ด่านพรมแดนไทย – ลาว – เวียดนาม…มูลค่าหนุนเพื่อเปิดประตูการค้าแห่งใหม่ จังหวัดบึงกาฬ

ถือเป็นความพร้อมที่ไม่ได้เริ่มใหม่สำหรับด่านพรมแดนไทย – ลาว ณ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่มีความเป็นด่านศุลกากรสากล ที่ทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทเพื่อรอวันแง้มประตูเงินประตูทองสู่ดินแดนการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทยางพารา ที่ปัจจุบันประเทศไทยส่งไปที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีระยะทางมากกว่าในการส่งสินค้า ณ จุดสิ่งสินค้า บริเวณภาคกลางของเวียดนาม ทั้งเมืองฮาติงห์ และเงอานถึง 500 กิโลเมตร….

ด้วยมูลค่าการส่งออกเกือบ 5,000 ล้านบาท/ปี ทำให้ส่วนกลางต้องสอดส่องสายตาลงมายังพื้นที่จังหวัดบึงกาฬบ่อยครั้ง…นั่นหมายความว่าโอกาสของการเกิดสะพานเชื่อมระหว่างบึงกาฬ กับ แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว มีความเป็นไปได้สูง และน่าจะรวดเร็วยิ่งขึ้น (ความคิดของผู้เขียนเอง)

ต้องขอบคุณพี่ชายที่น่ารัก…ที่อำนวยความสะดวกในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายภาพในบริเวณทางขึ้นจากท่าเรือ ที่สำคัญเราโชคดีมากที่ได้เห็นการขนส่งรถพ่วง 2 คัน ที่กำลังขนมันสำปะหลังเพื่อนำเข้าสู่โรงงานในประเทศไทย นั่นสื่อให้เห็นว่าบ้านเราขาดมันใช่ไหมน้า….

เมื่อเราพบเจอกับรถที่ลอยอยู่ในน้ำ ที่ไม่ใช่รถยนต์ขนาดเล็ก ที่สำคัญบรรทุกวัตถุดิบอัดแน่นพอสมควร แต่สามารถลอยลำอยู่บนผิวน้ำได้ มันช่างน่าอัศจรรย์ใจ หากภาพนี้ประจักษ์แก่สายตาเด็กๆ คงจะร้องตื่นเต้นกับระงำ….ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่แท้ๆ ยังเกือบอดใจไว้ไม่ได้…หุหุ

คงไม่ได้เดินทางมาเก็บสาระทางด้านวิชาการอะไรมากมายสำหรับด่านศุลกากรสุดเขตแดนสยามแห่งนี้ อนึ่งเพื่อเก็บภาพความสวยงามยามเย็นก่อนพลบค่ำ มนต์เสน่ห์แห่งความงาน ณ ริมโขงอีกแห่งของจังหวัดบึงกาฬมาให้ชมกันก็เท่านั้น

ขอบคุณพี่ รปภ.สุดหล่อ ที่ไม่เอากระบองตีหัวเรา…อาจะเป็นเพราะเราไปกันหลายคน เหอะๆๆ ขอบคุณด้วยใจจริงครับ….










