ทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน ทางรอดของเกษตรกรไทยให้หลุดพ้นจากความยากจน

“คำตอบทางเลือกและทางรอดของเกษตรกรไทยให้หลุดพ้นจากความยากจน” จากปัญหาความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ที่สะสมกันมาเป็นระยะเวลายาวนานได้สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นแก่สังคมส่วนใหญ่ของประเทศ การทำอาีชีพเกษตรกรรมของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แต่กลับเป็นปัญหาผลทำให้เกิดปัญหาความยากจนที่รุมเร้าเกษตรกรไทยมายาวนาน ดูเหมือนว่าปัญหาจะเพิ่มขึ้นและไม่มีทางที่ว่าจะแก้ไขได้เลยทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตนับเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่งสังคมภาคส่วนต่างๆ จะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้างกับเกษตรกรไทย? ต่อไปหากเป็นเช่นนี้อยู่อนาคตเกษตรกรไทยจะเป็นอย่างไร?
โครงการภูมิปัญญาไทย นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน
โดยแปลงนาขนาด 1 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน
ส่วนที่ 1 คันนา ขนาดความกว้าง 1.5 เมตร ไว้สำหรับปลูดพืชประกอบอาทิ พริก มะนาว มะรุม เป็นต้น
พื้นที่ปลูกคันนาจะสามารถสร้างเสริมให้แก่เกษตรกร หรือพืชผักสวนครัวทุกชนิดที่กินได้ เหลือแล้วนำไปทำพืชสมุนไพรใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ส่วนที่ 2 ร่องน้ำ สำหรับทำประมง เช่น การเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ เลี้ยงหอย ซึ่งมูลสัตว์ทั้งหลายจะเป็ฯปุ๋ยแก่ข้าว
ส่วนที่ 3 พื้นที่สำหรับปลูกข้าว
ส่วนที่ 4 พื้นที่เลี้ยงเป็ดไข่ ซึ่งจะปล่อยเป็ดไข่ไปหาอาหารตามแปลงนาได้ในส่วนของจังหวัดบึงกาฬ มี นายแสวง คำแก้ว อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 101 หมู่ 1 บ้านบุ่งคล้า ต.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เป็นผู้นำร่องร่วมโครงการ 1 ไร่ 1 แสน โดยการสนับสนุนของหน่วยงานราชการ มีพัฒนาชุมชนอำเภอบุ่งคล้าเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุน
โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเปิดเป็นทางการ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ณ บริเวณพื้นที่ทุ่งนาของ นายแสวง คำแก้ว โดยมีนายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ เิพิ่มเริ่มเป็นปีแรกผลการดำเนินการ คาดว่าผลผลิตคงจะไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะมีปัญหาอุปสรรค ทางสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย พื้นที่ทั้งหมดถูกน้ำท่วม
แต่อย่างน้อยโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ดังกล่าวนับเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นเกษตรกรที่ทำนาทำไร่ มีความกระตือรือร้นในการทดลองทำ และพัฒนาผลผลิตให้ได้คุ้มค่ากับการลงทุนลักษณะการดำเนินโครงการในพื้นที่ 1 ไร่ เป็นลักษณะการเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงเป็ด ไก่ ปลา เมื่อสิ้นสุดโครงการ 1 ปี โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากประสบปัญหาตามที่กล่าวมาแล้ว แต่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป โดยผลผลิตที่ได้จะถูกนำออกจำหน่ายเป็นระยะๆ จนกว่าจะได้ผลตอบแทนตามเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 5-10 ปี ในการดำเนินการพื้นที่ 1 ไร่ คงจะเห็นผลผลิต ตีเป็นมูลค่า 1 แสน หรือ มากกว่านั้นตามแต่เทคนิค และการพัฒนาผลผลิตของเกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายแสวง คำแก้ว กล่าวว่า สำหรับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ซึ่งหมายถึง พัฒนาชุมชนตำบลบุ่งคล้าแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ให้การส่งเสริม เช่น เกษตรอำเภอ กศน.อำเภอ และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
ภาพ :http://www.rakbankerd.com/kaset/Rice/1297_1.jpg










