ผลการวิจัย ม.ขอนแก่น ชี้มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับ (เหตุเพราะรับประทานอาหารประเภทปลาสุกๆ ดิบๆ)

“ผลการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นชี้ชัดว่า การเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ ทำให้เกิดการอักเสบของท่อน้ำดีทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยจะเริ่มจากการสร้างสารก่อมะเร็งไปทำลายสารพันธุกรรม กระตุ้นเซลล์ให้แบ่งตัวผิดปกติ จนกระทั่งกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้เป็นมะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตได้”
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับศูนย์วิจัยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ในพื้นที่ สปสช.เขต 7 ขอนแก่น และ สปสช.เขต 8 อุดรธานี ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม 2555 ณ โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่นที่ผ่านมา

ในการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมแนวทางการแก้ไขปัญหาหลังการผลการสำรวจของ สคร.6 ขอนแก่น ในปี 2553 พบว่า อัตราการเสียชีวิตคนอีสานที่ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี เฉลี่ยวันละ 76 คน ปีละกว่า 28,000 ราย และพบว่าคนอีสานกว่า 79 % ยังชอบกินปลาดิบ แม้จะมีการรณรงค์มานานแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมการบริโภคของชาวอีสานได้
นพ.อุดม กล่าวต่ออีกว่า ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ในตับ มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภค ประชาชนนิยมบริโภคปลาดิบ จำพวก ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลาตอง และปลาขาวนา ฯลฯ เมื่อกินปลาเหล่านี้โดยไม่ทำให้สุกก่อน เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม หรือการนึ่งปิ้งที่ความร้อนยังเขาไม่ถึงเนื้อปลาส่วนใน ทำให้เนื้อปลายังคงดิบทำให้พยาธิยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นพยาธิชนิดเดียวที่องค์การอนามัยโลกยอมรับและจัดให้เป็นเชื้อก่อมะเร็ง
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรคประธานที่ประชุม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่าเป็นแชมป์อันดับ 1 มะเร็งท่อน้ำดี คือมีผู้ชายเป็นมะเร็งชนิดนี้ 86.4 ต่อแสนประชากร และผู้หญิง 36.8 ต่อแสนประชากร ประชาชนภาคอีสานติดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดในประเทศไทย
94 ปี ที่โรคพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ที่ชาวบ้านมีความเชื่อที่ผิดๆ ว่าสามารถรักษาได้ด้วยยา คงไม่ใช่อย่างที่คิดอีกต่อไป กว่า 2,8000 คนต่อไปที่เสียชีวิตด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยตัวเราหากแต่เพียงปฏิบัติตามแนวทางในข้างต้น…
แหล่งข่าว : สปสช.เขต 8 อุดรธานี










