วิถีแห่งการดิ้นรน ไม่ใช่ความลำบาก แต่เป็นการเคลื่อนไปของชีวิตที่ต้องอาศัยธรรมชาติ…

เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าภาพแต่ละภาพสื่อเรื่องราวของชีวิตได้ดีเหลือเกิน… การใช้ชีวิตในสังคมของคนทีกำลังจะก้าวสู่เมือง หรือแม้กระทั่งสังคมชนบทก็ตามแต่ หากวัยวุฒิของแต่ละคนเลย 40 ขึ้นไปเชื่อเหลือเกินว่าจะมีการเคลื่อนไปในรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน อาทิ การนึ่งข้าวจากหวด

ในฤดูหนาว แล้ง จะมีการตระเตรียมวัสดุที่สามารถเป็นเชื้อเพลิงไว้อย่างเพียงพอ บ้างก็นำมาฟันเป็นท่อนๆ บ้างก็นำไปแปรสภาพให้เป็นถ่าน…จริงๆ ชาวบ้านมีกำลังมากพอที่จะซื้อแก๊สเพื่อนำมานึ่งข้าวได้อย่างสบายๆ แต่ในเบื้องลึกที่สะท้อนความเป็นไปแบบนี้ คือ แต่พ่อแต่แม่พาทำมากระนั้น…

ในบางครัวเรือนจะมีการเตรียมเชื้อเพลิงเสถียร(ถ่าน) กับเชื้อเพลิงเร่งความแรงของไฟ(ฟืน) ถูกจัดเรียงเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูฝน แน่นอนฝนจะตก แก๊สจะขาดตลาดพวกเขาไม่เดือดร้อน ในมุมกลับกันหลายท่านอาจจะคิดว่าชาวบ้้านทำลายธรรมชาติจริงๆ แล้วคงจะไม่เชิง เพราะไม้ส่วนใหญ่จะเป็นกิ่งไม้ที่หลงเหลือจากการขายเพื่อสร้างรายได้ เช่น ไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งจะมีการปลูกหมุนเวียนอยู่แล้วในด้า้นเศรษฐกิจ มีน้อยมากที่จะมีชาวบ้านไปโค่นต้นไม้เพื่อมาทำฟืน หรือเผาถ่าน…

เป็นอีกภาพที่สะท้อนตำแหน่งของการวางถ้วย ชาม ที่เป็นสัญญาณว่าตอนเย็นฉันจะกลับมาขัดถูๆ รวมกับเพื่อนใบอื่นๆ เพื่อใช้งานในวันใหม่ต่อไป

“ต้นแขม” ที่สามารถนำมาทำไม้กวาดได้ โดยไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไร หากแต่เพียงปัจจุบันพื้นที่นา สวน ไร่ ถูกแปรสภาพให้เป็นสวนยางพาราไปเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็จะหายากหน่อย แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะกันพื้นที่ไว้สำหรับให้ต้นแขมขึ้น เพื่อใช้พืชที่ไม่ต้องดูแลอะไรทั้งสิ้น ยกเว้น ดูว่าจะมีใครมาขโมยรึเปล่า ประมาณนั้น เหอะๆ
เรื่องราวของชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านนั้นมีหลากหลายเหตุผลประกอบกัน คงไม่สามารถตอบได้ด้วยความคิดของผู้เขียนเพียงอย่างเดียว หากแต่เพียงเรามองสิ่งที่พวกเขาทำอย่างมีเหตุมีผล หลักวิชาการบางครั้งก็ไม่สามารถทำให้ชาวบ้านน้อมนำ ได้มากกว่าคำสอนสั่ง วิถีที่สืบทอดกันมาแต่พ่อแต่แม่ดอก….










