ภูทอก เช้าใสๆ วันสบายๆ มหัศจรรย์แห่งศิลปะอันล้ำค่า…ชาว อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ



ความตื่นเต้นของนักเรียนตัวน้อยที่กำลังศึกษาอยู่เพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้น ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ (บอกไม่ได้จริงๆ ว่า โรงเรียนสังวาลย์วิทย์ 1 ) เริ่มขึ้นเมื่อได้รับคำชวนจาก คุณครูที่ปรึกษาว่า “ไปเที่ยวภูทอกไหม” เป็นที่ทราบกันดีว่า เด็กน้อยย่อมเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจหรอก ความตื่นเต้้นในใจเต้นกระหน่ำ ที่สำคัญเขาเกิดคำถามที่ว่า “คนเราจะไปเที่ยวเพื่ออะไร” หลังจากกลับจากเดินทางไปเที่ยว ที่ภูทอก ตั้งแต่สมัยโน้น…เขาก็ได้คำตอบว่า “คนเราไปเที่ยวเพราะอยากเที่ยว…ไปเที่ยวเพราะต้องการใช้เวลาอยู่กับคนรู้ใจ ไปเที่ยวเพราะอยากเอาชนะความท้าทาย ฯลฯ” เป็นคำถามโลกแตกที่แตกต่างไปตามอารมณ์ชั่ววูบของแต่ละบุคคล

กลับเข้าสู่โลกในยุคปัจจุบันของวัดเจติยาคิรีวิหาร(วัดภูทอก) ที่ทุกคนเรียกกันสั้นๆ ว่า “ภูทอก ภูทอก” นี่ละ จำได้ว่าเคยไปเที่ยวที่นี่ 3 ครั้ง 2 ครั้งแรกไม่มีภาพสักภาพเพราะตอนนั้นยังใช้ฟิล์มในการบันทึกภาพ หรืออาจจะไม่ใส่ใจในเรื่องการเก็บข้อมูลเท่าไหร่นัก



“เจดีย์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” หลักฐาน และร่องรอยทางด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวประวัติของท่าน



ณ ลานรอบๆ เจดีย์พระอาจารย์จวนฯ เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ระหว่างผิวน้ำที่สะท้อนเงาของภูเขาลูกใหญ่ที่เรียกว่า “ภูทอก” สวยงามทีเดียว นักท่องเที่ยวต่างนิยมถ่ายภาพบริเวณนี้ ความรู้สึกร่มรื่น ชื่นใจ และสงบเกิดขึ้นที่นี่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นที่ตั้งสติ หรือทำใจ ก่อนขึ้นสู่ยอดเขาก็อาจเป็นไปได้ (หัวเราะ)



บันไดไม้ที่ทอดยาวจากชั้นที่ 1-3 ที่ตรงมั่่งสลับเลี้ยวเคี้ยวคดบ้าง เพื่อหลบหลีกการทำลายธรรมชาติให้มากที่สุด ถือเป็นศิลปะแห่งการอนุรักษ์โดยแท้…แนะนำให้เดินช้าๆ อาจจะร้อนหน่อยในบางช่วงที่ต้นไม้ยังไม่บดบังแสงแดด แต่โดยรวมแล้วเป็นแสงแดดส่องรำไรๆ แนะนำให้เดินทางชมบรรยากาศในหน้าหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) อีกอย่างจะได้สัมผัส และซึมซับกลิ่นไอธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด….



บันไดสะพานไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ถูกออกแบบมาให้ไม่ชันมาก มีราวจับมั่นคง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ มีจุดพักเหนื่อยเป็นระยะๆ เหมาะสำหรับการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป…ระหว่างนี้เราก็ทักทายเพื่อนๆ ทั้งที่รู้จัก และไม่รู้จักไปพรางๆ



จุดพักแต่ละจุด ได้ใส่ใจในรายละเอียดมาก โดยจะมีร่มเงาของต้นไม้ ทำให้เราหายเหนื่อยได้เร็วขึ้น แต่แนะนำให้หยิบขวดน้ำเล็กๆ มาสักขวด…เพราะตอนนี้รู้สึกคอจะแห้งๆ แล้วละ



ภูทอกมีทั้งหมด 7 ชั้น (ที่ชาวบ้านพูดกันว่า ใครพิชิตชั้น 7 ได้ก็เหมือนกัับได้ขึ้นสวรรค์ชั้น 7 นั่นละ) บุญกุศลสุดแล้วแต่ใจของแต่ละท่าน ภาพจากชั้นที่ 4 โครงสร้างไม้ยึดเกาะ ตอกลิ่ม ยึดด้วยเหล็ก ถือเป็นวิศวกรรมศาสตร์ชั้นสูงเลยก็ว่าได้…เดินไปก็คิดไปว่า “พระอาจารย์จวน และทีมผู้สร้างทำได้อย่างไร”



ระหว่างคิดมักจะหยุดถ่ายภาพ เรื่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเสียว…..เวลาจะขึ้นชั้น 4 หรือ ชั้น 5 นี่ละไม่แน่ใจ บริเวณที่มีทางแยกขวา กับ ซ้าย มีให้เลือก 2 ทาง สำหรับท่านใดที่ไม่ต้องการท้าทายความเสียวมากให้เลี้ยวไปทางด้านซ้าย แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการความโลดโผน สะพานค่อนข้างชันมากให้ไปอีกทาง…



เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่ 5 -7 เราจะสามารถเดินวนรอบเขาแห่งนี้ไ้ด้อย่างสบายๆ ที่สำคัญมองเห็นเจดีย์ ธรรมชาิติโดยรอบ วิวทิวทัศน์สวยงามทีเดียว ในใจลึกๆ เราอยากจะร้องดังๆให้เสียงสะท้อนกลับมาเหมือนในภาพยนต์เหมือนกัน…แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะที่นี่เป็นเขตพุทธสถานนั่นแล

ความรู้สึกส่วนตัวผมค่อนข้างชินกับการไปเที่ยวที่นี่ แต่รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยว ขณะเขียนโพสนี้….ยังคิดว่าจะชวนเพื่อนไปเที่ยวเลย เอาเป็นว่ามานัดหมายไปเที่ยวที่ภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ กันเถอะ….

แล้วเจอกันที่ภูทอก….ครับ

About the Author

Leave a comment

XHTML: You can use these html tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Videos

ติดตาม Facebook




สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

ภูทอก เช้าใสๆ วันสบายๆ มหัศจรรย์แห่งศิลปะอันล้ำค่า…ชาว อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ