระครูสุตโพธิคุณ โทร.081-0557126
อนึ่ง บุญกุศลที่พวกเราชาวจังหวัดบึงกาฬได้ร่วมกันปฏิบัติ จะนำไปสู่การยกระดับ พัฒนา และตีแผ่สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้เพื่อให้เพื่อนมนุษย์รู้จักโดยทั่วกันต่อไป
ภาพ และข้อมูล : พระมหานิรันดร์ เนาวนิต










