กระติบข้าวคล้า…เบี่ยงเบนความสนใจในวิถี มรดกก่อนจะไร้ซึ่งแรงกาย แรงใจฝ่าฟัน…..

ดูเหมือนว่าเรื่องราวต่างๆ ที่วิ่งผ่านเลนส์กล้องของผู้เขียนจะสะกิดแนวคิดเบื้องตื้นบ้าง ลึกบ้าง ที่พอจะหยิบมาให้เพื่อนเราได้ชมด้วยความสนุกสนาน หรือติชม โน้น นี่ ได้ตามสบายใจ แต่เชื่อเถอะครับว่า มีเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่พยายามสะท้อนความเป็นอยู่ของวิถีคนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเราได้เป็นอย่างดี
ณ บ้านชั้นเดียว…แน่นอนติดดินด้วย มีหญิงเกือบชราวัยประมาณ 60 ปีกว่าๆ นั่งกระตั่ง (ภาษากลางเรียกอะไรไม่รู้) สานกระติ๊บข้าวจากต้นคล้า วัตถุยอดนิยม ณ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ แห่งนี้ ผมเดินเข้าไปช้าๆ ไม่ได้หวังจะย่องไปทำมิดีมิร้ายแต่อย่างใด ด้วยภารกิจที่แวะเวียนไปพอดีจึงเข้าไปทักทายคุณยายว่่า “คุณยายสานอะไรครับ..”

แววตาที่ไร้สัมผัส..แต่โฟกัสที่การสานอย่างเดียว มือที่หยาบกร้านดำเนินการสานอย่างรวดเร็ว ปากก็พูดไปว่า หากเปรียบกับนักดนตรีที่กำลังตีกลองชุด วินาทีนั้นคือการควงไม้นั่นละ “ทำไปอย่างนั้นละ…จะได้ไม่ต้องคิดอะไร ที่สำคัญเวลาเราไม่มีแรงแล้วจะได้ใช้” คุณยายเก่งนะครับ…ผมชื่นชมด้วยความจริงใจ ก่อนจะแอบบชำเลืองไปรอบๆ บ้าน เจองานก่อสร้างกึ่งบ้าน กึ่งยุ้งข้าว ก็เลยถามว่า “คุณยายจะทำยุ้งข้าวหรือครับ..”

คุณยายตอบว่า “ลูกชายว่าจะสร้างบ้านหลังเล็ก…ที่นำไม้มูลมัง จากบ้านหลังเก่ามาต่อเพื่อสร้างบ้าน” ผมรู้สึกจุกๆ กับคำถามของตนเอง แล้วเปลี่ยนประเด็นมาที่การสานกระติ๊บข้าว ที่คุณยายเปล่งวาจาด้วยความเต็มใจ และเชี่ยวชาญว่า “การงานกระติ๊บข้าวเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเรื่อยๆ ใช้ลายสองยืน (เป็นชื่อลาย) ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการสานหนึ่งกระติ๊บ แต่จะรู้สึกปวดแขนมากเวลาทำกระติ๊บข้าวใบใหญ่
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นวิถีการสร้างสรรเพื่อใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก ก่อนที่จะเหลือใช้แล้วนำไปฝากขายกับกลุ่มจักสานของหมู่บ้าน โอกาสของคนทำงานที่บ้านมีเยอะแยะมากมายเลยครับ หากแต่นับวันยิ่งเลือนหลายไปจากสังคม หลักสูตรสานกระติ๊บข้าวน่าจะเกิดเป็นชมรมให้ลูกหลานได้ประจักษ์แก่วิถีคนรุ่นเก่าก่อนน่าจะดี
ขอบคุณคุณยายที่จะให้กระติ๊บข้าวด้วย…ไม่เอาหรอกครับแรงกายคุณยายทั้งนั้น…










